ตีสาม 3D ? หนังไทย 3 มิติ ที่ทำออกมาได้ไม่น้อยหน้าใคร

Home / วิจารณ์หนัง / ตีสาม 3D ? หนังไทย 3 มิติ ที่ทำออกมาได้ไม่น้อยหน้าใคร

ในขณะที่เทรนด์ของการสร้างภาพยนตร์ทุกวันนี้คือ ภาพยนตร์ 3 มิติ การที่มีผู้สร้างคนไทย สร้างหนัง 3 มิติ ขึ้นมาจึงเป็นอะไรที่น่าสนับสนุน ทั้งนี้ต้องมาพร้อมกับเนื้อหาที่ดีพอ และการเล่าเรื่องที่ใช้ได้ แน่นอน! ว่างานภาพ 3 มิติ ก็ต้องไม่ให้ขี้เหร่จนเกินไป?ไฟว์สตาร์ ที่มีประสบการณ์กับหนัง 3 มิติ มาแล้ว กับเรื่อง 407 เที่ยวบินผี ก็น่าจะพอคาดหวังได้ว่าผลงานเรื่องใหม่ในชื่อ ตีสาม 3D จะทำได้ดีกว่าผลงานก่อนหน้านี้

ตีสาม 3D เป็นงาน 3 มิติ ที่แบ่งย่อยเป็นหนัง 3 เรื่อง จาก 3 ผู้กำกับ ที่แยกจากกันอย่างเอกเทศ จะมีสิ่งหนึ่งที่เชื่อมเรื่องทั้งสามเข้าด้วยกัน ก็คงจะเป็นแนวคิดเรื่อง ช่วงเวลาตีสาม ที่ว่ากันว่าเป็นช่วงเวลาที่วิญญาณคนตายจะปรากฎตัวให้เห็นได้อย่างชัดเจน และเป็นช่วงเวลามี่คนที่มีชีวิตอยู่สามารถสัมผัสได้ถึงการคงอยู่ของวิญญาณ นั้นๆ แค่เพียงไตเติ้ลเปิดเรื่อง! กับการร้อยเรียงเรื่องราวต่างๆ บอกเล่าด้วยภาพและเสียง ที่โชว์ให้เห็นถึงความสามารถในการทำหนัง 3 มิติ และงานเทคนิคพิเศษได้อย่างเต็มที่ ซึ่งส่วนตัวค่อนข้างชื่นชอบเป็นพิเศษ เพราะมันสื่อถึงสารบางอย่างที่บอกอยู่ในหนัง ให้ผู้ชมทำความเข้าใจกับหนังได้คร่าวๆ ตั้งแต่ต้น

หลังจากไตเติ้ล หนังก็ไม่รีรออ้อยอิ่ง เริ่มต้นความหลอนทะลุจอด้วย เกศสยอง! ซึ่งกำกับโดย พัชนนท์ ธรรมจิรา เป็นเรื่องราวของ ร้านทำวิกผม ของสองพี่น้อง มิ้นท์ (สายป่าน อภิญญา) และ เมย์ (โฟกัส จีระกุล) ที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไหร่ ในคืนหนึ่ง เมย์ ได้รับซื้อเส้นผมมาโดยไม่รู้ว่าเส้นผมนั้นได้มาจากศพ! ในค่ำคืนอันรื่นเริงที่ มิ้นท์ พาเพื่อนมาสนุกต่อที่บ้านหลังจากไปเที่ยวกันมาทั้งคืน ซึ่งเพื่อนก็ได้นำวิกผมนั้นมาเล่น ซึ่งหารู้ไม่ว่าอันตรายได้เข้ามาเยือน!

ถ้าจะมีสิ่งใดที่สามารถบอกได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของเรื่อง เกศสยอง ก็คงต้องบอกว่า เป็นการแสดงของนักแสดงนำหญิงทั้งสอง ที่รับส่งบทแรงๆ ได้ดี ทั้งสายป่านและโฟกัสมีเคมีที่เข้ากันอย่างดี และช่วยให้เราติดตามเรื่องราวของผีเส้นผมจอมอาฆาต ที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของการเสียชีวิตของเธอและไม่รู้ว่าทำไมต้องทำร้ายคน อื่นสาหัสขนาดนั้น ตัวบทขาดการให้รายละเอียดในส่วนนี้ที่จะช่วยรองรับการกระทำของวิญญาณ สถานการณ์ในเรื่องก็ดูจะผลักดันไปสู่ตอนจบตามที่คาด ไม่มีอะไรหักมุมหรือเกินความคาดหมายของผู้ชมเท่าใดนัก และก็จบเรื่องไปแบบค้างๆ คาๆ

เรื่องที่ 2 เรือนหอคนตาย! กำกับโดย กิรติ นาคอินทนนท์ ที่หลายคนอาจเคยตาจากผลงาน รักสุดท้าย ป้ายหน้า เป็นเรื่องราวของ ทศ (โทนี่ รากแก่น) บุรุษพยายามหนุ่มที่รับจ็อบพิเศษ มาดูแลคู่รัก เชอร์รี่ (เกรซ กาญจน์เกล้า) และ ไมค์ (ปีเตอร์ ไนท์) ที่เสียชีวิตก่อนที่ทั้งสองจะแต่งงานกันเพียงไม่นาน แต่แล้วทศกลับตกหลุมรักร่างที่ไร้วิญญาณของเชอร์รี่ และยิ่งทราบว่าก่อนที่คู่รักคู่นี้จะเสียชีวิตนั้นมีเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่ ทำให้ทศตัดสินใจกระทำการที่หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมและเกินวิสัยคนทั่วไปจะเข้า ใจ แต่ว่าทศหารู้ไม่ว่าเบื้องหลังที่เขาได้รับรู้นั้น แท้จริงแล้วมีเบื้องหลังยิ่งกว่าซ่อนอยู่?

เรือนหอคนตาย จัดเป็นตอนที่ลึกลับและแปลกประหลาด ด้วยฉากเสพสังวาศระหว่างมนุษย์และศากซพ โทนี่ แสดงสีหน้าสีตาบอกความลุ่มหลงในความงามของร่างไร้วิญญาณได้ดี เข้าใจว่าความลุ่มหลงเมื่อรวมกับตัณหาจึงนำมาซึ่งพฤติการณ์ที่มิอาจรับ ไม่แปลกที่บทสรุปจะดุไม่สวย การถ่ายภาพของ เกรซ กาญจน์เกล้า ในชุดเจ้าสาว ดูดีมาก ขับเน้นถึงความสวยงามหมดจด แม้จะเสียชีวิตไปแล้ว และเช่นเดียวกับเรื่องที่แล้ว ที่หนังไม่บ่งบอกชัดเจนว่าตัวของ เชอร์รี่ ในขณะมีชีวิตอยู่เป็นอะไรกันแน่ นอกจากเดาได้ว่าเธอมีอาการทางจิตที่พัฒนามาจากโรคซึมเศร้า แต่ท้ายที่สุดผมกลับลงความเห็นว่า บุคคลที่น่ากลัวที่สุดและถ่ายทอดการแสดงได้ดีที่สุดในตอนนี้ คือ นางพยาบาลสาวใหญ่ที่เป็นผู้พาทศมาทำงานที่เรือนหอแห่งนี้ ที่แค่เพียงอยู่นิ่งๆ ก็รู้สึกถึงความน่ากลัวและไม่น่าไว้ใจได้อย่างชัดเจน

ตอนสุดท้ายกับเรื่อง O.T. ซึ่งกำกับโดย อิสรา นาดี ผู้กำกับจาก 407 เที่ยวบินผี เล่าเรื่องราวของพนักงานออฟฟิศของแห่บริษัทหนึ่ง ไม่แปลกหากวงจรของพนักงานออฟฟิศจะมีการทำงานล่วงเวลาหากงานไม่เสร็จหรือเร่ง ด่วนจริงๆ แต่หากอยู่โอเพื่อที่จะรับเงินเพิ่มเติมนั้น คงไม่มีเจ้าของกิจการใดชอบเป็นแน่ เช่นเดียวกับ การัน (ชาคริต แย้มนาม) และ ที (เรย์ แมคโดนัลด์) คู่หูเจ้าของบริษัทที่รู้ไต๋ของลูกน้องดี เลยลงมือกลั่นแกล้งลูกน้องที่ชอบอยู่โอให้ไม่กล้าอยู่โอกันอีก โดยเฉพาะกับลูกน้อง บั้ม (ซัน ประชากร) และ งิ้ง (เตยหอม กันยรินทร์) ที่โดนหนักหน่อย!! แต่แล้ว การัน และ ที ก็รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เมื่อเริ่มมีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้น!!

นี่นับเป็นตอนที่ดีที่สุดของทั้งหมด ที่ทั้งสนุก ตลก น่ากลัว หลอน และคาดเดาไม่ได้ในเวลาเดียวกัน กับการกลั่นแกล้งตัวละครในเรื่องที่สลับซับซ้อน ที่ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองถูกโดนหลอกอยู่เหมือนกัน แต่การใช้ลูกเล่นพร่ำเพรื่อทำให้เริ่มจะจับทางได้ และนำไปสู่บทสรุปที่ไม่ยากเกินคาดการณ์ การนำเสนอของ O.T. อาจทำให้ผู้ชมนึกถึงหนังไทยแนวเดียวบางเรื่องขึ้นมา แต่กระนั้นความดีความชอบในตัวของมันก็มีมากเกินกว่าจะทำไปเปรียบเทียบให้มัว หมอง นักแสดงทุกคนในตอนนี้ต่างเล่นได้เป็นธรรมชาติดีเหลือเกิน ทั้งนี้ต้องชื่นชมผู้ตัดต่อที่วางจังหวะต่างๆ ทั้งภาพและเสียงได้อย่างลงตัว ซึ่งช่วยให้การติดตามเรื่องราวเป็นไปด้วยความเพลิดเพลินตั้งแต่ต้นไปจนจบ และถือเป็นตอนจบของ ตีสาม 3D ที่ดูดีใช้ได้เลยทีเดียว!

งาน 3 มิติ ของ ตีสาม 3D โดยส่วนตัวผมค่อนข้างพอใจ มีฉากโชว์งาน 3 มิติ แบบชัดๆ อยู่หลากหลายฉาก ที่มองเห็นถึงความตั้งใจที่จะทำออกมา แต่น่าเสียดายในส่วนของบทที่ยังต้องปรับปรุงในส่วนของการสอดรับระหว่างเหตุ และผลที่สร้างข้อกังขาขณะชม ทำให้เสียอรรถรสไปพอสมควร อย่างไรก็ตามในภาพรวมของ ตีสาม 3D ก็ถือเป็นหนังไทย 3 มิติ ที่ทำออกมาได้ไม่น้อยหน้าใคร และนับเป็นหลักชัยหนึ่งของงาน 3 มิติ ในอนาคตของค่ายไฟว์สตาร์!

ตีสาม 3D ผมให้ 3 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree
http://charthree.wordpress.com