Jack Reacher : ต่อจิ๊กซอว์มหาสนุก กับยอดนักสืบสุดระห่ำ

Home / วิจารณ์หนัง / Jack Reacher : ต่อจิ๊กซอว์มหาสนุก กับยอดนักสืบสุดระห่ำ

jack20_h3WEiLuThu103450

ฐานทั้งหมดได้พุ่งเป้าไปที่ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งซึ่งถูกนำตัวมาสอบสวน ในระหว่างการสอบปากคำ ผู้ต้องสงสัยนั้นได้เขียนข้อความเพียง ?หา แจ็ค รีชเชอร์!? นี่คือจุดเริ่มต้นของการตามล่าหาความจริงที่แบบเหนือกฏเกณฑ์ การท้าชนของ แจ็ค รีชเชอร์ กับ ศัตรูที่คาดไม่ถึง ด้วยการใช้ทักษะการต่อสู้แบบตาต่อตาที่โหดเหี้ยมจึงเริ่มต้นขึ้น หลังจากที่ แจ็ค รีชเชอร์ สืบเข้าไปลึกเท่าไหร่ ก็ยิ่งพบว่า คดีนี้ มันมีลับลมคมใน มากกว่ารูปพรรณนาที่เห็นเสียอีกด้วยหละสิ

Jack Reacher เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ แม็คคัวรี่ย์ ที่หลังจากเมื่อปี 2000 เคยเปิดตัวด้วยหนังแนวอาชญากรรมเล็กๆไปแล้วใน The Way of Gun แถมยังไปเป็นมือเขียนบทให้กับหนังแนวสายลับมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Valkyrie , The Tourist แม้แต่กระทั่ง The Usual Suspects ด้วย โดยหลังจากไปอยู่ในฐานะมือเขียนบทอยู่หลายปี ในปีนี้ก็ได้ฤกษ์ที่เขาจะกลับมากำกับหนังอีกครั้ง ในหนังที่สร้างมาจากหนังสือนิยายชุด แจ็ค รีชเชอร์ ที่ตอนที่ในหนังหยิบเอามาใช้นั้นเป็นชื่อตอนว่า One Shot ที่เขียนโดย ลี ไชลด์ โดยนอกจาก ทอม ครูซ จะนำแสดงเองในหนังเรื่องนี้ เขายังเป็นป๋าดันโดยการเป็นโปรดิวเซอร์ และกำลังเล็งตัวผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ แม็คคัวรี่ย์ เพื่อมากำกับ Mission Impossible 5 หลังจาก แบรด เบิร์ด ถอนตัวออกไปอีกด้วยหละครับ

ซึ่งโดยส่วนตัวผมนั้นเป็นคนที่ชื่นชอบหนังแนว สืบสวน มากพอสมควร ไม่ว่าจะสืบสวนด้วยวิธีอะไร และ ตัวเอกมีอาชีพอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น Se7en , The Usual Suspects หรือแม้แต่ The Lincoln Lawyer ที่ถ้าหากจะให้ผมเปรียบ Jack Reacher เป็นหนังที่มีอารมณ์คล้ายกับเรื่องไหนมากที่สุด ผมคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวหนังมีความเป็น Drive และใช้วิธีการต่อจิ๊กซอว์คดีที่หนังเปิดมา ได้คล้ายหนังสืบสวนเรื่องต่างๆที่ผมยกตัวอย่างมามากพอสมควร เพราะฉะนั้นก็คงจะเป็นกันไปตามกฏระเบียบ ในเมื่อตัวหนังยังคงใช้วิธีการสืบสวน และ หักมุม ตามประสาของหนังแนวนี้เดิมๆ ตัวหนังก็คงจะมีการถูกเปรียบว่าซ้ำบ้าง จำเจบ้าง

แต่ถ้าหากจะให้พูดในมุมมองส่วนตัวของผมในฐานะที่ชื่นชอบหนังแนวสืบสวนเป็นทุนเดิม ก็คงต้องขอบอกเลยว่า ถึงแม้ตัวหนังจะมีการดำเนินเรื่อง และ แกะหาหลักฐาน ตามในแบบฉบับสูตรเดิมๆของหนังสืบสวนอยู่มากพอสมควร แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า ตัวหนัง Jack Reacher ก็สามารถดึงเอาส่วนอื่นๆมาหักล้างกับการดำเนินเรื่องตามสูตรที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ ได้อย่างสนุกสนาน และ ทำให้คนดูเอาใจช่วยตัวละครได้ ซึ่งสิ่งที่ดูเหมือนว่า Jack Reacher จะคิดถูกในด้านนึงคือการที่นำเอาเรื่องราวของ การสืบสวน ขึ้นหน้ามาให้โดดเด่นมากกว่า ฉากแอ็คชั่น และปล่อยให้การแกะรูปคดีต่างๆเป็นตัวดำเนินเรื่อง โดยจะใส่ฉากแอ็คชั่นเข้ามาเมื่อมีจังหวะเหมาะ ด้วยสไตล์ฉากแอ็คชั่นของตัวผู้กำกับ ก็ถือว่าเป็นอีกส่วนนึงที่น่าสนใจ กับการที่ตัวหนังไม่ได้สกอร์บิ้วคนดูเข้ามาเลย

แต่ปล่อยให้อารมณ์ความดิบ เถื่อน เท่ห์ ของ ทอม ครูซ เป็นตัวนำพาอารมณ์ความมันส์ของคนดูเสียมากกว่า พร้อมทั้งมีการใส่เรื่องราวของ ความยุติธรรม และ ความบริสุทธิ์ เข้ามาให้คล้ายกับ The Lincoln Lawyer ถือว่าเป็นอีกหนึ่งน้ำจิ้มที่น่าสนใจมากพอสมควร ซึ่งถึงแม้ความพยายามของตัวหนัง ที่จะสร้างตัวละคร แจ็ค รีชเชอร์ ของ ทอม ครูซ ให้คล้ายกับ นักขับรถ ไรอัน กอสลิ่ง ใน Drive จะล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะตัวหนังไม่ได้เสริมสร้างมิติ และ รูปคดี ที่ทำให้ตัวละครรู้สึกโดดเด่นเท่าเรื่องดังกล่าว แต่กระนั้นในฉากที่ ทอม ครูซ ต้องโชว์พลังคาแรกเตอร์เพื่อล้างแค้น มันก็ยังแลดูดุเดือด และ เท่ ไปไม่แพ้กันเลยหละ

เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้ว Jack Reacher อาจจะดำเนินเรื่องตามสูตรหนังแนวสืบสวนแทบจะทุกระเบียบ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ตัวหนังดูสนุกน้อยลงเลยสักนิด แถมหนำซ้ำ คาแรกเตอร์ แจ็ค รีชเชอร์ ของ ทอม ครูซ ก็ยังถือว่าดูเท่ และ ทำสำเร็จใน ฉากแอ็คชั่น ที่ทำให้เรารู้สึกเอาใจช่วย และ มันส์ ไปกับยอดนักสืบได้

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด

jfdghjhthit45