The Watch : ปัญหาใครแก้ได้ ยกเว้นปัญหาตัวเอง

Home / วิจารณ์หนัง / The Watch : ปัญหาใครแก้ได้ ยกเว้นปัญหาตัวเอง

ในช่วงที่หนังที่เข้าฉายอาทิตย์นี้ ได้รับคำวิจารณ์ไปในทางที่ดีเกือบยกโหล ก็เห็นจะมีแต่เรื่องนี่ ที่นอกจากจะเงียบที่บ้านเกิดอย่างอเมริกาแล้ว ในไทยก็ยังแทบจะไร้คนพูดถึง กับ The Watch ที่หนังเข้าฉายแล้ววันนี้ในบางโรงภาพยนตร์ ที่ควรตรวจเช็ครอบฉายก่อนจะไปดู ว่าแถวบ้านของท่านนั่น เรื่องนี้ได้เข้าฉายไหม

เมืองเกลนวิว รัฐโอไฮโอ สถานที่พักพิงอันสงบสุขและปลอดภัย เอแวน, บ๊อบ, แฟรงคลิน และ จามาร์คัส ตัดสินใจร่วมเป็นอาสาสมัครคอยดูแลความปลอดภัยในชุมชนของพวกเขา ด้วยการเป็น ?ผู้เฝ้าสังเกตุการณ์? พร้อมเสื้อแจ็คเก็ต Watch สุดเท่ติดสัญลักษณ์รูปหัวเสือประดับปีก ที่หนุ่มทั้งสี่คิดว่ามันจะทำให้คนในชุมชนเคารพยำเกรงพวกเขามากขึ้น ซึ่งตรงกันข้าม พวกเขาถูกเด็กๆ ปาด้วยไข่ไก่ แถมตำรวจท้องที่ก็คิดว่านี่คือเรื่องตลก แต่เมื่อสี่หนุ่มลาดตะเวนไปพบของสิ่งที่สามารถ ปล่อยสัญญาณพลังงานออกมาได้ พวกเขาก็รู้ทันทีว่า ตัวเองกำลังเผชิญกับอะไรบางอย่าง ที่อันตรายกว่าโจรลักเล็กขโมยน้อย และเป็นเอเลี่ยน

The Watch กำกับการแสดงโดย อากิวา เชฟเฟอร์ จากหนังตลกเล็กๆแอบฮิตอย่าง Hot Rod โดยตัวหนังเรื่องนี้ก็ยังได้ดาราตลก เซธ โรเจ้น มาทำหน้าที่เขียนบท และยังได้ ชอวน์ เลวี่ ผู้กำกับจาก Night at the Museum มาเป็น โปรดิวเซอร์ ให้ด้วย แต่ก็น่าเสียดายที่ถึงแม้หนังจะมีทั้งบุคคลที่มีชื่อเสียงมากหน้าหลากตา ทั้งเบื้องหลัง และ เบื้องหน้า ตัวหนังก็ยังโดนคำวิจารณ์สับเละ พร้อมทั้งยังทำเงินไม่ถึงเป้าอีกด้วย แต่หลังจากที่ผมได้รับชมนั่น ผมก็ต้องขอบอกว่า The Watch ไม่ได้ถึงเข้าขั้นแย่อะไรมากมายอย่างที่นักวิจารณ์สับกันนัก เพราะโดยส่วนตัวในด้านของสิ่งที่หนังพยายามจะขายอย่าง มุกตลกอเมริกัน และ ความบ้าหลุดโลกของเหล่าตัวละคร ตัวหนังก็ถือว่าสามารถทำออกมาได้อย่างสำเร็จทีเดียวหละครับ โดยเฉพาะในด้านของ มุกตลกอเมริกัน ที่หนังใส่เข้ามาเต็มเรื่อง

ที่ส่วนใหญ่อาจจะมีทั้ง ขำบ้าง แป๊กบ้าง ตามประสากันไป แต่โดยรวมคงเป็นเพราะเคมีของนักแสดงหนุ่มๆอย่าง เบน สติลเลอร์ , โจนาห์ ฮิลล์ , วินซ์ วอร์น และ ริชาร์ด อโยเด จึงทำให้มุกตลกโดยรวมที่หนังอัดแน่นมานั่น ล้วนเต็มไปด้วยสีสัน ที่ทำให้เราเหมือนมาดูเพื่อนๆด่าพ่อล้อแม่ กันอย่างสนุกสนาน ซึ่งก็ต้องขอบอกก่อนเลยว่ามุกตลกใน The Watch นี่ก็น่าจะเป็นหนังที่ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบมุกตลกประเภท สกปรก ที่เต็มไปด้วย การตะโกนโวยวาย , คำหยาบคาย และ เซ็กห์เป็นสำคัญ แต่ถ้าหากใครชอบมุกตลกแนวสกปรก อเมริกันจ๋า กันอยู่แล้ว ด้านมุกตลกใน The Watch ก็น่าจะเป็นหนังที่โดนใจและทำให้คุณฮาได้ไม่ยาก

พร้อมทั้งการที่หนังยังมีโปรยปรายไปด้วยฉากแอ็คชั่น ปราบเอเลี่ยน อีกมากมาย ที่ดูเผินๆแล้วก็ชวนให้นึกถึงว่า นี่เป็น Ghostbuster ฉบับเปลี่ยนจาก ผี เป็น เอเลี่ยน และเพิ่มความสกปรกให้กับมุกตลก เข้าไปมากกว่า แต่ก็อย่างว่า เป็นเพราะตัวหนังนั่นอัดแน่นไปด้วยมุกตลก และ ฉากแอ็คชั่น ข้อเสียใหญ่ๆของ The Watch มันจึงกลายเป็นอยู่ที่ว่า การที่หนังพยายามจะดันตัวเองไปให้มากกว่าการเป็นหนังตลกพื้นบ้าน โดยการใส่เรื่อง ปัญหาครอบครัว ของเหล่าตัวเอก ไม่ว่าจะเป็น ลุกสาวใจแตก , ภรรยาอยากเซ็กห์ และอะไรต่อมิอะไร ที่ในทีแรกดูเหมือนจะสื่อถึงเรื่องการแก้ปัญหา ที่ว่า ปัญหาของคนอื่นเราแก้ได้ แต่หากไม่ใช่ปัญหาของตน ก็ไม่ต่างอะไรจากคำที่หลายๆคนคงรู้ดีอย่างการที่คนเรา รู้จักไปซะทุกอย่าง ยกเว้นตัวเอง แต่ก็น่าเสียดายที่ท้ายสุดหนังกลับดันประเด็นไปไม่ได้

เพราะอย่างที่บอกไว้ว่าหนังอัดแน่นไปด้วย มุกตลก และ ฉากแอ็คชั่น จึงทำให้หนังมีเวลาเพียงนิดเดียวเท่านั้นที่จะย้อนกลับไปพยายามทำให้ The Watch กลายเป็นหนังตลกที่มีอะไรมากกว่าความตลก จนสุดท้ายหนังก็ไม่สามารถดันมันไปควบคู่กับมุกตลกได้อย่างลงตัวนัก จึงทำให้ผมคิดว่า ถ้าหากหนังนำเอาเวลาส่วนนั้น ไปคิดด้านของมุกตลก และ ฉากแอ็คชั่นเพิ่ม หนังน่าจะสามารถให้คนดูเต็มอิ่มไปกับสิ่งเหล่านี้ได้มากกว่าครับ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่เป็นขาประจำ สำหรับดาราตลกแถวหน้าอย่าง โจนาห์ ฮิลล์ , วินซ์ วอร์น หรือแม้แต่ เบน สติลเลอร์ นี่ก็น่าจะเป็นหนังที่พลาดไม่ได้ที่จะเห็นพวกเขาเล่นเข้าขากันดี

โดยสรุปแล้ว The Watch จึงเป็นมีจุดเด่นอยู่ตรงด้าน มุกตลก อเมริกัน ที่เน้นขายความสกปรกเช่น คำหยาบ และ เซ็กห์ ที่ถ้าหากใครชอบแนวนี้ก็ไม่น่าพลาด พร้อมทั้งฉากแอ็คชั่นอีกเล็กน้อยที่สนุกพองาม แต่โดยรวมหนังกลับขาดความสดใหม่ และ ไม่สามารถจูงประเด็นที่หนังพยายามใส่เข้ามาไปกับมุกตลกได้

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด