ปาดังเบซาร์ I Carried You Home ? อย่าปล่อยให้อะไรมันสายเกินไป?

Home / วิจารณ์หนัง / ปาดังเบซาร์ I Carried You Home ? อย่าปล่อยให้อะไรมันสายเกินไป?

คนสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณคือใคร? และใครคือคนที่รักคุณมากที่สุด? เป็น 2 คำถาม ที่ผมนึกถึงหลังจากที่ได้ชมภาพยนตร์เปิดเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพครั้ง ที่ 9 (9th World Film Festival of Bangkok 2012) เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ชื่อภาพยนตร์ I Carried You Home หรือในชื่อไทยว่า ปาดังเบซาร์

I Carried You Home กำกับโดย ต้องปอง จันทรางกูร ซึ่งเป็นหนังไทยที่ได้รับทุนพัฒนาบทภาพยนตร์จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ประเทศเกาหลีใต้เมื่อปี 2008 และเป็น 1 ใน 4 ภาพยนตร์ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการ Thai Film Pitching ที่คานส์เมื่อปี 2010

เล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ห่างเหินของครอบครัวหนึ่ง ผ่านเรื่องราว 2 ตัวละครของปิ่น (จั๊กจั่น อคัมย์สิริ) และป่าน (สายป่าน อภิญญา) ซึ่งเป็นพี่น้องกัน ปิ่นพี่สาวมีเหตุทะเลาะกับแม่จึงหนีจากเมืองไทยไปทำงานไกลถึงสิงคโปร์ ส่วนป่านผู้เป็นน้องสาวมาเรียนอยู่ม.ปลายที่กรุงเทพฯ โดยอาศัยอยู่กับน้าสาว วันหนึ่งแม่ได้เดินทางมาเยี่ยมป่านที่กรงเทพฯ แต่ป่านเลือกที่จะใช้เวลาอยู่กับเพื่อนมากกว่าที่จะสนใจแม่ที่มาหา

จนมีเหตุให้แม่ต้องจากไปอย่างกะทันหัน พี่น้องทั้ง 2 จึง กลับมาหา เพื่อพาร่างไร้วิญญาณของแม่กลับบ้านเกิดที่ ?ปาดังเบซาร์? ช่องว่างของความสัมพันธ์จึงค่อยๆ แคบลง

จุดเด่นของ I Carried You Home คือลูกเล่นในการเล่าเรื่อง โดยในช่วงต้นของเรื่อง หนังจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเล่าถึงการพาศพของแม่เดินทางกลับบ้านเกิด ส่วนที่ 2 เผยให้เห็นชีวิตวัยรุ่นวันเรียนของ ป่าน ที่ติดเพื่อน ติดเที่ยว มากกว่าจะหาโอกาสพูดคุยกับแม่จนเมื่อสาย ส่วนสุดท้าย เล่าถึงปิ่นที่จากบ้านเกิดไปทำงานไกลถึงสิงคโปร์ จนมาทราบการจากไปของแม่จึงตัดสินใจกลับมาที่ประเทศไทย

ก่อนที่จะร้อยเรื่องราวเข้าด้วยกัน ซึ่งการเลือกวิธีการเล่าเรื่องในช่วงต้นแบบนี้ ช่วยเติมสีสันให้กับเรื่องราวที่ไม่ค่อยมีอะไรมากนัก ช่วยกระตุ้นความสนใจต่อเรื่องราวจนผู้ชมสามารถเข้าใจอารมณ์ของหนัง ทำให้การติดตามการเดินทางพาแม่กลับบ้านเกิดในครึ่งหลังนั้นน่าติดตามมากขึ้น

อีกสิ่งที่มาเสริมการเล่าเรื่องก็คือ เพลงประกอบ ถึงแม้ผมจะไม่รู้จักเพลงเหล่านี้ แต่ก็รู้ได้ถึงความใส่ใจในการเลือกเพลงที่ให้เหมาะสมเข้ากับสถานการณ์ตรง หน้าเป็นอย่างดี

อย่างที่บอกไปว่าเนื้อเรื่องไม่มีอะไรมาก ฉะนั้นการที่จะทำให้สามารถติดตามเรื่องราวได้ตลอดนอกจากลูกเล่นในการเล่า เรื่องแล้ว สิ่งสำคัญมากอีกอย่างก็คือ การแสดง ซึ่งต้องบอกว่า ?เอาอยู่? เพราะการแสดงของนักแสดงนำทั้ง จั๊กจั่น อคัมย์สิริ และ สายป่าน อภิญญา ต่างทำหน้าที่ได้ดี สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่เสียบุคคลสำคัญในแบบพอดีๆ และไม่แย่งกันเด่น

โดย สายป่าน จะโดดเด่นในครึ่งแรกที่ถ่ายทอดอาการช็อค! โดยมีฉากหนักๆ ให้เห็น จากการจากไปอย่างกะทันหันของแม่และความสับสนในจิตใจที่ไม่สามารถบอกแม่ในขณะ ที่ยังมีโอกาส

ส่วนครึ่งหลังเป็น จักจั่น ที่ให้การแสดงในระดับที่ น้อยแต่มาก จากที่นิ่งๆ ไม่รู้สึกอะไร ซึ่งเข้ากับบทที่ไปใช้ชีวิตที่สิงคโปร์มาหลายปี จนเมื่อเดินทางเข้าสู่ปาดังเบซาร์ ได้เห็นสถานที่ต่างๆ ที่แม่เคยไปแต่ไม่สามารถไปได้อีกแล้ว จึงค่อยปลดปล่อยความเสียใจออกมา ซึ่งฉากนี้เป็นฉากเรียบๆ ที่มีความงดงาม จักจั่นสื่อความรู้สึกของคนที่เสียคนสำคัญออกมาได้ดี ใครที่เคยประสบเหตุการณ์เช่นนี้หรือเป็นคนรักครอบครัว จะกระทบใจกับฉากนี้เป็นพิเศษ

อีกคนที่อดพูดถึงไม่ได้ก็คือ ?คนขับรถ? ที่ชื่อ ต่อเป็น ผู้ขับรถโรงพยาบาลพาศพแม่ของปิ่นกับป่านเดินทางกลับบ้านเกิด แม้จะเป็นบทเล็กๆ มีบทบาทแค่ช่วงหนึ่ง แต่เป็นช่วงที่สำคัญมาก เพราะพฤติกรรมและคำพูดบางอย่างของคนขับรถสามารถเรียกรอยยิ้มให้ผู้ชม ได้ผ่อนคลายและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรื่องราวไม่หนักจนเกินไป ซึ่งบทของคนขับรถนั้นมีอยู่ในระดับที่กำลังดี เพราะหากมีมากกว่านี้จะทำให้ทิศทางของหนังที่ปูมาอย่างดีเสียหาย อีกทั้งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ปิ่นและป่านเปิดใจที่จะพูดคุยกันและเข้าใจ ซึ่งกันและกันมากขึ้น

ถึงเรื่องราวใน I Carried You Home จะเป็นประเด็นที่ค่อนข้างหนักแต่ถ่ายทอดออกมาได้งดงาม พร้อมทั้งตั้งคำถามผู้ชมกับการให้ความสนใจต่อคนที่เรารัก

และยังเป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนภาพสังคมในยุคปัจจุบันที่ความสัมพันธ์ของคน ในครอบครัวค่อนข้างห่างเหิน ไม่ค่อยสื่อสารกัน ปรับความเข้าใจกันยามเมื่อมีปัญหา จนต้องมาเศร้าเสียใจเมื่อไม่มีใครให้ปรับความเข้าใจอีกแล้ว

I Carried You Home ยังบอกให้เรารู้ว่า บางทีความไม่เข้าใจกันในครอบครัวนั้น แก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการเปิดใจพูดคุยกัน อย่ารอให้อะไรๆ มันสายไป

อีกสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นมุขเล็กๆ ของหนัง ซึ่งผมไม่ทราบเป็นความตั้งใจหรือเป็นความคิดมากของผมเอง คือ เหตุการณ์ในโรงแรมที่ 2 พี่น้องไม่มีเงินพอจ่ายค่าที่พักจนต้องใช้เงินจากกระเป๋าของแม่ ซึ่งฉากนี้ทำให้ผมรู้สึกถึงความรักของแม่ที่มีต่อปิ่นและป่าน แม้กระทั่งในวันที่แม่จากไป สิ่งที่แม่ทิ้งไว้ก็ยังสามารถช่วยเหลือลูกที่รักได้เสมอ

ปาดังเบซาร์ I Carried You Home ผมให้ 4 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree

http://charthree.wordpress.com