Pitch Perfect : ชมรมเสียงใส ถือไมค์ตามฝัน ดูแล้วมาคุยกัน ไม่อยากให้พลาด

Home / วิจารณ์หนัง / Pitch Perfect : ชมรมเสียงใส ถือไมค์ตามฝัน ดูแล้วมาคุยกัน ไม่อยากให้พลาด

pitchperfectanna

อาจจะเป็นหนังที่ไม่ได้ฮิตระเบิดระเบ้อ หรือเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากมายสำหรับในบ้านเรา แต่สำหรับในอเมริกาแล้ว หนังเรื่องนี้ถือว่าได้ว่าเป็นหนังแอบฮิตเรื่องนึงของบ้านเขาเลยก็ได้ เพราะตัวหนังใช้ทุนสร้างไปเพียง 17 ล้านเหรียญ ในขณะที่ตอนนี้ตัวหนังได้กลับมาเฉพาะในอเมริกาไปถึง 64 ล้านเหรียญ

เบก้า เป็นเด็กสาวที่หลังจากเธอได้เข้าเรียนในวิทยาลัยแห่งใหม่ เธอก็พบว่าตัวเองไม่เหมาะกับกลุ่มไหนทั้งสิ้น แต่เธอกลับถูกผลักดันให้เป็นสิ่งที่เธอไม่มีวันเลือกด้วยตัวเอง ท่ามกลางสาวแสบ สาวหวานและสาวพิลึก ซึ่งทุกคนมีอย่างเดียวที่เหมือนกันคือเสียงไพเราะเมื่อพวกเธอร้องเพลงด้วย เมื่อเบก้านำคณะนักร้องอะคูสติกก้าวพ้นจากการเรียบเรียงเพลงแบบดั้งเดิมและท่วงทำนองประสานที่เพอร์เฟ็กต์เพื่อเข้าสู่การผสมผสานเพลงในรูปแบบใหม่ พวกเธอก็ต้องต่อสู้ฟาดฟันเพื่อไต่ขึ้นไปถึงระดับสูงสุดของโลกที่เชือดเฉือนกันของแวดวงอาคัปเปลาระดับมหาวิทยาลัยนี่อาจจะกลายเป็นสิ่งที่เจ๋งที่สุดที่พวกเธอจะได้ทำในช่วงมหาลัยเลยหละ

Pitch Perfect กำกับการแสดงโดยผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง เจสัน มัวร์ ที่ก้าวมาจากการกำกับซีรี่ย์ 2-3 ตอนให้กับ Brothers & Sisters และ Everwood มาเพื่อทำหนังใหญ่ขึ้นจอเงินครั้งแรก และเรื่องที่เขาเลือกที่จะทำก็คือ Glee : The Movie เอ้ย ไม่ใช่ แต่มันคือหนังที่สร้างมาจากหนังสือของ มิคกี้ แรพกิ้น ที่เล่าเรื่องของกลุ่มขี้แพ้ในโรงเรียน ที่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเพื่อให้พวกเธอขึ้นมาโดดเด่นให้จงได้ โดยฟังไปฟังมาก็คงพูดได้เต็มปากเลยว่า ตัวหนังมีวัตถุดิบหลายๆอย่างที่เหมือนกับซีรี่ย์แนว มิวสิเคิล ที่ผมเคยคลั่งไคล้อย่าง Glee เอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวละครที่ต่างคาแรกเตอร์ เพี้ยน แปลก ฮา และ เอเชีย รวมไปถึงวิธีการเล่าเรื่องราว และ การตบมุขชงมุก ที่ล้วนแล้วแต่ทำให้นึกว่า Pitch Perfect เป็นการเอา Glee มาเพื่อฉายจอใหญ่ และรวบรัดเนื้อเรื่องรึปล่าว

เพราะเอาจริงๆแล้ว Pitch Perfect มันก็เป็นหนังแนวไขว้คว้าฝันของกลุ่มนักร้อง ที่ดูไปดูมาเนื้อเรื่องหลักก็ไม่ได้ต่างจากหนังสูตรจำพวกของ Step Up และ Street Dance เท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะเป็นบทสรุป การดำเนินเรื่อง ทุกขั้น ทุกสเต็ป ล้วนแต่เหมือนกันจนเหมือนแกะ แต่ก็ดูเหมือนว่า จะมีอยู่สิ่งนึง ที่ทำให้แกะอย่าง Pitch Perfect สามารถกลายเป็นแกะดำ และ ดึงตัวเองออกมาจากหนังสูตรจำเจที่น่าเบื่อได้ค่อนข้างดี ซึ่งถ้าหากพูดถึง Step Up จุดขายของตัวหนังคงอยู่ที่ ฉากเต้น ในช่วง ไคล์แมกซ์ และ กลางเรื่อง ที่สามารถทำให้คนดูลืมความน่าเบื่อของตัวเรื่องที่จำเจได้ในระยะเวลานึง ซึ่งก็เช่นเดียวกับใน Pitch Perfect

เพราะสิ่งที่สามารถดึงเอาจิตวิญญาณของคนดู ที่รักในเสียงเพลง ออกมาให้สนุกกับตัวหนัง Pitch Perfect ได้อย่างดี คงหนีไม่พ้นฉากร้องเพลงประสานเสียง ที่สามารถเนรมิตรออกมาได้อย่างไพเราะ ด้วยการ รีมิกซ์ เพลงดังๆเมื่อต้นปี และ อีกหลายๆปีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Just the Way You are , Right Round , Don't Stop the Music หรือแม้แต่ Party in the USA ที่ทั้งหมดสามารถนำเอามาผสมผสานกันได้อย่างน่าตื่นตา และทำให้เราอดใจไม่ไหวที่จะลุกขึ้นไปเต้นกับเหล่าตัวละครในช่วงการแข่งด้วยเช่นกัน ซึ่งอีกสิ่งนึงที่สามารถดึงเสน่ห์ ฉากร้องเพลง ออกมาได้อย่างสนุกสนาน คงหนีไม่พ้นด้านของ นักแสดง ที่เรื่องนี้สาวน้อยอย่าง แอนนา เครดริค มีโอกาสได้โชว์พลังเสียง ที่เธอก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า พลังเสียงของเธอ ก็น่ารักและไพเราะได้ไม่เป็นสองรองจากหน้าตา

ซึ่งนอกจาก แอนนา เคนดริค นักแสดงรายอื่นก็ยังเป็นองค์ประกอบที่สร้างสีสันให้ตัวเรื่องได้ดีไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็น เรเบล วิลสัน ในบทของ เอมี่อ้วน ที่เรียกเสียงฮาได้ตลอดเวลาเมื่อเธอออกมา หรือแม้แต่ สาวขี้อิจฉา อย่าง แอนนา แคมป์ ในบท ออเดรย์ ที่ตัวคาแรกเตอร์อาจจะดูน่ารำคาญ และ น่าหมั้นไส้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ภายใต้ความน่าหมั้นไส้ก็ยังมีเสน่ห์ชวนหลงใหลในคาแรกเตอร์เรียบๆอยู่ในระดับหนึ่ง แถมการที่ตัวหนังไม่ได้ให้ความสำคัญแก่ ตัวร้าย อย่าง วงทรับเบิ้ลเมเกอร์ จึงทำให้ Pitch Perfect เป็นหนัง ฟีลกู้ด ที่ดูเพื่อเอาความสนุกสนานได้ดีในระดับนึง เช่นเดียวกับฟีลแบบ The Bline Side เลยครับ

เพราะฉะนั้น Pitch Perfect จึงอาจจะเป็นหนังที่ออกมาแบบตามสูตร เดินเรื่องตามแทบจะทุกสเต็ป แต่มันก็ดูเหมือนไม่ใช่อุปสรรคเลยสักนิด กับการที่ตัวหนังจะสร้างฉากการดวลเพลงแบบสนุกสนาน และ เสน่ห์ในตัวละคร โดยเฉพาะ แอนนา เคนดริต ออกมาให้คนดูได้เต้น และ ร้อง ไปด้วยกันได้อย่างน่าทึ่ง และ น่ารัก

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด

jfdghjhthit45