Ted : ตุ๊กตาพูดได้ กับผู้ชายไม่ยอมโต

Home / วิจารณ์หนัง / Ted : ตุ๊กตาพูดได้ กับผู้ชายไม่ยอมโต

หนังตลกอีกเรื่องนึงที่ค่อนข้างตั้งความหวังไว้สูง เพราะหนังเป็นการกำกับของ เซ็ธ แม็คฟาร์เลน ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นทั้งนักพากย์เสียง และ โปรดิวเซอร์ ของการ์ตูนฉายทางทีวีชื่อดังของอเมริกาอย่าง Family Guy ที่มาคราวนี้ก็ยังพกความเสื่อมและฮามาเช่นเคย

จากทีมผู้สร้าง Family Guy ผู้กำกับ เซธ แมคฟาร์เลนได้นำอารมณ์ขันที่เกินจินตนาการของเขามาสร้างเป็นภาพยนตร์ ที่เขาควบหน้าที่ทั้งเขียนบท กำกับ และให้เสียงพากย์ตัวหมีเท็ดดี้สุดป่วนที่ชื่อว่า ?เท็ด? ในภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ผสมซีจีแอนิเมทเรื่องนี้ เขาจะนำเอาเรื่องราวของหนุ่มหล่อล่ำ จอห์น เบนเนท (นำแสดงโดย มาร์ค วอลห์เบิร์ก) ที่เจอภาวะจิตป่วนจากเจ้าตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ ที่เป็นเพื่อนรักสมัยเด็ก แต่ดันมาพูดได้เหมือนคน ด้วยผลของคำอธิษฐานจากตอนเด็กๆ และนี่คือต้นเหตุของความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขา ทั้งเรื่องรัก ที่แฟนของเขาต้องการให้เท็ดย้ายออก , เรื่องงานที่เขาค่อนข้างไม่เอาไหน และอีกสารพัด

Ted เป็นผลงานการกำกับของ เซ็ธ แม็คฟาร์เลน ที่อย่างที่เราได้บอกไปข้างต้นแล้วว่าเขาเป็นถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังการ์ตูนชื่อดังอย่าง Family Guy ที่ผมเชื่อว่าหลายๆคน โดยเฉพาะผู้ใหญ่แต่จิตใจเด็ก คงจะรู้จักกันดี ซึ่งถ้าหากให้บอกถึงจุดเด่นของ Family Guy ผมคิดว่ามันไม่ได้อยู่ที่ มุกตลก อย่างเดียวเท่านั้น แต่มันรวมไปถึงด้านของ เสน่ห์ความเกรียน ของในแต่ละตัวละคร ที่ถ้าหากใครได้รับชม Family Guy จะพบได้เลยว่าไม่มีตัวละครไหนที่ปกติเลยสักนิด และผมถือว่า เซ็ธ แมคฟาร์เลน สามารถนำเอาเสน่ห์เหล่านั้นมาสร้างหนังเรื่อง Ted ได้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์ และเติมประเด็นข้อคิดเพื่อให้มันมีน้ำมีเนื้อสมกับเป็นตัวหนังเข้าไปหน่อย ซึ่งสิ่งที่ผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า Ted สามารถเอาใจคนดูอยู่หมัดคงหนีไม่พ้นด้านของสิ่งที่หนังจะขายเป็นหลักนั้นคือ มุกตลกฮาปนเสื่อม

ซึ่งโดยส่วนตัวผมก็ไม่สามารถพูดได้ว่ามุกตลกใน Ted มันเป็นมุกตลกที่เหมาะกับทุกคน เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วมันกลับเป็นมุกตลกที่เหมาะกับคนที่เป็นแฟนการ์ตูน Family Guy เสียมากกว่า เพราะมุกตลกทั้งหมดเหล่านี้จะบอกว่า เซ็ธ แมคฟาร์เลน ยืมมาจาก Family Guy ประมาณ 80% ก็คงจะไม่แปลก ไม่ว่าจะเป็นมุกตลกแนวที่พูดถึงฉากในอดีตแล้วตัดภาพไปมาให้คนดูได้หัวเราะกันในระยะสั้น หรือ มุกตลกแนวเกรียนๆ เสื่อมๆ ที่เต็มไปด้วยความหยาบคายแต่ก็ฮาจนกลั้นแทบไม่ไหว เพราะฉะนั้นถ้าหากใครที่ไม่เคยดู Family Guy มาก่อนอาจจะมีคิดในใจบ้างว่า ‘มันตลกตรงไหน’ เพราะผกก.เน้นลายเซ็นตัวเองมากพอควร

เพราะฉะนั้นถ้าหากท่านผู้อ่านอยากจะรู้ว่าตัวเองเหมาะสมกับหนังเรื่อง Ted รึปล่าว ผมขอแนะนำให้หา Family Guy มาดูสักตอนสองตอน เพื่อเป็นการปรับตัวเองให้เข้ากับมุกตลกแนวนี้ก่อนจะดีกว่า และถามตัวท่านเองว่าชอบมุกตลกแนวนี้หรือไม่ ซึ่งนอกจากด้านของ มุกตลก ใน Ted ที่สามารถเป็นสิ่งที่โดดเด่นชูโรงได้เป็นอย่างดีแล้ว ในด้านของ ข้อคิดประเด็นแฝง ในหนัง ที่ เซ็ธ แมคฟาร์เลน พยายามใส่มาเพื่อเสียดสีสังคมคนอเมริกันอย่าง ผู้ใหญ่ไม่ยอมโต ก็ถือว่าเป็นอีกส่วนที่เสริมสร้างให้ Ted กลายเป็นหนังตลกดูเอาฮาแถมสาระได้ค่อนข้างดี เพราะเรื่อง ผู้ใหญ่ไม่ยอมโต ในหนังเรื่อง Ted อาจจะสื่อออกมาผสมไปกับมุกตลกได้ค่อยกลมกล่อมนัก แต่การที่หนังเอาตัวละครเอก จอห์น เบนเน็ธ ให้มีตุ๊กตาหมีพูดได้อย่าง เท็ด ก็เปรียบเสมือนกับการที่หนังกัดจิกคนอเมริกันไปในตัว

ที่นำเอาตุ๊กตาหมี เท็ด เปรียบเป็น กัญชา , เหล้า และ บุหรี่ ที่ทำให้ผู้ใหญ่เหล่านี้ไม่ยอมโต และไม่ยอมก้าวหน้าไปกับชีวิต จนกระทั่งมาถึงจุดเปลี่ยนวันนึงที่ทุกคนต้องเจอ และถึงเวลาที่จะยอมเปลี่ยนชีวิตตัวเองเพื่อมัน เปรียบเสมือนกับคู่หมั้นของ จอห์น อย่าง ลอร์รี่ นั้นเอง ซึ่งถ้าหากจะให้พูดจริงๆผมถือว่า Ted เป็นหนังตลกที่ค่อนข้างเกินคาดสำหรับผมมากพอสมควร เพราะถึงแม้ผมจะชอบ Family Guy แต่หลังจากตอนดูตัวอย่างก็ค่อนข้างรู้สึกว่าตัวอย่างมันปล่อยมุกเยอะไปไหม แต่หลังจากดูหนังจบจริงๆแล้วกลับไม่เป็นอย่างนั้น โดยถ้าหากใครที่ชอบ Family Guy เป็นพื้นเพเดิม และต้องการหาอะไรคลายเครียดก็จัดไปเลยครับ

โดยสรุปแล้ว Ted ถือว่าเป็นหนังตลกฮามุกเสื่อม ที่เหมาะกับคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ หรือว่าเคยรับชมและชอบมุกตลกใน Family Guy มาก่อน ที่ผสมผสานไปกับเรื่องราว การก้าวข้ามผ่านวัย จากเด็กไปสู่ผุ้ใหญ่ ออกมาได้ค่อนข้างกลมกล่อม ซึ่งเหมาะกับคนที่ช่วงนี้กำลังเครียดกับชีวิต และต้องการคลายเครียด

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด