สาระแน โอเซกไก : ยำรวมมิตร สาระแน 3 ตอน ฉบับแดนปลาดิบ

Home / วิจารณ์หนัง / สาระแน โอเซกไก : ยำรวมมิตร สาระแน 3 ตอน ฉบับแดนปลาดิบ

ไม่แน่ใจว่าคนอื่นคิดอย่างไรกับหนังเรื่องนี้เมื่อไม่มี เปิ้ล นาคร อยู่ร่วมในแก๊งค์ด้วย เพราะส่วนตัวผมก็เป็นคนนึงที่ค่อนข้างชื่นชอบรายการ สาระแน และ นั่งยางโชว์ มากพอสมควร โดยถึงแม้ว่าหนัง สาระแน ในครั้งนี้จะขาด เปิ้ล นาคร ตัวหลักของแก๊งค์ไป แต่กระนั้นตัวอย่างของหนัง ก็ตัดออกมาน่าไปลองอยู่ดี

เมื่อ ?วิลลี่ & หอย? แห่ง สาระแน ได้ต้มตุ๋นดารามาเป็นเวลายาวนานถึง 15 ปีแล้ว จึงทำให้ทั้งคู่เริ่มรู้สึกอยากหาแรงบันดาลใจ และวิธีการใหม่ๆ ในการแกล้ง ?ซุป?ตาร์? อย่าง สนุกสนานและเมามันส์มากกว่านี้ วิลลี่ & หอย จึงออกเดินทางไป ประเทศญี่ปุ่น อาณาจักรที่เป็นสุดยอดต้นตำรับการแคนดิดแห่งมวลมนุษยชาติ เมื่อทั้งคู่เดินทางไปถึงกรุง โตเกียว ก็ได้พบกับ ?สำนักโยชิโมโต้? เทพเจ้าแห่งการแคนดิดที่มีอายุมากถึง 100 ปี แต่ยังคงความโหด มันส์ ฮา ไว้ได้ตลอดมานาน ด้วยความประทับใจ ?วิลลี่ & หอย? จึงขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ และทั้งสองก็ได้รับบท ทดสอบสุดหินในการทำภารกิจแคนดิดแกล้ง 5 ซุปเปอร์สตาร์

โดยหลังจากหนังของแก๊งค์ สาระแน 3 เรื่องก่อนหน้านั้น ไม่ว่าจะเป็น สาระแน ห้าวเป้ง , สิบล้อ และ เห็นผี เป็นผลงานการกำกับของคุณ เป้ นฤบดี เวชกรรม ทั้งนั่น แต่ในคราวนี้เป็นเพราะว่าเขาติดภารกิจทำหนัง สูบคู่กู้โลก ผลงานการกำกับของ โอเซกไก จึงได้ตกเป็นของ หอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค และ วิลลี่ แมคอินทอช ซะเอง ซึ่งโดยส่วนตัวผมก็อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า ผมเป็นคนที่ค่อนข้างสนุกไปแก๊งค์ สาระแน ในทีวีมากพอสมควร เพราะฉะนั้นผมจึงเป็นคนนึงที่ค่อนข้างโอเคกับหนัง สาระแน ที่เหมือนเอาแต่ละตอนมายำรวมกันอย่าง สาระแน ห้าวเป้ง เพราะว่าต้องยอมรับว่าตัวหนังทำออกมาได้ค่อนข้างฮา โดนใจสไตล์ผมมากพอสมควร ส่วนอีก 2 เรื่องหลังอย่าง สาระแน สิบล้อ และ เห็นผี ความฮาและความสนุกก็เริ่มตกลงมาตามลำดับ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคงหวังในเรื่องนี้ครับ

แต่ก็น่าเสียดายเหมือนกันที่ท้ายสุดตัวหนัง สาระแน โอเซกไก กลับไม่ได้ให้ความฮาอย่างที่ ห้าวเป้ง เคยให้ อย่างที่ควรเป็น เพราะโดยส่วนใหญ่นั้นคงเป็นเพราะการที่ โอเซกไก ได้นำเอาเอาดาราฮ๊อตมามากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น เคน ภูภูมิ หรือ เนโกะ จัมพ์ จึงทำให้ตัวสาระแนนั่นไม่สามารถแกล้งได้แรง หรือแกล้งได้เต็มที่ แบบที่เคยทำกับ หม่ำ จ๊กมก หรือ โก๊ะตี๋ ใน ห้าวเป้ง มันจึงทำให้ความฮา และ ความสดใหม่ ที่เคยเกิดขึ้นใน สาระแน ค่อนข้างหายไปมากพอสมควร แถมหนำซ้ำมันยังทำให้ผมกลับรู้สึกว่าการที่นั่งดูรายการ สาระแน ทางช่องฟรีทีวีที่บ้าน ยังให้ความฮาได้มากเสียกว่าการที่ต้องมาเสียตังค์ให้หนัง 3 ตอนยำรวมกัน

แถมการที่หนังยังได้มีใส่ สตอรี่ไลน์ ของเรื่อง ที่ให้ วิลลี่ และ หอย มาเป็นตัวนำ คั่นจังหวะการแกล้งเป็นระยะ มันยิ่งดูเหมือนไม่ได้ทำให้ตัวหนังดีขึ้นเลยสักนิด เพราะในระหว่างนั่นมันค่อนข้างเต็มไปด้วย มุกแป๊ก และ ความพยายามที่จะทำให้คนดูขำไปกับมุกเจ็บตัว และ มุกคำพูด ที่ท้ายสุดก็ทำไม่สำเร็จ ซึ่งผมคิดว่าสู้การตัดไปเป็นตอนๆแบบที่ สาระแน ห้าวเป้ง ทำ จะดีเสียกว่า เพราะฉะนั้นก็เห็นจะมีแต่ช่วงท้ายของหนัง ที่เป็นการแกล้ง ตั๊ก บริบูรณ์ และ แจ็ส ชวนชื่น ที่สามารถเรียกเสียงฮาจากคนดูไปได้ไม่น้อย และการแกล้งดาราปริศนาตอนช่วงท้ายของเรื่อง ที่เปรียบเสมือนเป็น มุกตลกไคล์แมกซ์ เลยก็ว่าได้หละครับ ซึ่งคงเป็นเพราะการแกล้งดาราตลก 2 คนนี่ ออกมาค่อนข้างแรง และเป็นการแกล้งที่ค่อนข้างถึงอกถึงใจคนดู ไม่เหมือนกับการแกล้งเบาๆที่ทำกับดารา 3 คนก่อนนะ

มันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถทำให้คนดูค่อนข้างฮาไปกับ 2 ตอนสุดท้ายของหนังได้ไม่ยาก แต่ยังไงก็ตาม โดยรวมแล้วผมกลับคิดว่า ด้านของ มุกตลก ที่เป็นจุดขายตัวสำคัญของ สาระแน โอเซกไก ยังไม่สามารถสอบผ่านได้ เพราะโดยถึงแม้โดยรวมตัวหนังจะทำออกมาดูเพลินกว่า สาระแน สิบล้อ และ เห็นผี เพราะความยาวของหนังมีแค่ประมาณ 80 กว่านาที แต่ถ้าหากจะให้เทียบด้านของ มุกตลก และ ความฮา ผมยังคิดว่า เห็นผี และ สิบล้อ ยังสามารถทำออกมาได้ดีกว่าอยู่หลายเท่า และเทียบไม่ติดกับ ห้าวเป้ง แถมผมยังคิดว่า สาระแน โอเซกไก ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อีกว่า การที่ สาระแน ขาดตัวละครสำคัญอย่าง เปิ้ล นาคร ไป

ก็เหมือนกับว่าเป็นการขาดเสียงตัวโน๊ตไปหนึ่งตัว เพราะผมคิดว่าถ้าหาก สาระแน โอเซกไก ได้ เปิ้ล นาคร และผู้กำกับ เป้ นฤบดี เวชกรรม มาทำหนังตามรอยแบบ สาระแน ห้าวเป้ง อีกครั้ง ตัวหนังก็น่าจะออกมาฮา และ แกล้งกันแรงกว่าการที่ให้ วิลลี่ และ หอย มานั่งคิดไอเดียการทำที่ค่อนข้างเบา และ มุกแป๊กไปนิด

เรื่องนี้ผมให้? 6/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด