Rise of the Guardians : ความศรัทธาอันน้อยนิด ที่สร้างพลังพิชิตอันยิ่งใหญ่

Home / วิจารณ์หนัง / Rise of the Guardians : ความศรัทธาอันน้อยนิด ที่สร้างพลังพิชิตอันยิ่งใหญ่

อนิเมชั่นเรื่องล่าสุดจากค่าย ดรีมเวิร์กส์ ที่ลงทุนไปสูงกว่า 145 ล้านเหรียญ แต่กลับเปิดตัวที่บ้านเกิดอย่างอเมริกา ใน 3 วันแรกได้ไปเพียง 32 ล้านเหรียญ แต่กระนั้นแล้วก็อย่าเพิ่งมองข้ามหนังเรื่องนี้ไปเพียงเพราะรายได้ อย่างเช่นผมที่เคยจะทำ เพราะเอาเข้าจริงๆแล้วตัวหนังเรื่องนี้ก็ใช่จะเลวร้ายซะทีเดียวหละ

แอนิเมชั่นเรื่องยิ่งใหญ่จากดรีมเวิร์คส เรื่องราวการผจญภัยร่วมกันของ 5 เทพผู้พิทักษ์ที่มีความสามารถพิเศษต่างๆกัน ซานตาครอส, กระต่ายอีสเตอร์, นางฟ้าฟันน้ำนม,มนุษย์น้ำแข็ง,มนุษย์ทราย เหล่าเทพในนิยาย ในความเชื่อ และในความฝันของเด็กๆทั่วโลก ซึ่งต้องมารวมตัวกันเผชิญหน้ากับ ?พิช? ผู้ชั่วร้ายที่จะมาทำลายความฝันและจินตนาการของเหล่าเด็กๆและครอบครองมนุษยชาติ ครั้งนี้ โดยในขณะเดียวกัน แจ็ค ฟรอสต์ ก็ต้องพยายามหาเหตุผลไปด้วยว่า ทำไมเขาถึงต้องกลับกลายมาเป็นผู้พิทักษ์แบบไม่ได้ตั้งแต่ใจ ควบคู่ไปกับการผจญภัยอันแสนสนุกของเหล่าเทพพิทักษ์ที่เรารู้จักกันดี ในระบบ 3D ทะลุจอได้แล้ววันนี้

Rise of the Guardians เป็นผลงานอนิเมชั่นของผู้กำกับ ปีเตอร์ แรมซี่ย์ ผู้ที่ผันตัวจากการเป็นนักวาดเขียน สตอร์รี่ บอร์ด มาเป็นผู้กำกับ อนิเมชั่น เป็นครั้งแรก โดยเลือกที่จะหยิบเอาหนังสือที่มีชื่อว่า The Guardians ของ วิลเลียม จอยซ์ มาดัดแปลงเป็นหนังที่มีความคิด ความฝัน คล้ายกับ The Avengers ในฉบับของเด็กน้อย ซึ่งก่อนที่ตัวผมจะได้ดูหนังเรื่องนี้ ต้องขอบอกก่อนเลยว่าค่อนข้างจะคิดอคติกับเรื่องนี้มากพอสมควร เพราะโดยส่วนนึงก็คงเพราะ ลายเส้น ที่ไม่ค่อยสวยสมชื่อค่าย และ ตัวอย่าง ที่ยังตัดต่ออออกมาได้ไม่น่าสนใจพอ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้ดูตัวหนังเต็มๆแล้ว ความคิดก็แปรออกไปคนละขั้วกับที่เคยคิดไว้ตอนแรก เพราะแท้จริงแล้ว Rise of the Guardians กลับเป็นหนังที่ รูปอาจไม่สวย แต่จูบนั้นช่างหอม ไม่แพ้กับอนิเมชั่นเรื่องๆของ ดรีมเวิร์ก เลย

โดยเฉพาะในด้านของการที่ตัวหนังยังรักษาประคับประครองด้านของ การเล่าเรื่อง และ โทนหนัง ในสไตล์ของค่ายนี่ได้อยู่อย่างครบถ้วน ที่นำเอาความฮาสไตล์ของ Kung Fu Panda มาผสมผสานกับการดำเนินเรื่องที่ไม่น่าเบื่อและเน้นผจญภัย แอ็คชั่น ของ How to Train Your Dragon แถมตัวหนังยังแอบใส่เซอร์ไพรส์ให้กับคนดูรุ่นใหญ่ ด้วยการแถมข้อคิด และ ประเด็น อีกมากมายให้กลับมาทบทวนดูว่า ผู้ใหญ่เราที่มองความเชื่อ ความศรัทธา ของเด็กที่ยังคิดว่า ซานต้าครอส , นางฟ้าฟัน และ กระต่ายอีสเตอร์ มีอยู่จริง เป็นเรื่องล้อเล่นมันถูกแล้วหรอ โดยหนังมีหลายฉาก ที่พยายามทำให้คนดูนั้น ลองย้อนถึงช่วงวัยเด็ก

ว่าในช่วงที่เรายังเชื่อว่า ซานต้าครอส มีจริงนั้นเรามีความสุขมากแค่ไหน และ ตอนที่เราความเชื่อสลายว่าแท้จริงแล้วเป็นแค่คำลวงนั่นเรามีความรู้สึกอย่างไร โดยหนังพยายามให้ตัวผู้ใหญ่อย่างเราๆ อย่าพยายามที่จะมองข้ามเรื่องราวเหล่านี้ และมองว่ามันเป็นเพียงเรื่องไร้สาระของเด็กๆ เพราะเด็กบางคนนั้น ความเชื่อ อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยว และทำให้พวกเขาอยากมีชีวิตอยู่รอดู ซานต้าครอส และเทพพิทักษ์ ตนอื่นๆในอนาคตอีกต่อไปก็เป็นได้ครับ แถมทั้งการที่ตัวหนังได้นักแสดงแถวหน้ามาพากย์เสียงให้มากมายไม่ว่าจะเป็น ฮิวจ์ แจ็คแมน, จู๊ด ลอว์, ดาโกต้า โกโย, อเล็กซ์ บอลวิน หรือแม้แต่ คริส ไพน์ ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่สร้างสีสันความสนุกให้กับตัวหนังใช่เล่น โดยเฉพาะการที่เราได้เห็นเฮีย ฮิวจ์ แจ็คแมน พากย์เป็น กระต่ายบันนี่ ก็คุ้มค่าตั๋วไปกว่าครึ่งแล้วจริงๆหละครับ

ซึ่งทางด้านของระบบ 3D ในตัวหนังก็ถือว่าสามารถทำออกมาได้สวยงามตามรูปแบบของ อนิเมชั่นทั่วไป โดยเฉพาะฉากสู้ตอนสุดท้ายต้องขอบอกว่า สามารถใช้งานระบบ 3D ได้เต็มรูปแบบไม่แพ้กับทางด้านของ Kung Fu Panda 2 เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของ Rise of the Guardians ก็ยังพอมีให้ติอยู่บ้าง สิ่งหนึ่งอย่างแน่นอนนั่นก็คือ ลายเส้น อย่างที่ได้บอกไปแล้วในข้างต้น เพราะมันออกมาค่อนข้างไม่สวย และ ไม่ดึงดูด เช่นเดียวกับ มิติตัวละคร ตัวอื่น นอกจาก แจ็ค ฟรอสต์ ที่ออกมาค่อนข้างล้มๆแล้งๆ โดยเฉพาะ นางฟ้ารักษาฟัน และ ซานต้าครอส ที่น่าเสียดายที่ตัวหนังไม่ได้มีลูกเล่นในการเสริมมิติอีกนิด

แต่อย่างไรก็ตามโดยรวมแล้ว Rise of the Guardians อาจจะมีข้อเสียด้านมิติตัวละคร และ ลายเส้น ตัวละคร แต่ถ้าหากพูดถึงความสนุก ก็ต้องขอบอกเลยว่าออกมาได้ดีไม่แพ้กับอนิเมชั่นเรื่องเก่าๆของค่ายนี้ พร้อมทั้งยังแอบใส่เซอร์ไพรส์ด้วยการว่าด้วยเรื่อง ความเชื่อ ความศรัทธา ได้อย่างลงตัวมากอีกด้วยนะ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด