Lawless ? วิถีลูกผู้ชายท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง

Home / วิจารณ์หนัง / Lawless ? วิถีลูกผู้ชายท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อสัจธรรมของโลกนี้คือการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่สามารถปรับตัวได้คือ ผู้อยู่รอดแต่หากใครปรับตัวไม่ได้ ก็จะถูกกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงชะล้างไป แต่นั่นก็เป็นเฉพาะสำหรับคนบางคนเท่านั้น โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่มีอุดมการณ์และไม่เชื่อมั่นในตัวเอง แต่กับผู้ที่เชื่อมั่นในความคิดและศรัทธาของตัวเองอย่างแรงกล้า ก็จะสามารถยืนหยัดทานกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงไปได้ แม้จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดบ้างก็ตาม นั่นก็คงเป็นเช่นเดียวกับ 3 พี่น้องตระกูลบอนดูแรนท์ในเรื่อง Lawless ที่สามารถยืนหยัดและผ่านพ้นมันแม้ได้แม้จะต้องแลกด้วยบางสิ่งบางอย่างก็ตาม!

Lawless กำกับโดยผู้กำกับสัญชาติออสเตรเลีย จอห์น ฮิลโค้ท ผู้เคยฝากผลงานอย่าง The Road (2009) หนังเล่าเรื่องราวของ 3 พี่น้องตระกูลบอนดูแรนท์ อันได้แก่ โฮเวิร์ด (เจสัน คลาร์ก), ฟอร์เรส (ทอม ฮาร์ดี้) และน้องเล็ก แจ็ค (ไชอา ลาบัฟ) พวกเขาได้รับการโจษจันจากผู้คนในเมืองจนกลายเป็นตำนานเล่าขานว่า คนของตระกูลบอนดูแรนท์เป็นพวกอมตะ! ฆ่าไม่ตาย! ซึ่งพวกเขามีชีวิตอยู่ในอเมริกาในช่วงที่มีกฎหมายห้ามจำหน่ายและผลิตสุราโดย ไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ (ซึ่งแน่นอนมันเกี่ยวกับผลประโยชน์) แต่พวกเขาก็ต่อต้านและลักลอบผลิตสุราออกขายอย่างท้าทายกฎหมาย ทางรัฐบาลจึงได้มอบหมายให้ ชาร์ลี เรคส์ (กาย เพียร์ซ) ผู้มีประสบการณ์โชกโชนในการปราบปรามผู้ทำผิดกฏหมาย มาจัดการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ถ้าใครไม่ยอมอยู่ในการควบคุมก็ต้องถูกกำจัด! ซึ่งทุกคนยอมสยบกันหมดยกเว้น 3 พี่น้องตระกูลบอนดูแรนท์!

ที่จริงแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง The Wettest County in the World ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2008 เขียนโดย แมตต์ บอนดูแรนท์? ซึ่งเป็นหลานของ 3 พี่น้องตระกูลบอนดูแรนท์นั่นเอง นั่นก็หมายความว่าเรื่องราวในหนังนั้นก็คงมีส่วนที่เป็นเหตุการณ์จริงผสม อยู่พอสมควรกับเรื่องราวของกฎหมายฉบับหนึ่งที่ถูกใช้ช่วงหนึ่งในหน้าประวัติ ศาสตร์ของอเมริกา

ด้วยบุคลิกของตัวละครฟอร์เรสประกอบการแสดงในระดับน้อยแต่มากของ ทอม ฮาร์ดี้ ทำให้ ฟอร์เรสกลายเป็นตัวละครที่โดดเด่น มีความเป็นผู้นำและพึ่งพาได้ ที่แม้มองการกระทำบางอย่างอาจจะดูโหดร้าย แต่เมื่อพิจารณาถึงเหตุและผล กับสภาพแวดล้อมของสังคมที่อยู่ในลักษณะ ?ไม่ฆ่าเขา เราก็ถูกเขาฆ่า? และความอยุติธรรมของผู้บังคับใช้กฎหมาย ก็พอที่จะเข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำเช่นนี้

แต่กับ แจ็ค ที่ได้ ไชอา ลาบัฟ มาถ่ายทอด น้องสุดท้องที่มีความกดดันในจิตใจจากการที่ตัวเองนั้นไม่เอาไหนเทียบอะไรกับ พี่ๆ ไม่ได้เลย และไม่เกินเลยนักหากจะบอกว่า แจ็คคือตัวปัญหา ด้วยฝีมือการแสดงของลาบัฟทำให้ตัวละครตัวนี้มีมิติทางอารมณ์มากที่สุด น่าเสียดายกับ กาย เพียร์ซ ในบทเจ้าหน้าที่พิเศษ ชาร์ลี เรคส์ ที่ได้รับบทบาทที่แบนราบจนเกินไป กับบทผู้รักษากฎหมายที่ไร้มนุษยธรรม!

การสื่อประเด็นต่างๆ หนังไม่สามารถทำให้ผู้ชมเข้าใจได้เลยว่าต้องการมุ่งไปสู่ทิศทางใด ไม่ว่าจะนำเสนอในมุมมองของผู้ค้า ผู้ซื้อ หรือผู้รักษากฎหมาย ก็เบาหวิวจนจับต้องอะไรไม่ได้ ทั้่งที่วัตถุดิบของหนังเรื่องนี้มีมากมายที่จะสามารถลงไปในรายละเอียดของ สภาพแวดล้อมทางสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการบัญญัติกฎหมายนี้ขึ้นมา รวมถึงละเลยที่จะบอกถึงสิ่งเร้าที่ทำให้พี่น้องตระกูลบอนดูแรนท์ถึงมุ่งมั่น ที่จะต่อต้านภาครัฐในขณะที่เพื่อนพ้องในวงการนั้นปรับเปลี่ยนกันหมด ทำให้บางขณะรู้สึกว่าตระกูลบอนดูแรนท์เป็นพวกหัวรั้นและชอบหาเรื่องยุ่งยาก เข้ามาในชีวิต และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ตลอดการชมไม่มีอะไรให้เราต้องลุ้นหรือเอาใจช่วยอะไร เลย!

จังหวะในการเล่าเรื่องก็ดูจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ตัวหนังไม่มีความชัดเจนประเด็นที่ต้องการจะสื่อ ทั้งนี้เหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่องนั้นค่อนข้างกินระยะเวลาหลายปีพอสมควร แต่การให้รายละเอียดที่ไม่ชัดเจนและดูจะรวบรัดตัดความในบางช่วงบางตอนทำให้ อรรถรสในการติดตามเรื่องราวต้องเสียไปอย่างน่าเสียดาย

จะว่าไปแล้ว Lawless ก็คือหนังที่เล่าเรื่องราว การตามติดชีวิตของ 3 พี่น้องบอนดูแรนท์ในช่วงเวลาหนึ่ง ที่ต้องมาเผชิญการกวาดล้างจากการทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม!! ยังดีที่มีฉากแอ็คชั่นในแนวดิบเถื่อน ที่ช่วยเร่งเร้าอารมณ์ได้พอสมควร หาไม่แล้วความสนใจที่มีต่อตัวหนังคงจะหายไปในเวลาเพียงไม่นาน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้หนังจะไม่ได้วิพากษ์สังคมหรือบุคคล (อันเป็นสิ่งที่หนังพึงกระทำ) เมื่อพิจารณาจากเรื่องราวที่หนังนำเสนอ แต่อย่างน้อยมันก็เล่นกับประเด็นเรื่องของคำว่า ?ลูกผู้ชาย? ที่ฟอร์เรสผู้พี่พยายามแนะนำแก่แจ็คที่เป็นคนไม่เอาไหนและคิดว่าเรื่อง ทุกอย่างในชีิวิตเป็นเรื่องง่ายๆ ให้เข้าใจถึงความโหดร้ายของชีวิต ว่า ?ลูกผู้ชายไม่ได้วัดกันที่ความรุนแรงแต่มันวัดกันที่อุดมการณ์และเป้าหมาย ที่ต้องไปให้ถึง? เพราะในขณะที่แจ็คค่อยๆ เข้มแข็งและหนักแน่นขึ้นจากความโหดร้ายที่พบเจอ ผู้ชมก็เหมือนหนึ่งได้เรียนรู้มุมมองของชีวิตไปด้วยในตัว และนี่อาจเป็นสาระเพียงชิ้นเดียวที่เราได้จากหนังเรื่องนี้!

Lawless ผมให้ 2 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com