Tai Chi Hero : หมัดเล็กเหล็กตัน กับการสานต่อเรื่องราว ที่ยังคงรสชาติดั้งเดิม

Home / วิจารณ์หนัง / Tai Chi Hero : หมัดเล็กเหล็กตัน กับการสานต่อเรื่องราว ที่ยังคงรสชาติดั้งเดิม

กลับมาแล้วกับภาคต่อของหนังจีน แนวสตรีมพังค์ ที่เคยเข้าฉายบ้านเราไปเมื่อ 1-2 เดือนก่อน ที่ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมภาคต่อถึงมาแบบรวดเร็วขนาดนี้ เพราะตัวผู้กำกับเอง เขาอยากให้ตัวหนังแยกเป็น 2 ภาคตั้งแต่แรก จึงได้ทำการถ่ายทำทีเดียวจบกันไปเลย 2 ภาค และเข้าฉายให้ไล่เลี่ยกันเสียด้วยอีกหละครับ

Tai Chi 0 และ Tai Chi Hero หนังแนวแอ็คชั่นกังฟูผจญภัย 2 ภาคต่อเนื่อง เรื่องราวเกี่ยวกับชายหนุ่มที่ต้องการจะเป็นยอดฝีมือไทเก็ก โดยการเดินทางมาฝึกวิชาที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง แต่หารู้ไม่ว่าหมู่บ้านนี้ถูกปกครองด้วยเหล่าทหารสุดโหดที่กดขี่ชาวบ้านมานานนับปี โดยเหล่าชาวบ้านรู้ว่าชายหนุ่มผู้นี้คือความหวังเดียวของพวกเขา พวกเขาจึงช่วยให้ชายหนุ่มนั้นสำเร็จวิชาไทเก็ก เพื่อนำเอาไปปราบเหล่าทหารชั่ว จุดเด่นของหนักนอกจากจะได้ดาราหนุ่มหล่อสาวสวยรุ่นใหม่ของจีนและฮ่องกงมาร่วมงาน ยังได้นำเรื่องราวกังฟูบวกเข้ากับงานกำกับศิลป์ยุคสตรีมพั๊งค์เข้าด้วยกันได้อย่างเท่อีกด้วย โดยในภาคนี้ต้องเจองานหนัก

Tai Chi Hero ยังคงเป็นภาคต่อ ที่กำกับโดยผู้กำกับคนเดียวกับภาคแรกอย่าง ฝงเต๋อหลุน ที่นอกจากทีมนักแสดงจากภาคแรกจะกลับมาครบทีมแล้ว ตัวหนังยังได้นักแสดงมาเพิ่มอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แดเนี่ยล วู เป็นต้น ซึ่งในบ้านเกิดของหนังเรื่องนี้อย่างประเทศจีน ตัวหนัง Tai Chi ทั้ง 2 ภาค ได้มีการเข้าฉายในระบบ 3D และ Imax 3D ด้วย แต่เนื่องด้วยในบ้านเรา ช่วงหลังๆหนังจีนไม่ค่อยบูมเท่าที่ควร ทางตัวค่ายจึงขอจัดจำหน่ายแต่ในระบบ 2D อย่างเดียว โดยส่วนตัวแล้ว หลังจากผมได้ดู Tai Chi 0 ซึ่งเป็นภาคแรกของหนัง ก็ต้องขอยอมรับเลยว่า มีความหลงใหลในเหล่าตัวละคร และ จักรวาลของ ไทเก๊ก ในตัวหนังเรื่องนี้มากพอสมควร เพราะนอกจากลูกเล่นที่แปลกใหม่จะผสมผสานเข้ากับฉากแอ็คชั่นเท่ๆได้อย่างดีแล้ว ด้านของมุกตลกที่ผสมปนเปไป ยังทำได้ไม่ผิดหวังอีกด้วย

เพราะฉะนั้นจึงเป็นธรรมดาที่ส่วนตัว จะค่อนข้างหวังความสนุกใน Tai Chi Hero ให้ทำออกมาดีกว่าภาคแรก แต่ก็น่าเสียที่เมื่อเอาเข้าจริงๆ ตัวหนังกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะถึงแม้ว่า ตัวเรื่อง และ ฉากแอ็คชั่น อาจจะทำออกมาค่อนข้างสนุกไม่แพ้ภาคแรกก็จริง แต่ในเมื่อตัวหนังเลือกที่จะใส่ลูกเล่นเดิมๆที่ภาคแรกเคยทำลงไปแล้ว มันจึงเปรียบเสมือนกับว่า Tai Chi Hero เป็นแค่เพียงภาคต่อ ที่ทำออกมาเพื่อให้ตัวเรื่อง ในการเดินทางของ ลูฉ่าน ในครั้งนี้สมบูรณ์เท่านั้น โดยที่ขาดทั้งความสดใหม่ และ ความสนุกแบบดั้งเดิม แบบที่ภาคแรกเคยทำเอาไว้ จนพาลทำให้แฟนๆหนังชุดนี้ หรือ ขาจร ที่หลงเข้ามาดูกันตั้งแต่ภาคแรกไว้

อาจจะพบเจอกับความผิดหวังไปเต็มๆก็เป็นได้ เพราะตัวหนังใน Tai Chi Hero นั่น ไม่ได้เพียงแต่หยิบเอาลูกเล่น และ ความกวน ของภาคแรกมาใช้ซ้ำอย่างเดียว ด้านของตัวประเด็นที่ภาคแรกปูมาอย่างดิบดี ในเรื่องของ วัฒนธรรม และ เรื่องราวความเคารพ ต่างๆนานาใน โลกของวิทยายุทธ ตัวหนังยังหยิบเอามาใช้ซ้ำแบบที่คนดูหลายคนอาจจะสงสัยว่า นี่เรากำลังดูภาคแรกซ้ำกัน 2 รอบอยู่รึปล่าว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเห็นว่ายังคงเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวหนัง Tai Chi Hero ยังพอดูได้เพลินๆอยู่ คงหนีไม่พ้นด้านของ คิวบู๊ ฉากแอ็คชั่น ที่ในภาคนี้ได้ หงจินเป่า มาร่วมออกมาแบบ ที่ถือว่าสามารถทำออกมาได้ดูพอเพลิน และเป็นสิ่งเดียวที่ทำออกมาได้ไม่น้อยหน้าภาคแรก เช่นเดียวกับมุกตลกฮา ที่พากย์ไทยของเรา อย่าง พันธมิตร ตบมุกชงมุก ได้เข้าท่า และ ฮาทุก 5 วินาทีกันเลยทีเดียว

แถมใครที่เคยติดใจนักแสดงจากภาคแรกอย่างสาวสวย แองเจล่าเบบี้ ในภาคนี้คุณจะได้เต็มอิ่มกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งผมจึงคิดว่า Tai Chi Hero น่าจะเป็นหนังภาคต่อ ที่ทำออกมาเพื่อให้ขาจรดูกันเพลินๆ ไปในด้านของ ฉากแอ็คชั่น และ มุกตลก เสียมากกว่า เพราะถึงแม้ว่าหลายๆสิ่ง หลายๆอย่าง อาจจะออกมาซ้ำกัน และ ใช้แนวรีไซเคิลจากภาคแรกมากพอสมควร แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การนำเอาสิ่งเหล่านั้นมารีไซเคิล มันยังถือว่าออกมาสนุกอยู่พอประมาณ เพราะถึงแม้มันอาจจะไม่มีรสชาติที่สดใหม่ แต่ความอร่อยแบบเก่าๆเหล่านั้นเราก็น่าจะยังพึงพอใจกับมันได้อยู่ ซึ่งไม่แน่ ถ้าหากในเราได้ดูระบบ 3D

ก็อาจจะเพิ่มความสนุกให้กับตัวหนังมากกว่านี้ก็เป็นได้ เพราะจากที่เห็นนั้น ตัวหนังมีฉากทะลุจอ และ ฉากที่น่าจะให้ความเป็นมิติในระบบ 3D ได้อยู่มากพอควร ซึ่งตัวหนัง Tai Chi Hero เข้าฉายกันมาตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม แล้ว ใครที่ติดใจจากภาคแรก จงอย่ารีรอที่จะดูภาคต่อให้ครบ เพราะรอบน้อยลงทุกทีแล้วหละจ้า

เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด