Premium Rush : สิงห์นักปั่นทะลุเดือด

Home / วิจารณ์หนัง / Premium Rush : สิงห์นักปั่นทะลุเดือด

ถือได้ว่าเป็นหนังที่น่าดูอันดับต้นๆของปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างที่ตัดต่อออกมาได้น่าขนลุก , ไอเดีย ที่ทันสมัยด้วยจักรยาน ฟิกซ์เกียร์ หรือแม้แต่ คำวิจารณ์ ที่มะเขือเน่า ที่ผลบวกออกมาถึง 70 กว่าเปอร์เซนต์ แถมด้านพระเอกของเรื่องยังเป็น โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์ ที่กำลังเนื้อร้อนอยู่ในขณะนี้อีกด้วยนะ

Premium Rush เป็นเรื่องราวของ ไวลี่ (รับบทโดย โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์) พนักงานส่งเอกสารของบริษัทแห่งหนึ่งในมหานครนิวยอร์ก ที่มีจักรยานคู่ใจคอยทำหน้าที่เป็นพาหนะในการส่งของแต่ละชิ้น ซึ่งทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างปกติสุข จนกระทั่งวันหนึ่ง…ชีวิตเขาก็เปลี่ยนไป เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ความเป็นและความตาย หลังจากเขาไปรับของชิ้นหนึ่งมาเพื่อส่งต่อให้ผู้รับภายในเวลา 90 นาที แต่จู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งที่อ้างว่าเป็นตำรวจ มาขอรับเจ้าพัสดุปริศนาดังกล่าว แต่ ไวลี่ ปฏิเสธ และตัดสินใจซิ่งจักรยานหนีการไล่ล่าจากชายคนนั้น เพื่อไปส่งพัสดุให้ทันเวลา โดยอุปสรรค์ที่ตามมาคือปัญหาของพัสดุ และ คนร้าย

Premium Rush กำกับการแสดงโดย เดวิด โคเอปป์ มือเขียนบทจากหนังดังมากมายไม่ว่าจะเป็น Jurassic Park หรือแม้แต่ Mission: Impossible ที่ได้ผันตัวประเดิมผลงานหนังใหญ่ครั้งแรกเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และผลงานดังๆที่เราคงรู้จักกันคือ หน้าต่างมรณะ อย่าง Secret Windows ที่นำแสดงโดย จอห์นนี่ เดปป์ ก่อนที่จะตามมาด้วย Ghost Town ที่มี ริคกี้ เจอร์วิส นำแสดง โดยเรื่องหลังถือได้ว่าเป็นขวัญใจนักวิจารณ์ม้ามืดแห่งปีเลยก็ว่าได้ และในผลงานใหม่ของเขาอย่าง Premium Rush ก็ยังคงเป็นการกำกับเอง เขียนบท เองอย่างเช่นเคย และตัวหนังก็ได้ โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์ มารับบทเป็นสิงห์นักปั่นได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นข้อดีของ Premium Rush คงหนีไม่พ้นไอเดียความเก๋ไก๋ของ ผู้กำกับ ที่พยายามนำความทันสมัยมาใส่ในหนังได้ทุกเวลาที่มีนะ

ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องแบบ เรียลทาม (ดำเนินตามเวลาที่ในหนังบอกกล่าว) ที่ผสมผสานไปด้วยการใส่สัญลักษณ์การเล่าเรื่องที่เปรียบเสมือน จีพีเอส หรือแม้แต่การที่นำเอา จักรยานฟิกซ์เกียร์ ที่กำลังฮิตมาเป็นอุปกรณ์สำคัญในการดำเนินเรื่อง ที่ฟังไปฟังมาถือว่าเป็นหนังที่น่าสนใจ และ หลายๆคนต้องคาดหวังให้ออกมาสนุกอย่างแน่นอน แต่ก็น่าเสียดายที่เอาเข้าจริงๆ ไอเดียเหล่านี้ เมื่อมาผสมปนเปกันอย่างจะออกมาเข้าท่าในการดำเนินเรื่อง แต่ในด้านของ ฉากแอ็คชั่น ผู้กำกับนั้นดันทำออกมาไม่เดือดอย่างที่หวังไว้หนะสิ เพราะต้องขอบอกเลยว่า ในช่วงแรกของ Premium Rush ทุกสิ่งทุกอย่างแลดูน่าประหลาดใจไปหมดหละ

ทั้ง ลีลาการออกแบบคิวบู๊ด้วยจักรยาน , การเล่าเรื่องสลับกับฉากการดำเนินที่เก๋ไก๋ หรือแม้แต่ มุกตลกร้าย ที่ไม่ได้คาดหวัง ที่จะเห็น แต่หลังจากที่หนังได้นำเสนอสิ่งดังกล่าวไปหมดแล้วตั้งแต่ครึ่งแรก มันจึงทำให้ครึ่งหลังของหนัง มันกลับเต็มไปด้วย ความน่าเบื่อ ความซ้ำซาก ด้วยการที่หนังได้เอาสิ่งทั้งหมดที่อยู่ในครึ่งแรกทั้งหมด มาใช้ซ้ำใหม่อีกครั้ง ซึ่งสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดจริงๆเห็นจะเป็น คิวบู๊ ที่ถึงแม้อาจจะมีลีลาการสู้ด้วยจักรยาน ที่น่าแปลกตา แต่ในเมื่อ ดนตรีประกอบ ของหนัง มันไม่ได้บิ้วให้คนดูลุ้น หรือ เอาใจช่วย ตัวเอกสักเท่าไหร่ มันจึงกลายเป็นวัตถุดิบดีๆ ที่ปรุงออกมาแล้วไม่อร่อย


โดยสิ่งที่เห็นว่าจะเป็นข้อดีที่สุด นอกจาก ลีลาคิวบู๊ และ มุกตลกร้าย ก็เห็นจะเป็นการแสดงของ 2 นักแสดงนำอย่าง โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์ และ ไมเคิล แชนน่อน ที่รายแรกถึงแม้จะมีสแตนอิน เข้ามาช่วยในฉาก ปั่นจักรยานเสี่ยงตาย แต่กระนั้นนาย โจเซฟ ก็ยังถือว่าทำหน้าที่ได้ดีที่จะทำให้คนดูเชื่อไปได้ว่าฉากต่างๆนั้นคือตัวเขา เช่นเดียวกับ ไมเคิล แชนน่อน ที่หลังจากปีก่อนทำเอาเราทึ่งไปกับการแสดงใน Take Shelter แล้ว มาคราวนี้ถึงแม้ Premium Rush จะเป็นหนังแอ็คชั่นฟอร์มเล็ก แต่เขาก็ยังฝากการแสดงที่น่าทึ่งไว้ไม่ต่างกับเรื่องข้างต้น จนทำให้ดูเหมือนเขาเป็นคนที่คุมหนังไว้ทั้งเรื่อง และมีออร่าแรงกล้าอย่างมาก

แต่อย่างไรก็ตามโดยสรุปแล้ว ผมคิดว่า ใครที่รักการปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ น่าจะเป็นคนที่ปลื้มกับหนัง Premium Rush ได้ไม่ยาก เพราะมันเป็นไปด้วยฉากจักรยานโลดโผนมากมาย และการแสดงดีๆอีกเพียบ แต่ถ้าใครจะหวังฉากแอ็คชั่นบู๊เดือดมันส์ๆ ก็อาจจะผิดหวังกันสักหน่อย เพราะแท้จริงมันค่อนข้างจืด

เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด