Skyfall : ผมชื่อ บอนด์ เจมส์ บอนด์

Home / วิจารณ์หนัง / Skyfall : ผมชื่อ บอนด์ เจมส์ บอนด์

กลับมาแล้วกับหนังสายลับอมตะตลอดกาลอย่าง เจมส์ บอนด์ ที่ทิ้งช่วงห่างจากภาคที่แล้วมานานถึง 4 ปี ไม่รู้ว่าเพราะต้องการจะรอให้ถึงปีที่จะฉลองสายลับคนนี้อายุครบ 50 ปีรึปล่าว ตัวหนังจึงได้มีคิวฉายในปีนี้ ที่ทางด้านตัวละครสายลับ เจมส์ บอนด์ ก็ยังคงได้ เดเนียล เคร็ก จาก 2 ภาคก่อน มารับหน้าที่เช่นเคย

ความซื่อสัตย์ของบอนด์ที่มีต่อเอ็มกำลังจะถูกทดสอบอีกครั้ง เพราะอดีตของเธอนั้นกลับมาตามล่าเธอ หลังจากที่ บอนด์ ได้บาดเจ็บสาหัสจากการตัดสินใจอันผิดพลาดของ เอ็ม จึงทำให้ชะตากรรมของคนอังกฤษ ตกอยู่ในช่วงวิกฤตอยู่พักนึง หลังจากได้มีอดีตคนรู้จักของ เอ็ม อย่าง สายลับ ซิลว่า กลับมาเพื่อตามล้างแค้นด้วยเหตุผลบางอย่าง จึงทำให้หนุ่ม บอนด์ ต้องกลับมารับภารกิจเพื่อปกป้องคนที่เขารัก และ เคารพ อีกครั้งนึง โดยภาคนี้จะเป็นภาคที่ 23 ของสายลับ เจมส์ บอนด์ ที่กลับมาพร้อมนักแสดงชุดเดิม ไม่ว่าจะเป็น แดเนียล เคร็ก ในบท เจมส์ บอนด์ , ราล์ฟ ไฟนส์ และ จูดี้ เดนช์ พร้อมด้วย ฮาเวียร์ บาร์เด็ม ด้วย

Skyfall กำกับการแสดงโดย แซม แมนเดส ผู้กำกับสายหนังดราม่าหนักๆที่เราคงรู้จักกันดีไม่ว่าจะเป็น American Beauty และ Revolutionary Road ซึ่งที่จริงแล้ว ทางด้านของ แดเนียล เคร็ก และผู้กำกับ แซม แมนเดส ก็เคยได้ร่วมงานกันมาก่อนแล้วครั้งนึงในหนังเรื่อง Revolutionary Road เพียงแต่ในตอนนั้นเป็นเพียงแค่บทสมทบ ซึ่งตอนที่แฟนๆของ สายลับ เจมส์ บอนด์ ได้ข่าวการมากำกับของ แซม แมนเดส ต่อหนังชุดนี้ ก็คงจะแอบมีใจหล่นกันบ้างเล็กน้อย ที่ว่าตัวหนังในภาคนี้จะไปเน้นทางด้านดราม่าตามสไตล์ของผู้กำกับมากเกินไป จนขาดแคลนดราม่าเด็ดๆแบบที่ Quantum of Solace ทำมารึปล่าว และก็ดูเหมือนกับว่าจะเป็นอย่างที่แฟนๆคาดกันไว้นั่นแหละ เพราะใน Skyfall ถือว่าเป็นตัวหนัง เจมส์ บอนด์ อีกภาค ที่อุดมไปด้วยความดราม่า ไม่แพ้กับภาคก่อนเลยก็ว่าได้

แต่จุดเด่นของมันกลับอยู่ที่ว่า ไอ้ดราม่าใน Skyfall เนี่ย มันถือได้ว่าเป็นดราม่าที่มีความเป็นน้ำเป็นเนื้อ มากกว่าดราม่าที่เหลวไหลใน Quantum of Solace ที่ตัวหนัง Skyfall ถือได้ว่าเป็น เจมส์ บอนด์ ภาคที่ไม่ได้อิงมาจากเนื้อเรื่องตามในนิยายของ เอียน เฟลมมิ่ง เลยสักตอน แต่เป็นตอนที่เขียนใหม่ขึ้นมาเพื่อหนังโดยเฉพาะ แต่ก็กลับสามารถทำออกมาได้ดีเกินคาด ด้วยการที่ตัวหนังเต็มไปด้วยเรื่องราวการลงเจาะลึกในด้านของ ความสัมพันธุ์ของ เอ็ม และ เจมส์ บอนด์ ที่ถึงแม้ช่วงท้าย ตัวหนังจะไม่ได้สามารถขยี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบนัก แต่การที่หนัง 143 นาที และเต็มไปด้วยเรื่องราวแบบนี้ก็คงจะพอแล้วสำหรับแฟนๆเดนตาย

แถมสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้แฟนชื่นชอบหนังภาคนี้ได้อย่างแน่นอน คงหนีไม่พ้นการที่ตัวหนังได้มีฉาก และ อารมณ์ ที่เต็มไปด้วยการให้ความเคารพหนังชุดภาคเก่าๆของ เจมส์ บอนด์ ซึ่งถึงแม้ส่วนตัวผมจะไม่ได้ดูครบทุกภาค แต่ก็สามารถจับได้ถึงอารมณ์บางอย่าง ที่ตัวหนังได้มีเคารพฉบับเก่าๆอยู่มากพอสมควร แถมทางด้านของนักแสดง ทั้งชุดเก่าและชุดใหม่ ก็ถือว่าผู้กำกับสามารถถ่ายทอดเสน่ห์ของแต่ละตัวละครออกมาได้ดีไม่แพ้ภาคเก่าๆ โดยเฉพาะ แดเนียล เคร็ก และ จูดี้ เดนซ์ ที่ยังคงสามารถรับหน้าของ เจมส์ บอนด์ และ เอ็ม แถมเมื่อรวมกับตัวบทที่หนักแน่นใน 2 ตัวละครนี้อยู่แล้ว จึงทำให้ภาคนี้ ตัวละครเหล่านี้ดูมีเนื้อหนัง

ส่วนตัวร้ายในภาคนี้ที่นำแสดงโดย จาเวียร์ บาเด็ม ที่ต้องยอมรับว่า บาเด็ม สามารถแสดงออกมาได้อย่างมีลูกเล่น และ น่าจดจำ พร้อมกับแอบมีกลิ่นไอของ โจ๊กเกอร์ ใน The Dark Knight มากพอสมควร ส่วนการที่ภาค Skyfall ไม่ได้อัดแน่นฉากแอ็คชั่นมามากพอควร จึงเปรียบเสมือนเป็นดาบสองคมอยู่เหมือนกัน ส่วนนึงก็ดีคือการที่หนัง ได้มีเวลาจริงจังกับเรื่อง ดราม่า และ แอ็คชั่น ควบคู่กันไป แต่ในอีกด้านนึงก็อาจจะทำให้แฟนๆไม่สะใจเต็มที่กับฉากแอ็คชั่นกันนัก

เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้ว ใน Skyfall จึงถือว่าเหมาะกับแฟนหนังชุด เจมส์ บอนด์ มากกว่า ขาจร อยากดูฉากแอ็คชั่น เพราะตัวหนังส่วนมากจะเล่นด้านของ ความสัมพันธุ์ และ เบื้องลึกเบื้องหลัง ของเหล่าตัวละครมากกว่า จะเน้นหนักที่ด้านฉากแอ็คชั่นอย่างที่ตัวอย่างบอกเอาไว้ ซึ่งแฟนๆส่วนใหญ่คงจะมีถูกใจกันแน่

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด