The Impossible : เมื่อยามที่เรามีศัตรูตัวเดียวกันคือ ความท้อแท้ และ ความสิ้นหวัง

Home / วิจารณ์หนัง / The Impossible : เมื่อยามที่เรามีศัตรูตัวเดียวกันคือ ความท้อแท้ และ ความสิ้นหวัง

เป็นหนังจากสเปน ที่ทำรายได้มหึมาหลังจากที่เข้าฉาย กับหนังที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยการหยิบสถานการณ์สึนามิครั้งใหญ่ที่ เขาหลัก มาเล่าเป็นเรื่องราวของครอบครัวที่รอดชีวิต โดยหลังจากหนังได้เข้าฉายตามเทศกาลใหญ่ๆ ก็มีแต่นักวิจารณ์ชื่นชม และมีความเห็นรวมกันว่า เป็นหนังที่พลาดไม่ได้

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2004 กับเรื่องราวของครอบครัว ๆ หนึ่งที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยทั้งหมดกำลังเล่นน้ำในสระว่ายน้ำของโรงแรมกันอย่างสนุกสนาน แต่แล้วสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะช่วงเวลานั้นได้มีคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่จากท้องทะเล โหมตรงมายังโรงแรมที่พวกกำลังพักผ่อนกันอยู่ แต่ด้วยความแรงและระดับความสูงของน้ำที่มีมากมายเหลือเกิน จึงทำให้ทั้งครอบครัวต้องจมอยู่ใต้คลื่นยักษ์นั้นไปในที่สุดตามเหตุการณ์ดั่งกล่าวนี้แต่ด้วย เรื่องของโชคชะตาและความโชคดีหลาย ๆ อย่าง จึงทำให้ ?มาเรีย? สามารถมีชีวิตรอดจากคลื่นยักษ์นั้นได้ แต่หลังจากนั้น เธอเองก็ต้องออกตามหาลูก ๆ รวมถึงสามีด้วยนะ

The Impossible กำกับการแสดงโดย เอ.เจ.บาโยน่า หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อนึงคือ ฮวน แอนโตนิโอ บาโยนา ผู้กำกับชาวสเปน ที่โด่งดังมาจากหนังผีเล็กๆเมื่อปี 2007 อย่าง The Orphanage โดยในผลงานเรื่องใหม่ของเขาก็หยิบเอาเรื่องราว สึนามิ ในประเทศไทย มาผสมเข้ากับเรื่องจริงของครอบครัวที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ซึ่งทั้งตัวหนังก็ยกกองมาถ่ายที่ประเทศไทยกันตั้งแต่ประมาณปี 2010 เพื่อเนรมิตทั้งฉาก สึนามิถล่มเมือง และ ซากปรักหักพังอีกมากมาย โดยจากการที่ได้แอบไปลองอ่านรีวิวของเมืองนอกมามากมาย ก็จะพบว่ามีแต่คนสรรเสริญเรื่อง อารมณ์ความบีบคั้น และ ฉากบีบน้ำตามากมาย จึงไม่แปลกเลยที่ผมจะค่อนข้างคาดหวังที่ ปลดปล่อยน้ำตา กับหนังเรื่องนี้ค่อนข้างมาก แต่ก็น่าเสียดายที่เมื่อถึงคราวจริงๆ จุดไคลแมกซ์ที่บีบน้ำตา ตัวผมกลับไม่อิน

จึงไม่ได้เสียน้ำตาให้แก่หนังอย่างที่คาดหวังไว้นัก แต่กระนั้นแล้ว การที่ผมไม่ได้เสียน้ำตา และมัวนั่งจดจ่อที่จะร้องไห้กับหนังเรื่องนี้ จึงทำให้ตัวผมได้มองเห็นหลายๆอย่างอีกมากมายใน The Impossible มากกว่าจุดบีบน้ำตาที่ตัวหนังอาจจะแอบมีพยายามขาย และสิ่งนึงที่ตัวหนัง The Impossible ยังเล่าเรื่องออกมาได้สอดคล้องกับความเป็นจริงอยู่คือ การที่หนังแสดงถึงฉากมหันตภัย ที่เป็นเวลาที่มนุษย์เรามีศัตรูเป็นสิ่งเดียวกันนั้นคือ ความท้อแท้ และ ความสิ้นหวัง แต่หนังก็ยังแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้มนุษย์เราจะมีศัตรูตัวเดียวกัน แต่ก็ยังมีกลุ่มคนบางส่วนที่ยังไม่มีน้ำใจให้ความร่วมมือจะฝ่ามันไป ในขณะที่คนอีกกลุ่มก็ช่วยสุดชีวิต

โดยถ้าหากจะบอกว่า The Impossible เป็นหนังที่ทำให้หน้าตาของประเทศไทยดูดีขึ้นก็คงจะไม่แปลก เพราะกลุ่มคนที่เป็นกลุ่มคนแปลกหน้าแปลกตาในสายตาของต่างชาติ อย่าง คนไทย กลับเป็นกลุ่มคนที่หนังแสดงให้เห็นว่า ช่วยเหลือ ชาวต่างชาติทั้งหลายมากที่สุดนั่นเอง ซึ่งนอกจากเรื่องราวเหล่านี้ ด้านของ การถ่ายภาพ และ การแสดง ก็ยังเป็นอีกสิ่งนึงที่ยังลืมไม่ได้กับ The Impossible โดยเฉพาะด้านของ 2 พระนางอย่าง ยวน แม็คเกรเกอร์ และ นาโอมิ วัตส์ ที่เปรียบเสมือนทำให้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริง ผ่านการแสดงที่สมจริง และ อินกับบทบาทได้อย่างแนบเนียน แถมกับด้านการออกแบบฉาก และ ฉากสึนามิ ก็สามารถทำออกมาได้อย่างน่าขนลุก และ บีบคั้นอารมณ์ ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในฐานะคนไทยคนนึง มันถือว่าเป็นฉากที่น่ากลัว และ เศร้าสลด ในเวลาเดียวกัน

แต่โดยรวมแล้วด้านของตัวบท The Impossible อาจจะออกมาค่อนข้างผิดหวังสำหรับผม แต่เนื่องด้วย การแสดง , โทนอารมณ์หนัง , ฉากสึนามิ และ องค์ประกอบอีกร้อยแปดพันเก้า ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เข้ามาทดแทนส่วนที่เสียไปในตัวหนังได้อย่างค่อนข้างพอเหมาะพอเจาะ และเหมาะสำหรับคนชอบเสียน้ำตานะ

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด