Hope Springs : เซ็กส์ เป็นตัวกลาง เรื่องบางๆคือ ความรัก (ในช่วงบั้นปลายชีวิต)

Home / วิจารณ์หนัง / Hope Springs : เซ็กส์ เป็นตัวกลาง เรื่องบางๆคือ ความรัก (ในช่วงบั้นปลายชีวิต)

เป็นหนังที่ตอนแรกก็ไม่ได้ดูทั้งตัวอย่าง หรือ อ่านเนื้อเรื่องย่อ จะเห็นก็แต่โปสเตอร์ที่มีชื่อของ จากผู้กำกับ นางมารสวมปราด้า และชื่อของนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง เมอร์รีล สตรีป และ ทอมมี่ ลี โจนส์ เท่านั้น แต่หลังจากคำวิจารณ์ที่ดีเป็นเทน้ำเทท่า จากเมืองนอกนี่แหละ ที่ทำให้ในที่สุดผมจึงไปดูเรื่องนี้ครับ

เคย์ สาววัยทองที่ผ่านชีวิตแต่งงานมากว่า 30 ปี และพบว่ามันกำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ ทางเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นก็คือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านชีวิตคู่ ที่จะทำให้ทั้งคู่กลับมารักกันหวานชื่นรื่นรมย์เหมือนเดิม ที่มาพร้อมกับความฮาแสบซ่าไม่แพ้วัยรุ่น โดย เมอรีล รับบทเป็น เคย์ ภรรยาของ อาร์โนลด์ ที่อยู่กินกันมา 31 ปี แต่แล้วพวกเขาก็พบว่าชีวิตคู่กำลังอยู่ในช่วงจืดชืดอย่างหนัก เธอได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือกูรูด้านความสัมพันธ์ ที่เขียนโดย ดร.เบอร์นี เคย์ จึงลากสามีไปหาเขาเพื่อขอคำปรึกษา ซึ่งคำแนะนำของ ดร.เบอร์นี ก็ทำให้ทั้งคู่ได้เผชิญหน้ากับความต้องการลึกๆ ที่ช่วยเติมไฟรักให้กับชีวิตคู่อีกครั้งได้หรือไม่

Hope Springs เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับ เดวิด แฟรงค์เกล ผู้กำกับที่ชอบหยิบหนังสือมาทำเป็นหนัง และชื่อของเขาก็โด่งดังมาจากตอนที่ไปหยิบเอา นางมารสวมปราด้า อย่าง The Devil Wears Prada มาทำเป็นหนังที่ได้ใจทั้งนักวิจารณ์และคนดู ซึ่งในหนังเรื่องใหม่ของเขาอย่าง Hope Springs หน้าหนังอาจจะเหมือนหยิบจากหนังสือมาดัดแปลง แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ เพราะมันเป็นหนังที่เขียนบทใหม่ทั้งหมด ซึ่งแนวหนังที่ผมชอบเป็นอันดับต้นๆเลยคือหนังรักโรแมนติค ที่เน้นเรื่องราวไป คู่ความรักของ คนแก่ และอีกแนวนึงคือ หนังแนวชีวิตคู่มีปัญหา ไปปรึกษาหมอ โดยไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า Hope Springs เป็นหนังที่มีแนวที่ผมชอบรวมอยู่ในนั้นทั้งหมด และมันก็เป็นหนังแนวที่ ฮอลลีวู้ด ไม่ได้หยิบขึ้นมาทำเป็นหนังใหญ่อยู่นานแสนนาน เพราะส่วนมากจะไปอยู่ทางทีวีมากกว่า

โดยสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Hope Springs สามารถโปรยเสน่ห์ใส่คนดูได้อย่างอยู่หมัดคงหนีไม่พ้นการที่หนังได้นำเอาเรื่องราว เสน่ห์ความรักในช่วงวัยทอง มาเล่นออกมาได้อย่างเป็น ธรรมชาติ สนุกสนาน และเต็มไปด้วยฉากฮาปนซึ้ง ที่ไม่ว่าจะเป็นทั้ง บรรยากาศ และฉากต่างๆนั้นล้วนแต่พาลทำให้ผมคิดไปถึง The Notebook เพียงแต่ว่านี่เป็นฉบับของ คนแก่ และเติมอารมณ์ความทะเล้นของ หมอ ในแบบฉบับ Hitch เข้าไป ซึ่งส่วนผสมเหล่านั้น มันไม่ได้มีความกลมกล่อม แค่เพียงเพราะว่าผู้กำกับมีกึ๋นที่จะทำอารมณ์ความรักในช่วงวัยทองได้อย่างถึงพริกถึงขิง แต่ความดีความชอบอีกส่วนคงหนีไม่พ้นด้านของเรื่อง การแสดง

อย่าง เมอร์รีล สตรีป และ ทอมมี่ ลี โจนส์ ที่สามารถรับบทของคู่รักที่มีปัญหา ออกมาได้อย่างเป็น ธรรมชาติ ที่ในเรื่องนี้ เมอร์รีล สตรีป ก็ไม่ได้เด่นไปกว่า ทอมมี่ ลี โจนส์ เหมือนกับหลายๆเรื่องที่เธอกลบรัศมีคนอื่นไป เพราะในด้านของตัวละคร ทอมมี่ ลี โจนส์ เอง ผู้กำกับก็ยังสามารถใส่เสน่ห์ความน่ารัก กุ๊กกิ๊ก แบบฉบับที่เหมาะกับคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปออกมาได้อย่างลงตัว ซึ่งนักแสดงอีกคนที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสามารถทำให้หนังเรื่องนี้แลดูไม่เครียด แต่ก็เปี่ยมไปด้วยไออุ่น คงหนีไม่พ้น สตีฟ คาร์เรล ที่รับบทเป็น ดร.เบอร์นี่ ฟีลด์ ผู้ให้คำปรึกษาแก่ทั้งคู่ ที่เต็มไปด้วยมุกตลกหน้าตาย และอารมณ์ท่าทางความทะเล้นที่ฮาได้ทุกวัย

ซึ่งสิ่งที่ผมชอบไม่แพ้กันกับด้านของ การแสดง และอารมณ์โรแมนติคในวัยคนแก่ คือการที่หนังได้พูดถึงเรื่องราวของ ความรัก ในช่วงของบั้นปลายชีวิต ที่เปรียบเสมือนว่าหนังทำออกมาเพื่อสอนเหล่าวัยรุ่นทั้งหลาย ว่าเมื่อถึงบั้นปลายของชีวิต เมื่อหน้าตาและท่าทางไม่สามารถทำให้คนเรามีอารมณ์ให้รักกันต่อไปมันจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งหนังเลือกใช้ เซ็กห์ เป็นตัวกลางเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของ ความรัก ที่หนังเน้นหนักตรงจุดที่ว่า ไม่ใช่เพราะท่าทาง หรือ หน้าตา ที่ทำให้คนเรารักกัน แต่มันกลับอยู่ที่ใจของคนเราเสียมากกว่า ว่าในเมื่อถึงช่วงเวลาที่คน 2 คนไม่กล้าถ่ายทอดความรักให้กันและกันแล้ว และในใจลึกๆของเรามันจะยังหลงเหลือ ความรักที่แท้จริง ให้กับอีกคนอยู่รึปล่าว ซึ่ง Hope Springs เตรียมที่จะเข้าฉายทุกโรงภาพยนตร์ในวันที่ 30 สิงหาคม ที่กำลังจะถึงนี้ อย่าพลาดเชียว

โดยสรุปแล้ว Hope Springs จึงไม่ใช่หนังที่เหมาะเฉพาะกับคนวัย 40 ขึ้นไปเท่านั้น แต่เป็นหนังที่น่าจะเหมาะกับ วัยรุ่น เสียมากกว่าที่หนังได้บอกเรื่องราวของความรักในช่วงของ บั้นปลายชีวิต ออกมาได้อย่าง มีเสน่ห์ , อบอุ่น และเต็มไปด้วยมุกตลกสนุกสนาน ที่เต็มไปด้วยความเป็น ธรรมชาติ ของการแสดงครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด