สามวัน สองคืน รัก.เลิก.เลย : ผู้ชายดีๆคงมีแต่ในนิยาย ผู้หญิงดีๆคงมีแต่ในนิยาม

Home / วิจารณ์หนัง / สามวัน สองคืน รัก.เลิก.เลย : ผู้ชายดีๆคงมีแต่ในนิยาย ผู้หญิงดีๆคงมีแต่ในนิยาม

16_w3BIvTsMon54809

เข้าฉายกันมาสักพักแล้ว สำหรับไทยแนว โรแมนติค คอมเมดี้ เล็กๆ ของ 3 ผู้กำกับหน้าใหม่ ที่เนื่องด้วยผมคิดว่าตัวเรื่องที่น่าสนใจ คือการที่เดินทางไปบอกเลิก แทนที่เรื่องอื่นจะเดินทางไปบอกรัก จึงไม่ขอรีรอที่จะไปขอลองกับหนังไทยเล็กๆ พร้อมทั้งอุดหนุนไปในตัว เพราะในโรงที่ไปดูแทบจะไม่มีคนเลยหละ

จะทำยังไงหากวันนี้จะมีชายหนุ่มที่ดีพร้อม ทั้งหน้าตา ฐานะ และสิ่งสำคัญเขามาพร้อมความรัก และความจริงใจที่พร้อมมอบให้คุณ เรื่องนี้คงตอบไม่ยากสำหรับสาวโสด แต่สาวไม่โสดอย่างกิฟถึงกับ ต้องคิดหนัก เมื่อหนุ่มหล่อและเพอร์เฟ็คอย่าง พี่ริว อยากจะขอขยับจากสถานะกิ๊ก ขึ้นมาเป็น คนรู้ใจ แต่กิฟจะตอบรับได้ยังไงในเมื่อเธอมีโอชายหนุ่มศิลปินไส้แห้งที่คบหากันมานาน ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ทั้งคน แต่วันนี้ความรักของกิฟในวันนี้จึงจำเป็นต้องเป็นความรักที่มีอนาคต และความมั่นคงด้วย เพื่อนๆ กิฟทุกคนลงความเห็นเดียวกันว่าพี่ริวคือความรัก และอนาคตที่ดี และสิ่งที่กิฟต้องทำอย่างแรกก็คือตัดรักเก่าอย่างโอทิ้งซะ

สามวัน สองคืน รัก.เลิก.เลย เป็นหนังไทยที่ใช้ผู้กำกับหน้าใหม่ถึง 3 คน ประกอบไปด้วยคุณ ฐิติพงศ์ ใช้สติ , สรเทพ เวศวงศ์ษาทิพย์ และ คุณ สำคัญ โชติกสวัสดิ์ ที่นอกจากทั้ง 3 จะรับหน้าที่กำกับเองด้วยแล้ว ด้านตัวบท ทั้ง 3 คนยังร่วมด้วยช่วยกันเขียนออกมาอีกด้วย ที่แน่นอนว่าในเมื่อตัวหนังเป็นผลงานของผู้กำกับหน้าใหม่ ด้านของ นักแสดง ก็ออกมาแบบใหม่แกะกล่องด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น แพทตี้ พริษฐ์ชยาดา พิริยะเมธา นางเอกของเรื่อง และ แอม ณัฐคม ตังอังสนากุล พระเอก ที่ต้องมารับบทคู่รักที่ฝ่ายหญิงพยายามจะบอกเลิก ซึ่งโดยส่วนตัวต้องขอบอกเลยว่า ไม่ได้เป็นคนชอบดูหนัง โรแมนติค คอมเมดี้ แบบลงล็อคเป๊ะๆทุกอย่าง และค่อนข้างเบื่อพอสมควรกับหนังที่มาพร้อมกับไดอาล็อคเดิมๆ ชายเจอหญิง ชายได้หญิง หญิงงอนชาย ชายง้อหญิง และกลับมาคืนดี

เพราะฉะนั้นสำหรับผม สามวัน สองคืน จึงถือว่าเป็นหนังไทยอีกทางเลือกนึง ที่ออกมาค่อนข้างน่าสนใจมากพอสมควร เพราะปกติกับตัวหนัง หญิงพาชาย ชายพาหญิง ไปเที่ยว มักจะไปสารภาพรัก แต่ในกรณีนี้ตัวหนังกลับไป บอกเลิก แทน โดยจากตัวไอเดียหนัง ผมถือว่าออกมาค่อนข้าง โดดเด่น มากพอสมควร แต่ก็น่าเสียดายที่มันคงเพราะยังอยู่ในมือของผู้กำกับที่ยังเป็นมือใหม่พอสมควร จึงทำให้ท้ายสุด เมื่อตัวหนังดำเนินเรื่องเสนอความเก๋ไก๋ในตอนต้นไปแล้ว ก็เข้าสูตรหนังแนวรอมคอมเดิมๆ ที่เต็มไปด้วย ไดอาล็อค ตรงเป๊ะ หลังจากขึ้นเขาภูกระดึง ที่ในทีแรกตัวหนังเหมือนจะสร้างสถานการณ์ กลืนไม่ได้คายไม่ออก ให้เต็มที่

และพร้อมจะระเบิดสถานการณ์นั้นให้คนดู ในตอนช่วงกลางเรื่อง ไปจนถึงท้ายเรื่อง แต่คงเป็นเพราะการเล่าเรื่อง และ มุกตลก ผสมเข้ากับอีกหลายๆองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นด้านของ การถ่ายภาพ , จังหวะดราม่า และ วิธีใส่ประเด็นทั้งหลาย ที่ล้วนแต่แลดูเป็นหนังของนักศึกษามากพอสมควร โดยเฉพาะวิธีการ ถ่ายภาพ ที่ทำเอาฉากหลังที่เป็น ภูกระดึง ที่มันสมควรจะออกมาสวย กลายเป็นธรรมดาไปซะงั้น จึงทำให้สกานการณ์ข้างต้น หายเข้ากลีบเมฆ เช่นเดียวกับด้านความโดดเด่นของ ตัวละคร ที่ค่อนข้างจะออกมาในรูปแบบเป็นนิยาย ด้วยการวางตัวให้ พระเอก และ พระรอง เป็นผู้ชายที่มีจิตใจดีทั้งคู่ โดยที่ไม่เสริมมิติด้านร้าย ให้กับตัวละครทั้ง 2 จนเป็นเหมือนว่าตัวหนังจะพยายามใส่มุมมองให้คนดูทั้งเพศชาย และ หญิง มีมุมมองด้านเดียวกับตัวละหลักอย่าง กิฟ มากเกินไป

ก่อนที่ตัวหนังจะตีกลับ เพื่อลบล้างข้อเสียเหล่านั้น ด้วยการดึงเอาสถานการณ์ กลืนไม่ได้คายไม่ออก กลับมาใช้ใหม่ในช่วง ตอนจบ ที่หลายๆตอนแอบทำให้นึกถึงอารมณ์ในแบบเดียวกันกับหนังฮ่องกงอย่าง Don’t Go Breaking My Heart มากพอสมควร แตกต่างกันเพียงว่า ตอนจบของ สามวัน สองคืน ยังถือว่าทำออกมาได้เจ็บ และ ให้บทเรียน ที่มีคุณค่าแก่ตัวละครประเภทนี้ได้อย่างสาสม และ ตัวผมก็หวังจะหาตัวหนังแบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน เช่นเดียวกับการที่ตัวหนังเปิดตัวมาด้วยเรื่องของ เราจะเลือกรัก คนที่รักเรา หรือ คนที่เรารัก หรือจะเราจะเลือกการที่ ไม่ก่อชู้ จะดีกว่ากัน ซึ่งด้านการแสดงของนักแสดงใหม่ทั้งหมด

ส่วนตัวผมก็ยังถือว่าออกมาได้ค่อนข้างดี ถึงแม้อาจจะมีแข็งบ้างเป็นระยะ แต่เคมีระหว่างคู่พระนาง ในฉากรักกุ๊กกิ๊ก ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีพอสมควรเลย และโดยรวมถ้าหาก สามวัน สองคืน มีวิธีการจัดการจังหวะมุก และ ดราม่า พร้อมทั้งอีกหลายองค์ประกอบให้ดีกว่านี้ ตัวหนังก็จะน่าสนใจและสนุกกว่านี้แน่นอนหละ

เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด