Silent Hill : Revelation 3D : เรฟเวเลชั่น เต็มไปด้วยฉากกระแทกตาทะลุจอ

Home / วิจารณ์หนัง / Silent Hill : Revelation 3D : เรฟเวเลชั่น เต็มไปด้วยฉากกระแทกตาทะลุจอ

ก็เพราะว่าภาคแรกเป็นหนังจากเกมส์ที่ได้รับคำวิจารณ์ไปในทางที่ดีจากคอเกมส์ และ คนดูทั่วไป แถมยังทำให้ตัวหนังนั่นเก็บรายรับทั่วโลกไปเกือบ 100 ล้านเหรียญอีกด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกถ้าหากว่า หุบเขา เมืองห่าผี ยังจะขอมาต่ออีกภาคนึง โดยในคราวนี้ก็ยังจะมาในรูปแบบของ 3D ทะลุจอกันอีกด้วย

หลายปีที่ผ่านมา เฮทเธอร์ (อเดเลด เคลเมนส์) กับพ่อของเธอ (ฌอน บีน) ต้องพากันหนีปีศาจร้าย และต้องฉลาดกว่าพลังอำนาจมืดที่เธอไม่เข้าใจอยู่หนึ่งก้าวเสมอ แต่เมื่อวันที่อายุ 18 ปี ของเธอมาถึง ฝันร้ายอันสยดสยองได้เกิดขึ้นกับเธอ เมื่อการหายตัวไปของพ่อ ทำให้เธอได้ค้นพบว่าเธอไม่ใช่คนที่เธอคิดว่าเธอเป็นอยู่ เรื่องราวค่อย ๆเผยว่าเธอได้ถลำลึกสู่โลกของมารร้าย และต้องหาทางหนีออกมาก่อนที่เธอจะติดอยู่นรกขนาดย่อมๆที่เรียกว่า ไซเลนท์ ฮิลล์ ที่เต็มไปด้วยเหล่า สัตว์ประหลาดสยอง และ ลัทธิแปลกประหลาด ที่เธอต้องรีบหนีออกมาให้ทัน พร้อมทั้งยังต้องช่วยเหลือพ่อและแม่ของเธอที่ติดอยู่ในหุบเขาเงียบสงบด้วย

Silent Hill : Revelation ได้เปลี่ยนตัวผู้กำกับจากภาคแรกอย่าง คริสโตเฟอร์ แกนส์ มาเป็น ไมเคิล เจ บาสเซ็ท ที่คนไทยเราคงรู้จักกันจากหนัง ตัดหัวผี เรื่อง Solomon Kane ที่เคยได้เข้าฉายไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน โดยก่อนอื่นผมต้องขอบอกเลยว่า ตัวผมไม่เคยได้เล่นเกมส์ Silent Hill มาก่อน เพราะฉะนั้นตัวผมจึงไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับตัวเกมส์ได้ แถมหนำซ้ำยังเป็นคนที่ค่อนข้าง ไม่ค่อยชอบ ตัวหนังภาคแรกอยู่มากพอสมควร เนื่องจากความน่าเบื่อ และ เรื่องราวที่หลวมๆของโลกคู่ขนาน แต่ก็ดูเหมือนว่าในภาค 2 การเปลี่ยนผู้กำกับจะกลายเป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน เพราะโดยส่วนตัวผมกลับเป็นคนที่ชอบภาค 2 มากกว่าภาคแรกอยู่หลายเท่า และสิ่งที่ถือได้ว่าขาดไม่ได้เลยสำหรับ Silent Hill : Revelation คงหนีไม่พ้นระบบ 3D ที่สามารถทำออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบและสวยงาม

พร้อมทั้งมันยังเต็มไปด้วยฉากทะลุจอ ที่หนังหยิบจับเอาสิ่งของต่างๆกระแทกใส่ตาคนดู ที่เรียกได้ว่า ใครชอบ 3D ของหนังชุด Final Destination 4 และ 5 ก็น่าจะถูกใจกันแน่นอนกับของกระแทกตาชุดใหญ่กว่านั่นใน Silent Hill : Revelation แถมดูเหมือนการที่ผู้กำกับ ไมเคิล เจ บาสเซ็ท จะสามารถทำหนังออกมาได้ถูกจุด นั่นคือการให้ตัวละคร นางเอก เปรียบเสมือนเป็นหนึ่งในตัวละครของเกมส์ ที่จะต้องเดินผ่านเพื่อไปเจอกับสัตว์ประหลาดตัวต่อไปเรื่อยๆ โดยถึงแม้ว่าด้านบทจะยังอ่อนปวกเปียกเช่นเคย แต่ด้านของตัวเรื่อง และ ความบันเทิง ผมกลับขอยกให้ Silent Hill ในภาคนี้เป็นหนังที่สร้างความบันเทิงได้ดีกว่าภาคแรก

โดยสิ่งที่อยู่ในความสำเร็จดังกล่าว คงหนีไม่พ้นการที่หนังได้จับยัดเอาสัตวประหลาดจากเกมส์มาหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น พีรามิด เฮดด์ หรือแม้แต่ แมนน์ควินท์ ที่สามารถออกมาสร้างสีสันให้กับขาจร ขาประจำ ได้ค่อนข้างสนุก โดยเฉพาะในด้านของ ไอเดียการออกแบบ ที่ต้องขอชื่นชมที่ดึงเอาออกมาจากเกมส์ได้โดยที่โครงสร้าง และ ส่วนประกรอบ ของตัวประหลาดเหล่านี้ ออกมาได้อย่างมีลูกเล่นมากมาย และดูไม่แปลกถึงแม้จะดึงเอาออกมาจากเกมส์ก็ตาม เพราะฉะนั้นถ้าหากให้ผมตีความ Silent Hill : Revelation ผมจึงถือว่าเป็นหนังภาคต่อที่สามารถสร้างความบันเทิงให้กับคนดูได้ดีกว่าภาคแรก เพราะตัวหนังเต็มไปด้วย ฉากแอ็คชั่น และ ฉากสยองขวัญ ที่อัดแน่นเข้ามาทั้งเรื่องจนไม่มีเบื่อ แต่สิ่งที่ผมคิดว่ายังคงเป็นข้อเสียของหนังชุดนี้ยังคงเป็นเรื่องของ บทหนัง อยู่เช่นเคยแหละนะ

เพราะถ้าหากใครคิดว่าภาคแรกทำบทออกมาน่าผิดหวังแล้ว ผมขอบอกเลยว่าภาคนี้แย่กว่าอีกหลายเท่า เพราะตัวบทในภาคนี้ ตัวหนังกลับทำออกมาแบบ มาเร็วไปเร็ว โดยการวางตัวเรื่องให้มีความง่ายดาย เพื่อจะรีบให้นางเอกไปเจอกับเหล่าตัวประหลาดเร็วๆ แต่กลับขาดเรื่องราวของ ความซับซ้อน แบบที่ภาคแรกเคยทำไว้ แถมหนำซ้ำหนังยังไม่มีการอธิบายเกี่ยวกับเรื่องราวของ โลกแห่งความจริง และ ไซเลนท์ ฮิลล์ ออกมาได้อย่างชัดเจน หรือแม้แต่เรื่องของ ภาคีลัทธิ ที่ตัวหนังใช้วิธีแถเอาเพื่อให้ตัวหนังเชื่อมต่อกับภาคแรก ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้คอเกมส์ไม่ถูกใจกัน แต่ถ้าใครเป็นขาจร ภาคนี้ก็ถือว่าทำออกมาดูเพลินดีนะ

โดยสรุปแล้วสำหรับผม Silent Hill : Revelation จึงถือว่าเป็นหนังที่ทำออกมาดีกว่าภาคแรก ด้วยการที่หนังเต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่น ปนสยอง ขายเรื่องราวไอเดียตัวประหลาด จึงทำให้หนังดูเพลินและไม่น่าเบื่อเหมือนภาคแรก แต่ยังไงซะในด้านของ ตัวบท ของหนังก็ยังคงเป็นข้อเสีย ที่ค่อนข้างมั่วและแถเช่นเคยหละ

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด