Hotel Transylvania : ผีกลัวคน

Home / วิจารณ์หนัง / Hotel Transylvania : ผีกลัวคน

อนิเมชั่นเรื่องล่าสุดจากค่าย โซนี่ ที่หลังจากปีที่แล้วเพิ่งโกยเงินกันไปมหาศาล กับหนังผสมอนิเมชั่น อย่าง The Smurfs โดยในปีนี้ โซนี่ ก็กลับมาพร้อมอนิเมชั่นอีกครั้ง พร้อมดันผู้กำกับอย่าง เกนดี้ คาร์คาครอฟสกี้ ผู้สร้าง ห้องทดลองของเดกสเตอร์ มากำกับอนิเมชั่นเรื่องใหญ่ครั้งแรกในรูปแบบ 3D ด้วย

ยินดีต้อนรับสู่โรงแรม Hotel Transylvania รีสอร์ทสุดหรูที่เหล่าผีๆ สามารถมีชีวิตอยู่มันได้อิสระ ไม่มีมนุษย์ไปรบกวนพวกเขา ในวันพิเศษหนึ่ง แดรกคูล่า ได้เชิญมอนสเตอร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ทั้งแฟรงเกนสไตน์ มัมมี่ มนุษย์ล่องหน มนุษย์หมาป่าและอื่น ๆ เพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดครบ 118 ปีของลูกสาว เมวิส ของเขา งานเป็นไปได้ด้วยดี แต่ทุกอย่างกำลังจะพังลงเมื่อชายธรรมดาๆคนนึ่งบังเอิญมาที่โรงแรมและหลังรัก มาร์วิส ลูกสาวของแดร็กคูล่านั้นเอง ทำให้งานเดือดร้อนมาถึงเจ้าบ้านอย่าง แดร็กคูล่า ที่นอกจากจะต้องคอยปิดบังมนุษย์แล้วนั้น เขาต้องคอยกักกันไม่ให้ลูกสาวออกนอกลู่นอกทางอีกด้วยนะ

Hotel Transylvania กำกับการแสดงโดย เกนดี้ คาร์คาครอฟสกี้ ผู้กำกับที่ใครเคยดูผลงานการ์ตูนของเขา เมื่อสมัยช่อง Cartoon Network ยังเคยโด่งดัง น่าจะตกหลุมรักผลงานของผู้กำกับคนนี้ได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็น ห้องทดลองของเด็กสเตอร์ หรือแม้แต่ ซามูไร แจ็ค ที่การ์ตูนแต่ละเรื่องของเขา ผมรู้สึกว่ามันเหมือนมีมนต์สะกดบางอย่าง ในคาแรกเตอร์แปลกๆ ที่ทำให้ตัวการ์ตูนเหล่านั้นสนุกได้ทุกเพศทุกวัย และเหมาะกับการนำมาเป็นหนังคนแสดงอย่างมาก โดยเฉพาะ ซามูไร แจ็ค ซึ่งในวันนี้ผู้กำกับเขาก็ได้มาทำหนังใหญ่กันเป็นเรื่องแรกเรียบร้อยแล้ว กับอนิเมชั่นไอเดียสุดบรรเจิด ไม่ต่างจากการ์ตูนที่เขากำกับ ที่นำเอา มอนสเตอร์ในตำนาน ของฝรั่งแต่ละเรื่อง มาผสมปนเปรวมกันในเรื่องเดียวไม่ว่าจะเป็น แดร็คคูล่า , มนุษย์หมาป่า , มัมมี่ และ แฟรงค์เกนสไตน์ ก็มาอีกด้วย

โดยหลังจากที่ได้ไปรับชมมาแล้ว ก็ดูเหมือนตัวหนัง Hotel Transylvania อาจจะมีข้อเสียอยู่เป็นส่วนมาก แต่เมื่อมันมาหักล้างกับข้อดี ก็พอจะให้อภัยไปได้ในระดับนึง เพราะเอาเข้าจริงๆข้อเสียส่วนใหญ่ของ Hotel Transylvania มันอยู่ที่ มุกตลก ของตัวหนังมากกว่า ที่ค่อนข้างออกมาเอาใจเด็กเสียส่วนใหญ่ จนทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆหลายคนขำกันไม่ออกซะส่วนมาก แถมการที่ตัวหนังยังมีประเด็นให้เล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ การเลี้ยงลูก ที่ยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องจำพวก การเรียนรู้ด้วยประสบการณ์การลงมือทำ และประเด็นเรื่องราวเกี่ยวกับ คนหัวโบราณ ที่เรื่องทั้งคู่แลดูน่าสนใจเมื่อได้เห็นในทีแรกตอนหนังนำเสนอ

แต่ก็น่าเสียดายที่ตอนจบตัวหนังกลับปิดไม่สวย เพราะไม่มีเวลาให้กับทั้งคู่ได้อย่างเข้าคู่กันนัก เช่นเดียวกับด้านของระบบ 3D ของหนัง ที่น่าจะเป็นอนิเมชั่นเพียงไม่กี่เรื่อง ที่โดยส่วนตัวผมดูแล้วค่อนข้างเฉยๆกับระบบ 3D พอสมควร และไม่ได้รู้สึกว่าระบบ 3D มันน่าตื่นตาเหมือนอนิเมชั่นเรื่องอื่นๆเช่น The Lorax หรือแม้แต่ Rise of the Guardians ที่เพิ่งเข้าฉายไป แต่กระนั้นแล้ว ก็อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไป ว่าตัวอนิเมชั่นเรื่องนี้มันไม่มีข้อดี เพราะเอาเข้าจริงถึงแม้มุกตลกจะแป๊ก ประเด็นจะไม่สุด แต่สิ่งที่ตัวหนังจะขายก็ทำได้สำเร็จมากทีเดียว กับการขายไอเดีย การนำเอาสัตว์ประหลาดอย่างที่ได้บอกไปข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น แดร็กคูล่า , มัมมี่ , แฟรงเก้นสไตน์ และ อีกมากมาย มารวมกัน พร้อมด้วยสถานการณ์ป่วนๆ ที่ความฝันที่ได้เห็นเหล่าสัตว์ประหลาดมารวมกันในหนังเรื่องนึง

คงจะไม่ได้มีแต่เด็กอย่างแน่นอน แต่ผู้ใหญ่บางคนก็น่าจะสนุกสนานไปกับมันได้ด้วย กับการที่ตัวหนังทำเอาความฝันเหล่านี้ให้กลายเป็นจริงได้ แถมการได้ทีมพากย์ที่เหมือนกับว่าจะเป็นอนิเมชั่นของแก๊งค์ เฮียหัวไข่ อย่าง อดัม แซนเลอร์ กันไปเลยทีเดียว ก็ยิ่งทำให้ตัวหนังแลดูสนุกขึ้นมาได้ โดยที่ไม่ต้องพึงมุกตลก เพราะทีมพากย์นอกจากเฮีย แซนเลอร์ ยังประกอบไปด้วย เควิน เจมส์ , เดวิด สเปด , แอนดี้ แซมเบิร์ก และอีกมากมาย ที่สามารถมาสร้างความสนุกสนานด้วยเสียงพากย์กวนๆแนวล้อเลียน ให้กับผู้ใหญ่ได้อย่างสำเร็จ และมันก็ได้พิสูจน์แล้วว่า อนิเมชั่น ของค่าย โซนี่ ก็ออกมามีสไตล์ได้ไม่แพ้ ดรีมเวิร์ค

เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้ว ผมคิดว่าใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ แก๊งค์ Saturday Night Live ของนายหัวไข่ อดัม แซนเลอร์ น่าจะสนุกสนานไปกับตัวอนิเมชั่นเรื่องนี้ได้อย่างไม่ยาก เพราะด้วยเสียงพากย์ และ สถานการณ์ตลกๆทั้งหลาย ที่น่าจะทำให้คุณมองข้ามข้อเสีย ข้อด้อย ของตัวอนิเมชั่นไปได้อย่างไม่ยากครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด