เค้าเรียกผมว่าความรัก : เพราะตกหลุมรักมักเป็นเรื่องง่าย บอกรักใครจึงเป็นเรื่องยาก

Home / วิจารณ์หนัง / เค้าเรียกผมว่าความรัก : เพราะตกหลุมรักมักเป็นเรื่องง่าย บอกรักใครจึงเป็นเรื่องยาก

หลังจากได้สร้างประวัติศาสตร์หนังม้ามืดไปเมื่อ 2 ปีก่อน กับ สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก ที่เป็นหนังแนวโรแมนติค คัมมิ่ง ออฟ เอจ ที่คนบอกต่อจนกวาดรายได้ไปกว่า 80 ล้าน และปล่อยให้ผู้กำกับอีกคนอย่าง เสนาเพชร นำหน้ากำกับหนังเดี่ยวไปก่อนแล้วหนึ่งเรื่อง โดยหนังเรื่องนี้จึงเป็นการพิสูจน์ของผู้กำกับอีกคน

คิว (เป้ อารักษ์) อดีตแบดบอยคนดังของโรงเรียน ผู้ไม่เคยเชื่อในความรัก เขาล้อเล่นกับความรักเป็นเรื่องฮาๆมาตลอด จนกระทั่งเขาหลงรัก เก้อ (โบ ธัญญะสุภางค์) สาวน้อยข้างบ้านเข้าอย่างจัง เธอกำลังจะทำให้เขารู้จักกับความรัก แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเธอคือคนที่เขาเคยทำร้ายจิตใจและปฏิเสธความรักอย่างไร้เยื่อใยเมื่อ ครั้งยังเด็ก แต่แล้วอยู่ดีๆ คิว ก็ดันได้ไปพบกับสมาคมกามเทพ ที่เป็นสมาคมที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นคนคล้ายพ่อสื่อให้กับคนที่ไม่รู้จัก และกฏของกามเทพเหล่านี้คือ เขาจะไม่สามารถตกหลุมรัก หรือพูดคำว่ารักกับใครได้อีกเลย แล้วทีนี่ความรักของ คิว และ เก้อ จะจบลง และ เป็นต่อไปอย่างไรนะ

เค้าเรียกผมว่าความรัก เป็นผลงานการกำกับของ วศิน ปกป้อง 1 ใน 2 ผู้กำกับ สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก ซึ่งอีกคนนึงอย่าง เสนาเพชร ก็ได้แยกตัวไปกำกับ 30+ โสด On Sale กันไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้จึงเป็นคิวของผู้กำกับอีกคนอย่างคุณ วศิน ปกป้อง ที่จะมาทำให้เรารู้กันเสียที ว่าใครคนไหนกันแน่ ที่มีส่วนในการทำให้คนดูหลงรัก สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก มากกว่ากัน โดยต้องขอยอมรับเลยว่าสิ่งที่ทำให้ผมสนใจจะเข้าไปลองดู เค้าเรียกผมว่าความรัก นั่นคงหนีไม่พ้นเรื่องราวของ กามเทพ ที่สามารถครีเอทออกมาได้น่าค้นหา ผสมไปกับมุกตลกๆที่แลดูมีเสน่ห์ในตัวอย่างหนัง และก็ดูเหมือนว่าในหนังจริงๆก็เป็นเช่นนั้น เพราะสิ่งที่ดูเหมือนว่าจะดีที่สุดใน เค้าเรียกผมว่าความรัก จะตกเป็นของด้าน มุกตลก ที่ผู้กำกับถือว่าสามารถนำเอามุกตลกหยาบคาย และ อารมณ์น่ารักๆ

มาผสมเข้ากันได้ค่อนข้างโอเคในระดับนึง โดยเฉพาะลีลาของนักแสดงขาจร ขาประจำ อย่าง น้าค่อม และ แจ๊ส ชวนชื่น ก็ถือว่าเป็นสีสันหลักๆตัวนึงของหนัง ที่สามารถเรียกเสียงฮาจากคนดูไปได้ดีในระดับนึง ไม่แพ้กับ เป้ อารักษ์ และ นางเอกใหม่อย่าง โบ ธัญญะสุภางค์ ที่ตัวบทไม่ได้มีความละเมียดละไม สื่อให้คนดูเห็นว่า 2 คนนี่รักกันจริงๆ แต่ในเมื่อถึงฉากที่ต้องสื่ออารมณ์ หรือเรียกง่ายๆคือบีบน้ำตาจากคนดู นักแสดงหลักทั้ง 2 คนก็สามารถทำงานเข้าขากันได้ดี มีอารมณ์ความขำปนซึ้งอยู่หลายฉาก แต่น่าเสียดายการที่หนังพยายามเอาสิ่งที่เรียกว่า ความรัก มาขยายความ แสดงถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของคำๆนี้อยู่

ที่ท้ายสุดตัวหนังกลับไม่สามารถขยายคำว่า ความรัก นี่ได้สุดทางนัก เพราะส่วนนึงที่เป็นข้อเสียของ เค้าเรียกผมว่าความรัก มันไม่ได้อยู่กับการที่หนังพยายามเดินตาม สิ่งเล็กเล็ก มากเกินไป แต่มันอยู่ตรงที่การที่ตัวหนังมีการใส่เรื่องราวของ สมาคมกามเทพ เข้ามาอยู่ในหนังเกือบ 70% ของเนื้อเรื่อง จนทำให้ตัวหนังนั้นเหลือเวลาแค่ 30% เท่านั้น ที่จะนำมาเรียบเรียงเรื่องราว และทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับเรื่องราวความรักของ คิว และ เก้อ ที่ท้ายสุด ถึงแม้ตัวหนังจะมีความยาวเกือบ 130 นาที มันก็ไม่พอสำหรับการปูเรื่องราวดังกล่าว จนทำให้พอหนังจบนั่น คนดูกลับรู้สึกได้แค่ว่า การที่ คิว หลงรัก เก้อ กลับเป็นเพราะหน้าตาของเธอเท่านั้น เพราะเรียกได้เลยว่าหนังแทบจะไร้ฉากที่ให้ เก้อ แสดงถึง นิสัย ใจคอ และตัวตนที่แท้จริงของเธอ หรือเรียกง่ายๆคือ สิ่งที่ทำให้หลงรักนอกจากหน้าตา

จนทำให้ท้ายสุดจึงดูเหมือนว่าหนังจะบอกกับคนดูว่า ‘ถ้าสวยก็มีแฟน’ โดยที่ไร้การพูดถึงเรื่องราวของ นิสัยใจคอ ที่มันน่าจะเป็นส่วนหลักสำคัญในการที่ทำให้คนเรารักกันมากกว่า (ที่ในกรณีนี้ ผมถือว่าความรักของ โชน และ น้ำ ใน สิ่งเล็กเล็ก ยังแสดงให้เห็น และ จับต้องได้มากกกว่า) โดยในอีกด้านอย่างเรื่องราวของ กามเทพ ที่หนังใช้เวลาไปกว่า 70% ในเรื่องราวดังกล่าว ท้ายสุดก็น่าเสียดายอีกเช่นกันเมื่อหนังกลับมีฉากการทำภารกิจของ ตัวเอก มากจนเกินไป จนทำให้ละเลยเรื่องราวของ กฏกามเทพ ที่หนังตั้งไว้แต่ทีแรก จนทำให้โดยสรุปแล้ว เค้าเรียกผมว่าความรัก จึงเป็นหนังที่เหมาะดูเอาฮามากกว่าความซึ้งแบบเรื่องเก่า

เพราะฉะนั้นโดยรวมสิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นข้อดีของ เค้าเรียกผมว่าความรัก จึงตกไปอยู่ที่ด้านของ การที่หนังมีการดึงนักแสดงตลก เฮฮา เข้ามาเป็นสีสัน พร้อมกับเคมีของพระนาง ที่ทำให้มุกตลกลื่นไหล แต่โดยรวมหนังกลับขาดน้ำหนักด้านของ ความรัก และ กฏกามเทพ ซึ่งถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องพวกนี่ก็ดูเพลินๆได้เลย

เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด