Now is Good : ความรักชนะทุกสิ่ง

Home / วิจารณ์หนัง / Now is Good : ความรักชนะทุกสิ่ง

ภาพยนตร์เรื่อง Now Is Good เป็นเรื่องราวของ เทสซ่า (ดาโกตา แฟนนิง) เด็กสาววัย 17 ที่ป่วยเป็นลูคีเมียระยะสุดท้าย ซึ่งเธอรู้ตัวแล้วว่า เธอมีเวลาเหลืออยู่เพียงไม่นานนัก ดังนั้นเธอจึงอยากใช้ชีวิตในช่วงเวลาที่เหลืออย่างคุ้มค่ามากที่สุด ด้วยการจัดทำรายการที่อยากทำก่อนจะลาโลกนี้ไป โดยมีเพื่อน ๆ คอยสนับสนุน และเอาใจช่วย และในหนึ่งความปรารถนาที่เธออยากทำให้สำเร็จในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต คือ อยากมีคนรัก และมอบความบริสุทธิ์ให้!! แต่สิ่งหนึ่งที่เกินความคาดหมาย คือ เธอได้ตกหลุมรัก อดัมส์ ชายหนุ่มที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ข้างบ้านของเธอจนได้ จนทำให้เธอนั้นได้รู้จักของคำว่า ความรัก และ การมีชีวิต

Now is Good ผลงานการกำกับของผู้กำกับ โอล พาร์คเกอร์ ผู้กำกับชาวอังกฤษ เจ้าของมือเขียนบทของหนังอินดี้แอบฮิตเมื่อกลางปีอย่าง The Best Exotic Marigold Hotel รวมไปถึงเป็นผู้กำกับของหนัง โรแมนติค คอมเมดี้ อย่าง Imagine Me & You อีกด้วย ซึ่งใน Now is Good ก็เป็นหนังที่สร้างมาจากนิยายในชื่อ Before I Die ของ เจนนี่ ดาวน์แฮม ซึ่งโดยส่วนตัวผมต้องขอบอกก่อนเลยว่า ผมเป็นคนที่ค่อนข้างชอบตัวหนังแนวนี่ ตัวละครเอก ป่วยเป็นโรคอะไรสักอย่าง ที่ทำให้เขาต้องเสียชีวิตภายในเวลาอีกไม่กี่เดือน และได้สร้างรายการที่เขาอยากทำก่อนตายไว้ ในแนวประมาณ The Bucket List และ 50/50 เพราะมันเป็นหนังแนวที่สามารถขยายความคำว่า ชีวิต ออกมาได้อย่างสวยงาม และ ให้กำลังใจ คนที่กำลังท้อแท้ได้อย่างเต็มเปี่ยม และ Now is Good ก็เป็นเช่นนั้นนะ

ด้วยการที่ดูเหมือนตัวหนังคล้ายจะพยายามเดินตามเรื่องแนว The Bucket List แทบจะตลอด เพียงแต่ว่าตัวหนังยังมีใส่เรื่องราวของ ความรัก ความโรแมนติค และ ประเด็นที่ว่า ความรักเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง เข้ามาได้อย่างพอดิบพอดี ไม่เลี่ยนจนเกินเหตุในด้านของโทนหนัง พร้อมทั้งตัวหนัง Now is Good พยายามที่จะตั้งคำถามกับคนดูอยู่เสมอ ว่า ถ้าหากเราเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน เราจะใช้มันทำอะไร , ทำตามใจคนอื่นอย่างที่พวกเขาอยากจะให้เราเป็น หรือจะทำตามในแบบของเรา และทำให้ชีวิตของเราคุ้มค่า ผ่านตัวละครหลักอย่าง เทสซ่า หญิงสาวครอบครัวแตกแยก ชีวิตพังทะลาย แถมยังต้องมานั่งกลุ้มกับเวลาที่เหลืออยู่

แต่แล้วเมื่อกระทั่งเธอพบความรัก กับชายหนุ่มอย่าง อดัม เธอจึงเริ่มรู้สึกว่าชีวิตของตนเองมีความหมาย เพื่อที่จะใช้ชีวิตอยู่อีกครั้ง ซึ่งฟังไปฟังมา อาจจะรู้สึกว่าตัวหนังแลดูน้ำเน่า เหมือนนิยายรักเกาหลียังไงชอบกล แต่จากประสบการณ์ของคนรอบกาย และ เคยเกิดขึ้นกับตัวเองบ่อยครั้ง สิ่งที่ Now is Good พูดถึงเรื่องของ ความรัก ว่ามันสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้จริงๆ จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ เว่อร์ หรือ น้ำเน่า เกินเหตุเลยสำหรับตัวผม เช่นเดียวกับตอนที่ตัวหนัง The Art of Getting By เคยใช้มุกนี้มาเป็นธีมเรื่องแล้วนั่นเอง ซึ่งเอาเข้าจริงๆ สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกชอบ Now is Good ค่อนข้างมาก ก็คงจะมีแต่เรื่องการที่หนังหยิบเอาเรื่องราวของ ชีวิต และ ความรัก มาผูกเข้าด้วยกันอย่างที่ส่วนตัวผมชอบมากกว่าแหละครับ เพราะถ้าหากใครที่ไม่ได้รู้สึกชอบพล๊อตหนังแนวนี้แบบเช่นผม

ก็จะพบได้เลยว่า ที่จริงแล้ว Now is Good ยังเป็นหนังที่มีส่วนประกอบที่ค่อนข้างดี และ ปูเรื่อง + ตัวละคร ออกมาได้เข้าท่า แต่ท้ายสุดกลับนำมาผสมกันได้ไม่เข้าที่ซะงั้น โดยส่วนนึงที่ผมคิดว่าเป็นส่วนที่น่าผิดหวังที่สุดใน Now is Good คงหนีไม่พ้นด้านของ นักแสดง ที่โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่า น้องหนู ดาโกต้า แฟนนิ่ง จะยังไม่สามารถรับบทดราม่าหนักๆได้ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะบทของ วัยรุ่นใจแตก อย่าง เทสซ่า ที่ยิ่งบวกเข้ากับทรงผมสั้น ที่ไม่เข้ากับหน้าของเธอ ยิ่งทำให้แฟนๆน้องหนูคงผิดหวังกันไปตามๆกัน เช่นเดียวกับด้านตัวเรื่อง ที่กว่าตัวหนังจะนำเสนอไปถึงจุดพีค เพื่อเข้าสู่ประเด็น ก็ปากันเข้าไปเกือบครึ่งเรื่องเสียแล้ว

จนทำให้ท้ายสุด Now is Good จึงอาจจะเป็นหนังที่มีวัตถุดิบทั้งเรื่องของ ชีวิต และ ความรัก ออกมาได้ดีในระดับนึงเลยทีเดียว แต่เนื่องด้วยการนำเสนอ และ การเกลี่ยบทของ ผู้กำกับ ยังทำออกมาได้ไม่ดีนัก ตัวหนังมันจึงยังไม่สามารถพาให้ไปถึงจุดที่ทำให้เรารู้รักชีวิตของเรา อย่างที่ The Bucket List ทำเอาไว้นะ

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด