Ted ? ปัญหาของคน ?ตุ๊กตาหมี? ไม่เกี่ยว!

Home / วิจารณ์หนัง / Ted ? ปัญหาของคน ?ตุ๊กตาหมี? ไม่เกี่ยว!

Ted หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก รีวิว

นับเป็นความสำเร็จอีกครั้งหนึ่งของโลกภาพยนตร์ ที่สามารถลบล้างภาพจำของคนส่วนใหญ่เกี่ยวกับ ?ตุ๊กตาหมี? อันมีภาพลักษณ์ที่สื่อถึงนัยยะของความอบอุ่น เป็นมิตร ให้เป็นตุ๊กตาหมีที่มีความกักขฬะ ดิบเถื่อน ขี้เหล้าเมายา ฯลฯ แม้กระนั้นก็มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่น่ารักน่าเอ็นดูจนเกินกว่าจะเกลียดมันได้ลงคอ ที่ทำให้บทสรุปสุดท้ายกลายเป็นตกหลุมรักเจ้าตุ๊กตาหมีตัวนี้ที่มีนามว่า เท็ด (ซึ่งเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ Ted) ซะงั้น!!

จากที่กล่าวในข้างต้น สิ่งที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกอันหลากหลายขึ้นได้กับตัวละครที่เป็นเพียงแค่ตุ๊กตาหมีผสมกับเทคนิคพิเศษนั้น คงต้องยกความดีให้กับ เทคโนโลยี Motion Capture และ เซ็ธ แมคฟาร์เล่น (Seth MacFarlane) ผู้แสดงและพากย์เสียงเป็นตุ๊กตาหมีเท็ด นอกจากนี้ยังทำหน้าที่กำกับและเขียนบทอีกด้วย ซึ่งเทคโนโลยี Motion Capture นี้นับวันจะยิ่งพัฒนาและทำได้เนียนขึ้นเรื่อยๆ การเคลื่อนไหวแสดงท่าทางต่างๆ ดูสมจริงพร้อมกับสื่ออารมณ์ออกมาได้อย่างชัดเจน และด้วยเสียงพากย์ของเซ็ธเองที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกลักษณะและอุปนิสัยให้กับตุ๊กตาหมีเท็ดได้อย่างยอดเยี่ยม จนบางทีเผลอคิดในใจว่าเจ้าเท็ดนี่มันมีตัวตนจริงด้วยซ้ำ!

Ted นำเสนอตัวเองในลักษณะของนิทานแนวตลกร้าย เมื่อ จอห์น เบนเน็ตท์ (มาร์ค วอห์ลเบิร์ก) มีชีวิตวัยเด็กที่ช่างน่าสงสาร ไม่มีใครอยากคบหาเป็นเพื่อนเล่นกับเขาเลย จนในวันคริสต์มาสเขาได้รับของขวัญจากพ่อแม่เป็นตุ๊กตาหมีเท็ด ซึ่งจอห์นหลงรักมันในทันที เขาได้อธิษฐานของให้ตุ๊กตาหมีเท็ดมีชีวิตขึ้นมาและเขาสัญญาจะเป็นเพื่อนรักกับตุ๊กตาหมีเท็ดตลอดไป และแล้วคำอธิษฐานก็เป็นจริงเมื่อตุ๊กตาหมีเท็ดมีชีวิตขึ้นมา! ผ่านไปหลายสิบปี จอห์นเติบโตเป็นหนุ่มใหญ่เช่นเดียวกับหมีเท็ด ทั้งสองยังเป็นคู่ซี้ตัวติดกันเหมือนเดิม แต่นั่นทำให้ชีวิตคู่ระหว่างจอห์นและลอรี่ คอลลินส์ (มิล่า คูนิส) เริ่มมีปัญหากับความสัมพันธ์ที่มีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง! ซึ่งสุดท้ายจอห์นต้องเลือกว่าเขาจะใช้ชีวิตอยู่กับตุ๊กตาหมีเท็ดต่อไปหรือจะก้าวต่อไปในอนาคตพร้อมกับลอรี่สุดที่รักของเขา?

ตอนที่ดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้ก็เกิดความรู้สึกสงสัยว่าผู้คนในหนังดูจะไม่ตกใจเลย กับการที่พบเห็นตุ๊กตาหมีที่มีชีวิต นั่นเป็นสิ่งแรกที่อยากรู้ว่าหนังจะให้ทางออกกับเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งหนังได้ให้ทางออกสุดโม้ว่า ผู้คนล้วนตกตะลึงกับตุ๊กตาหมีที่มีชีวิตและสุดท้ายตุ๊กตาหมีเท็ดก็กลายเป็นคนดังระดับโลกในชั่วข้ามคืน และหนังก็ล้อเลียนผู้คนและสังคมที่มักจะเห่ออะไรในช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อเวลาผ่านไปตุ๊กตาหมีเท็ดก็กลายเป็นความเคยชินของผู้คนไปในที่สุด! นอกจากส่วนนี้แล้วเมื่อติดตามเรื่องราวไปเรื่อยๆ จะพบว่าบทภาพยนตร์เรื่อง Ted นี้ช่างร้ายกาจเหลือแสน เป็นหนังที่เปรียบเหมือนดั่งหมาบ้าเที่ยวไล่กัดคนดังและเหตุการณ์สำคัญไปทุกวงการไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เสียงเพลง การเมือง ฯลฯ เป็นหนังที่ถือว่าใช้นักแสดงรับเชิญได้คุ้มค่าจริงๆ ที่สามารถเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มได้เรื่อยๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกมุขจะทำหน้าที่ได้เข้าทั้งหมด ยังคงหลงเหลือความไม่แนบเนียนในการสอดแทรกจนรู้สึกได้ถึงการยัดเยียดในบางครั้ง!

สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนคือ เคมีระหว่างมาร์ค วอห์ลเบิร์ก ดูจะไปได้ดีกับตุ๊กตาหมีเท็ดมากกว่าตอนเข้าฉากกับ มิล่า คูนิส ที่เป็นนางเอกซะอีก จะเป็นเพราะเสน่ห์ของนักแสดงทั้งสองที่ไม่ค่อยเข้ากันหรือการที่หนังให้เวลาในการนำเสนอความรักของพระนางน้อยกว่าคู่ซี้ตุ๊กตาหมีก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับเลยก็คือความสามารถทางการแสดงของ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ที่แสดงร่วมกับเทคนิคพิเศษได้อย่างยอดเยี่ยม

Ted หมีไม่แอ๊บ แสบได้อีก รีวิว

ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างคู่ซี้คนกับตุ๊กตาหมีที่มีมานาน ต้องสะดุดหยุดลงเพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนที่ให้จอห์นต้องเลือกว่าจะอยู่กับตุ๊กตาหมีที่เป็นเพื่อนซี้หรือกับเธอเพื่อสร้างครอบครัวร่วมกัน ทำให้ตัวละครลอรี่เป็นเหมือนตัวร้ายคนหนึ่งของเรื่อง ที่เธอแสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจในตัวของจอห์นโดยเลือกที่จะมองในมุมของตัวเองเพียงฝ่ายเดียวว่า เธอต้องเสียสละอะไรหลายอย่างในชีวิตเพราะเธอเลือกที่จะคบกับจอห์น และพยายามเชื่อว่าตัวเองเลือกได้ถูกต้องโดยโยนความผิดไปให้กับตุ๊กตาหมีเท็ด ทั้งที่ในความจริงแล้วเป็นตัวของจอห์นต่างหากที่เลือกที่จะทำในสิ่งที่ลอรี่ไม่พอใจ ในขณะที่จอห์นก็ไม่ได้ต่างจากลอรี่เมื่อสุดท้ายเขาเลือกที่จะโยนความผิดให้กับตุ๊กตาหมีเท็ด เพื่อให้ความสัมพันธ์ของตนและคนรักดีขึ้น

เมื่อมองอย่างนี้แล้วจะเห็นว่าตุ๊กตาหมีเท็ดที่ได้มีชีวิตขึ้นมากลายเป็นตุ๊กตาหมีวิเศษ แต่สุดท้ายสถานะของตุ๊กตาหมีเท็ดก็ไม่ได้ต่างจากตุ๊กตาธรรมดาที่ไร้ชีวิตจิตใจแต่อย่างไร เมื่อยามเหงาอ้างว้างเราก็ต้องการมัน มีมันเป็นเพื่อนคลายความเหงาความเศร้าโศก แต่เมื่อเรามีเพื่อนหรือคนรัก หรือสิ่งใดก็ตามที่เราให้ความสนใจมากกว่า ตุ๊กตาเหล่านั้นก็จะถูกทิ้งขว้างเช่นเดียวกับตุ๊กตาหมีเท็ด! ซึ่งหนังแสดงให้เห็นว่า ถึงจอห์นเลือกแยกทางกับตุ๊กตาหมีเท็ดแต่สุดท้ายวังวนเดิมๆ ก็ยังคงอยู่ เป็นการตอกย้ำให้รู้ว่าคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนทัศนะคติให้โตขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น เป็นผู้นำมากขึ้น พร้อมที่จะดูแลครอบครัว มันขึ้นอยู่กับตัวของเราเองเท่านั้น! ว่าพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนหรือไม่ ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับบุคคล สิ่งแวดล้อม หรือสภาพแวดล้อมรอบข้างใดๆ ทั้งสิ้น

ภาพรวมของ Ted ดูจะล้นๆ เมื่อได้สร้างตัวละครสองพ่อลูกดอนนี่ (จิโอวานนี่ ริบิซี่) และโรเบิร์ต (เอดิน มินค์ส) ที่ต้องการตัวตุ๊กตาหมีเท็ดด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องขึ้นมา ซึ่งถือเป็นผู้ร้ายหลักของเรื่อง Ted อย่างแท้จริง ที่นำไปสู่การไล่ล่าที่ทำออกมาไม่สนุกและรู้สึกไร้สาระพิจารณาถึงการกระทำของตัวละคร แต่มองอีกมุมหนึ่งตัวละครสองพ่อลูกได้ถูกสร้างให้เป็นขั้วตรงกันข้ามกับจอห์น เบนเน็ตท์ เมื่ออดีตในวัยเด็กจอห์นคือผู้สมหวังที่ได้รับความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ที่มอบตุ๊กตาหมีให้กับเขาแถมยังได้รับพรให้ตุ๊กตาหมีมีชีวิตขึ้นมา ทำให้เขาได้มีเพื่อนมีชีวิตวัยเด็กที่ไม่เลวร้ายนัก ผิดกับดอนนี่ที่วัยเด็กต้องผิดหวัง จากการกระทำของพ่อแม่จนเกิดเป็นปมในจิตใจ ที่จะไม่ปฏิเสธในสิ่งที่ลูกตัวเองต้องการ จนนำมาสู่การกระทำของพ่อที่รักลูกในทางที่ผิด! คนหนึ่งเติบโตมาเป็นคนเช่นไร สามารถดูได้จากวัยเด็กว่าได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาแบบไหน

อย่างไรก็ตามภาพรวมของ Ted ถือเป็นหนังฟีลกู๊ดปากจัดเรื่องหนึ่งที่เลือกที่จะพาเรื่องราววุ่นๆ ทั้งหมด ไปสู่บทสรุปที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่นอกจากสร้างความบันเทิงเชิงสัปดนให้เราขำขันกันแล้ว ยังมีประเด็นในเรื่องของการจัดการความสัมพันธ์ให้เก็บไปคิดเป็นอาหารสมองได้อีกต่อหนึ่ง!

Ted ? ผมให้ ผมให้? 4 (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com