Wolf Children : เส้นทางของการเลี้ยงลูก

Home / วิจารณ์หนัง / Wolf Children : เส้นทางของการเลี้ยงลูก

เป็นอนิเมชั่นที่เตรียมจะเข้าฉายในบ้านเราอาทิตย์หน้าเป็นต้นไป แต่ตัวหนังมีจัดรอบสื่อตั้งแต่เมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่แล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงได้รับชมมาก่อน กับอนิเมชั่นที่มองผิวเผินอาจจะนึกว่าของ สตูดิโอ จิบลิ ทั้งที่แล้วมันกลับเป็นอนิเมชั่นน้ำดีอีกเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในสตูดิโอ จิบลิ ของผู้กำกับจาก Summer Wars ตั้งหาก

The Wolf Children คู่จี๊ดชีวิตอัศจรรย์ เรื่องราวของ ฮานะ สาววัย 19 ปีที่ตกหลุมรักมนุษย์หมาป่า จนมีพยานรักเป็นลูก 2 คน ครอบครัวที่ประกอบไปด้วย 4 ชีวิตเลือกที่อยู่อย่างสงบในมุมหนึ่งของเมือง แต่เมื่อหัวหน้าครอบครัวต้องจากไปอย่างกะทันหัน ฮานะ จึงตัดสินใจที่จะย้ายไปอยู่ในเขตชนบท ซึ่งจะเป็นที่ที่ปราศจากผู้คน เพื่อที่ ลูก ของเธอที่มีร่างกายเป็นครึ่งมนุษย์ ครึ่งหมาป่า จะได้ไม่ตกอยู่ในอันตราย ซึ่งที่นั่นเธอก็ยังได้พบกับเพื่อนบ้านที่แสนดีอีกมากมาย ที่จะมาคอยช่วยเหลือเธอเพื่อใช้ชีวิตอยู่ในชนบท แถมยังต้องเจอกับบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ เมื่อลูกๆของเธอได้เปลี่ยนไป และต้องเลือกเส้นทางของตัวเองในที่สุด

Wolf Children กำกับการแสดงโดย มาโมรุ โฮโซดะ ผู้กำกับน้ำดี ที่ฝีมือเทียบชั้นกับอนิเมชั่นของ สตูดิโอ จิบลิ จากเรื่อง The Girls Who Leapt through Time และ Summer Wars ที่เรื่องหลัง คออนิเมชั่น คงจะรู้จักกันดี เพราะถือได้ว่าเป็นอนิเมชั่นที่มีชื่อเสียงวงกว้างในบ้านเรามากๆหลังจากออกแผ่น แถมตัวหนังก็ยังทำออกมาซะดีจนแผ่นในบ้านเราขายหมดเกลี้ยงกันเลยทีเดียว โดยในผลงานเรื่องใหม่อย่าง Wolf Children ของผู้กำกับคนนี้ ก็ดูเหมือนว่าผู้กำกับจะยังคงหยิบเรื่องราวแนวถนัด มาสอดแทรกใส่ในตัวอนิเมชั่นอยู่เช่นเคย ซึ่งหนึ่งในนั่นคือเรื่องราวของ ครอบครัว และ ความสามัคคี ที่ถ้าหากใครคิดว่าเรื่องราวเหล่านั้นใน Summer Wars กินใจแล้ว ขอให้แนะนำมาชม Wolf Children เพราะมันจะออกมากินใจกว่า และเต็มไปด้วยโทนหนังอารมณ์ที่มืดม่นและสมจริง

โดยเฉพาะเรื่องราวของ แม่ม่าย ที่ต้องดูแลลูกตามลำพัง หลังจาก หัวหน้าครอบครัว ต้องจากไปอย่างกระทันหัน ที่หนังใช้เวลาครึ่งแรกของเรื่อง ปูถึงเรื่องราวของ แม่ ที่มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเรื่องราวชีวิตของหมาป่า หรือแม้แต่เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อที่จะทำให้เธอ และ ลูก ต้องมีชีวิตอยู่ได้ต่อไปในชีวิตชนบท ที่ตัวหนังก็ต้องยอมรับเลยว่าสามารถทำออกมาจี้ใจของคนมีครอบครัว และ ในเวลาเดียวกันก็เป็นนิทานสอนใจให้กับเหล่าเด็กน้อยให้รักแม่มากขึ้นได้ดีอีกด้วย แถมการที่ตัวหนังเปรียบเสมือนจะเปรียบให้ตัวละคร มนุษย์หมาป่า เป็นตัวละครที่สังคมไม่ยอมรับ เพียงแค่รูปร่างอันตราย

โดยที่ไม่ได้มีการเข้าไปศึกษา หรือว่ารู้เบื้องลึก เบื้องหลัง ของพวกเขาก่อน แต่ก็ต้องโดนตีตราไปก่อนแล้วว่าเป็น ตัวอันตราย ประจำหมู่บ้าน ก็เปรียบเสมือนกับเหล่าเด็กที่เพื่อนไม่คบที่โรงเรียน เพียงแค่เพราะว่าพวกเขาอาจจะมีแผลใจบางอย่างก็เป็นได้ ซึ่งนอกจากนั้นหนังก็ยังมีเรื่องของ ความร่วมมือร่วมใจ ความสามัคคี ของคนในหมู่บ้าน ที่ยังคงตอกย้ำอยู่เช่นเคยว่า เพียงแค่เราสามัคคี ก็ไม่มีสิ่งใดที่เราทำไม่ได้ คล้ายกับ Summer Wars อย่างไงอย่างงั้น โดยในตัวครึ่งแรกของหนัง ผมก็ต้องขอยอมรับเลยว่าตัวหนังสามารถเล่าเรื่องออกมาได้อย่างลื่นไหล สนุก และ สอดแทรกประเด็น ได้อย่างยอดเยี่ยม จนเทียบ จิบลิ ได้

แต่ก็น่าเสียดาย ที่เมื่อตัวหนังเข้าสู่ครึ่งหลังของหนัง ที่ถึงแม้ว่าตัวหนังยังจะคงประคับประครองประเด็นที่หนังตั้งมาตั้งแต่ต้น และยังคงใส่เรื่องราวใหม่ๆเกี่ยวกับ การเลี้ยงลูก ออกมาได้อย่างสม่ำเสมอ แต่กระนั้นในอีกด้านนึงอย่าง ความสนุก ของหนัง ส่วนตัวผมกลับรู้สึกว่ามันดรอปลงจากครึ่งแรกอย่างเห็นได้ชัด โดยหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นการที่หนังใส่เรื่องราวกระจุกกระจิก มาเยอะแยะเกินไป ไม่ว่าจะเป็น ด้านของ ตัวเลือก , ความรัก และ การใช้ชีวิต ที่ก็ต้องยอมรับเลยว่าหนังปิดบทสรุปของเรื่องเหล่านั้นได้ดี แต่มันก็เปรียบเสมือน ดาบสองคม ไปในพร้อมกัน เพราะเรื่องเหล่านั้นก็กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ชะลอความสนุกของหนังลงไปมากพอสมควร แต่ยังไงก็ตาม โดยรวมแล้วเมื่อ ชั่งน้ำหนัก ความดีความชอบ ของตัวหนังทั้งเรื่อง ครึ่งแรก ของหนังก็ถือว่าเป็นสิ่งที่หักล้างครึ่งหลังได้

และผมก็ยังถือว่าอนิเมชั่นจากญี่ปุ่นเรื่องนี้ ถือว่าเป็นอนิเมชั่นที่สามารถทำออกมาได้ดี และเน้นน้ำหนักทั้งด้านของ ความรัก ครอบครัว ความสามัคคี และสิ่งอื่นๆต่างๆนานา โดยเฉพาะด้านของ ความสนุก ที่ทำออกมาเอาใจได้ทั้งครอบครัว เด็กสนุกสนาน ส่วนผู้ใหญ่ก็จะจี๊ดจ๊าดไปกับเรื่องราวทั้งหลายที่หนังใส่เข้ามาครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด