Looper ? เจาะเวลาหาอดีตแก้ไขอนาคต

Home / วิจารณ์หนัง / Looper ? เจาะเวลาหาอดีตแก้ไขอนาคต

Looper ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์จำพวกที่ไม่ควรรู้ข้อมูลอะไรมากนักก่อนจะเข้าไปชม เพื่อรับอรรถรสในการดูอย่างเต็มที่ แต่ถึงเราจะพลาด! ศึกษาหาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนเข้าชม เราก็ยังคงพบกับเรื่องประหลาดใจอยู่ดี แม้หน้าหนังจะบอกเราว่าเป็นเรื่องของพระเอกที่ต้องเผชิญหน้ากับตัวเองที่มา จากอนาคต แต่นั่นก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของเรื่องราวทั้งหมดที่หนังต้องการจะเล่า?

Looper เป็นภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นผสมไซไฟ กำกับโดย ไรอัน จอห์นสัน เล่าเรื่องราวในปี ค.ศ. 2044 ที่โลกในยุคนี้จะมีนักฆ่าที่มีหน้าที่เก็บคนที่ถูกส่งมาจากโลกอนาคต ซึ่งเรียกขานในนามว่า ?ลูปเปอร์? (Looper) ซึ่งใน ค.ศ. 2074 ที่วิทยาการก้าวหน้าจนสามารถย้อนเวลากลับมาได้ ซึ่งการจะกำจัดใครนั้นเป็นไปได้ยาก เพราะมีเทคโนโลยีที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ฉะนั้นการกำจัดก็คือการทำให้หายไป! ด้วยการส่งตัวมายังอดีตแต่นั่นก็เป็นวิธีการอันผิดกฎหมายและมีโทษสถานหนัก วิธีลูปเปอร์จึงมีใช้เพียงผู้มีอิทธิพลและมีเงินในอนาคตเท่านั้น

ลูปเปอร์ ช่วยเก็บกวาดศัตรูให้ โดยแลกกับฆ่าจ้างก้อนโตและชีวิตอันสุขสบาย อย่างไรก็ตามสำหรับลูปเปอร์แล้วนั่นเป็นความสุขเพียงชั่วคราว เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งการ ?หยุดลูป? จะเกิดขึ้นเพื่อรักษาสมดุลของช่วงเวลาไว้ โดยการส่งตัวของลูปเปอร์ในอนาคตมาให้คนในยุคนี้จัดการ!

โจ (โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิทท์) หนึ่งในลูปเปอร์ก็มีชะตาไม่ต่างกัน เพราะการช่วยเหลือเพื่อนสนิทให้หนีการหยุดลูปแต่ไม่สำเร็จ ทำให้เขามีมุมมองต่อการเป็นลูปเปอร์ที่เปลี่ยนไป และวันหนึ่งเขาก็ได้รับคำสั่งให้ไปสังหารคนๆ หนึ่งที่จะถูกส่งมาจากอนาคต ปรากฎว่าคนที่ถูกส่งมานั้นก็คือตัวของ โจ (บรูซ วิลลิส) เอง ในอนาคต ซึ่งโจในอนาคตไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อโดนกำจัด แต่เป็นตัวเขาต่างหากที่ส่งตัวเองมาเพื่อล้างระบบลูปเปอร์และกำจัดต้นตอของ ปัญหาทั้งหมดที่ผู้คนในอนาคตเรียกขานกันว่า ?เรนเมคเกอร์? (Rainmaker)

Looper นั้นมีกลิ่นอายของภาพยนตร์แนวไซไฟนั้นมีอยู่อย่างอบอวนที่ให้อารมณ์ดิบๆ ด้วยสภาพบ้านเมืองที่สกปรกและทรุดโทรมที่ทำให้อนาคตทั้ง 2 ยุค สมจริงและดูเป็นไปได้ แต่ความโดดเด่นที่แท้จริงของ Looper คือแนวคิดในการสร้างวงจรของ ลูปเปอร์ ขึ้นมา ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งทำออกมาได้น่าสนใจและชวนติดตามอย่างมิอาจปฏิเสธ บวกกับกลวิธีการนำเสนอที่พยายามสร้างปริศนา เงื่อนงำต่างๆ แล้วค่อยมาให้คำตอบในภายหลัง ยิ่งทำให้เราจดจ่อกับเรื่องราวมากเป็นพิเศษ เช่น ทำไมโจในอนาคตที่ถูกส่งมาถึงไม่ได้มีผ้าคลุมหัวและถูกมัดมือไว้เหมือนกับราย อื่นๆ, ความเชื่อมโยงกันระหว่างคนในปัจจุบันและคนในอนาคต, กระบวนการการควบคุมวงจรลูปเปอร์ให้อยู่ในขอบเขตเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลง ของกาลเวลา เป็นต้น

รวมถึงการสละเวลามาเล่าเรื่องราวบางส่วนที่ขยายขอบเขตความเข้าใจของผู้ชม ที่อาจจะตามเรื่องไม่ทัน ด้วยการนำเสนอช่วงเวลา 30 ปี สุดท้ายหลังจากที่โจถูกปิดลูป แต่กระนั้นการให้รายละเอียดของโลกเพื่อความสมจริงใน Looper ก็ยังมีเป็นจำนวนมาก การจะอัดข้อมูลทั้งหมดลงในหนังที่มีเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง จึงเป็นอะไรที่ลำบากมาก ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นช่องโหว่ของเรื่องราว เช่น เรื่องราวของมนุษย์ในสังคมที่เริ่มมีพลังจิต, สารเสพติดที่ได้รับความนิยมในหมู่ลูปเปอร์, สภาพการปกป้องและสังคมที่มองไม่ออกว่าเป็นแบบไหน แต่เราก็พอจะทราบว่าเป็นอย่างไรจากบางฉากในหนัง ที่พอจะสรุปได้ว่ารัฐศาสตร์ไม่ได้รับการพัฒนาเลย ผิดกับวิทยาศาสตร์ที่ก้าวไกลไปจนสามารถย้อนมายังอดีตได้ และเรื่องราวของ เรนเมคเกอร์ ที่น่าจะให้รายละเอียดมากกว่านี้เพื่อให้เราอินไปกับความต้องการล้างแค้นของ โจจากโลกอนาคตให้มากกว่าที่เป็นอยู่

ฉากแอ็คชั่นในเรื่องนี้ไม่ได้หวือหวา อิ่มกระสุนหรือกำปั้นอย่างที่คิด แต่ทุกฉากนั้นมีเบื้องหลังทำให้ดูตื่นเต้นและลุ้นระทึกว่าผลลัพธ์จะออกมา เป็นอย่างไร ฉากพลังจิตต่างๆ ใช้เทคนิคพิเศษทำให้เห็นชัดๆ ถึงความรุนแรงและน่ากลัวแต่แฝงไว้ด้วยความงดงาม

ที่จริงแล้วการแคสติ้งนักแสดงนำทั้งสองอย่าง โจเซฟ และ บรูซ ไม่ได้มีหน้าตาที่ใกล้เคียงกันเลย แต่ก็เห็นถึงความพยายามที่จะเชื่อมโยงกันของรูปลักษณ์เพื่อให้ผู้ชมเชื่อให้ ได้ว่านี่คือคนๆ เดียวกัน (แม้ตลอดการชมผมจะไม่รู้อย่างนั้นเลยสักครั้ง) รวมถึงความคิด ความชอบบางอย่างที่คล้ายคลึงกันอยู่ แต่หากวิเคราะห์ดีๆ แล้วจะเห็นว่า โจ ทั้งสองคนนี้ มีแนวคิดที่แตกต่างกันพอสมควร ซึ่งจุดนี้ผมค่อนข้างชอบเป็นพิเศษเพราะมันสอดคล้องกับความเป็นจริงในโลกว่า แนวความคิดและความเชื่อมั่นในบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาที่ผัน ผ่านและสิ่งที่เข้ามากระทบในแต่ละช่วงของชีวิต! ซึ่งมันให้ความรู้สึกที่น่าหดหู่ใจพอสมควร เมื่อรู้ว่าจิตใจของคนเราไม่ได้มั่นคงอะไรอย่างที่คิด!

Looper นับเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟที่ดีอีกเรื่องที่ผ่านการคิดมาอย่างดี และให้แง่คิดในเรื่องของการตัดสินใจ ที่เรามิอาจมองเป็นเรื่องเล่นๆ ได้เลย เพราะมันอาจส่งผลต่ออนาคตกับชีวิตของเราได้ในแบบที่เรามิอาจคาดคิดได้เลย แม้จะมีข้อบกพร่องอยู่บ้างในเรื่องของรายละเอียดที่มากมายจนไม่สามารถอธิบาย ให้เคลียร์ได้หมด รวมถึงมีบางช่วงที่จังหวะการเล่าเรื่องที่อืดอาดไปนิดก็ตาม!

Looper ผมให้ 3 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com