Upside Down : นิยามรักปฎิวัติ 2 โลก ความรักคู่ขนาน และ ชนชั้นที่ถูกขวางกั้น

Home / วิจารณ์หนัง / Upside Down : นิยามรักปฎิวัติ 2 โลก ความรักคู่ขนาน และ ชนชั้นที่ถูกขวางกั้น

Upside01_7zmauAoThu102144

ไอเดียแปลกตา ไม่เคยหมดไปจากโลกนี้จริงๆ และนี้ก็คือหนังตัวอย่างของข้อความดังกล่าวนั้น กับ Upside Down ที่ขายเรื่องราวของ 2 โลกที่มาบรรจบกันเพราะแรงโน้มถ่วง โดยตัวหนังมีนักแสดงอย่าง เคิร์ทเท่น ดัสท์ และ จิม สเตอร์เจส ประกอบคู่กัน พร้อมกับอีกหลายนักแสดงคุ้นหน้าคุ้นตาอีกด้วย

อดัม เด็กหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่งที่มีชีวิตเรียบง่ายอาศัยอยู่ในจักรวาลอันบิดเบี้ยว เมื่อวิถีแห่งแรงโน้มถ่วงได้ทำให้โลกถูกแยกออกเป็น 2 ส่วน มีเพียงท้องฟ้าเบื้องบนเท่านั้นที่มาบรรจบเข้าหากัน ซึ่ง อดัม อาศัยอยู่ในโลกเบื้องล่างที่ๆเป็นของคนชนชั้นกรรมกรอาศัยอยู่ รักแรกพบของเขากับ อีเด็น มันเป็นความฝั่งใจที่เขาไม่เคยลืมและเขารู้สึกได้เลยว่า อีเด็น เป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวผู้น่ารักจิตใจดีที่มาจากโลกเบื้องบน จนกระทั่งความบังเอิญที่ได้ถูกกำหนดให้ อดัม และ อีเด็น ได้พบกันอีกครั้ง แต่ด้วยเพราะกฎเหล็กห้ามไม่ให้คนทั้งคู่ได้พบรักกัน ข้อห้ามของแรงดึงดูดและกฎหมายอาจจะเป็นแค่หนาม ที่รอให้เขาก้าวข้ามผ่านมัน

Upside Down ผลงานการกำกับของผู้กำกับ ฮวน โซลานาส ผู้กำกับที่เคยเป็นทั้งช่างภาพ และ มือเขียนบท ให้กับหนังฝรั่งเศสหลายเรื่องมาแล้ว โดยในหนังฟอร์มใหญ่เรื่องใหม่ของเขาอย่าง Upside Down นี้ ก็ไม่รู้เพราะด้วยเหตุเพราะนำเอาฟีลม์ไปแปลงเป็น 3D หรือเพราะการถ่ายทำล่าช้า จึงทำเอาตัวหนังโดนดองมานานพอสมควร จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไม 2 พระนางถึงหน้าเด็ก โดยเฉพาะ ดัสท์ นั้นเอง ซึ่งตัวหนังเรื่องนี้เป็นตัวหนังกึ่งลูกครึ่ง แคนาดา และ ฝรั่งเศส แต่ดาราส่วนมากจะมาจากฮอลลีวู้ด ที่ไอเดียการเขียนบทของตัวหนัง ก็เป็นของตัวผู้กำกับ ฮวน โซลานาส เองเสียด้วย โดยไอเดียนำเอา 2 โลก มาบรรจบกัน พร้อมกับการคิดทฤษฏี แรงโน้มถ่วง ของตัวหนัง ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ และ น่าจะดีที่สุดในหนังเลยก็ว่าได้ กับไอเดีย และ ตัวเรื่องที่ขายโปรดักชั่นอาร์ท

เพราะถึงแม้การที่ตัวหนังจะมีการใช้โทนภาพเป็นสีแบบเข้มๆ เงาๆ จัด ก็ยังไม่สามารถบดบง อาร์ท ไดเรกเตอร์ ของตัวหนัง ที่สามารถเนรมิตโลกที่มาบรรจบกันออกมาได้อย่างสวยงาม และ อลังการ ที่ตัวหนังจะสามารถทำให้เราเห็นทั้งมุมมองของโลกทั้ง 2 ได้ตลอดทั้งเรื่อง จนทำให้คนดูอาจจะสงสัยว่า การที่ตัวหนังเปลี่ยนมุมมองของ โลกข้างบน และ โลกด้านล่างบ่อยๆ ตัวหนังพยายามจะสื่อเรื่องมุมมองของคน 2 โลก จนทำให้พวกเขาแตกต่างกันรึปล่าว แต่เมื่อตัวหนังจบลง ก็ดูเหมือนคนดูจะได้รับคำตอบนั้นแล้ว ว่าที่จริงตัวหนัง Upside Down ก็เป็นเพียงแค่หนังที่มาพร้อมกับการขายโปรดักชั่น แต่กลับไม่ใช่ด้านบทหนัง

เพราะการที่ตัวหนังยังเอาคำที่ว่า 'ความรักชนะทุกสิ่ง' มานำเสนอ และ ดันให้มันดูเป็นเหตุผลหลักมากกว่าความสมเหตุสมผล ของกฏ แรงโน้มถ่วง และ โลกทั้ง 2 ใบ ดูเหมือนจะเป็นความคิดที่ผิดพลาดมาก จนทำให้ตัวหนังนั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่ ช่องว่าง ที่ทำให้ตัวหนังสเกลใหญ่เรื่องนี้ดูขาดๆเกินๆ ทั้งเรื่องของ ความรัก และ ประเด็นชนชั้น ที่ในตอนแรกตัวหนังดูเหมือนพยายามจะดันให้มันควบคู่ไปกับเรื่องราวความรักของ 2 พระนาง แต่ก็ดูเหมือนท้ายสุดการที่ผู้กำกับ ต้องการที่จะขายทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ความรัก , ชนชั้น และ ฉากอลังการ ภายในเวลาเพียง 100 นาที จะกลายเป็นความล้มเหลวในแทบทุกด้าน โดยหนำซ้ำสิ่งที่ดูเหมือนจะล้มเหลวที่สุดในหนังคงยังหนีไม่พ้นเรื่อง ความรัก ของพระนาง ที่ดูเหมือนตัวหนังจะรีบๆร้อนๆตั้งแต่ช่วงปูบทตอนแรกของหนัง

จึงไม่แปลกใจถ้าหากคนดูส่วนมากจะไม่อินไปกับการฝ่าอุปสรรค์ความรักครั้งนี้ ที่ทุกอย่างดูรีบๆร้อนๆจนลืมไปว่าบางที หลายเหตุผลของการขึ้นไปด้านบนของตัวเอก หรือแม้แต่สิ่งอื่นๆอีกมากมาย มันไปทับซ้อนกับเหตุผล และ กฏแรงโน้มถ่วงที่ตัวหนังตั้งขึ้นมาเอง และพยายามให้คนดูลืมๆมันไปซะเช่นเดียวกับการที่พระเอกลืมจุดยืนของตัวเองเช่นเดียวกัน โดยในด้านของนักแสดง 2 คนอย่าง จิม สเตอร์เกส และ เคียร์สเทน ดันสต์ ไม่รู้ว่าตัวบทไม่ส่ง หรือ เคมีของคู่นี้มันไม่เข้ากันจริงๆ จึงทำให้ตัวหนังดูก่ำๆกึ่งๆระหว่าง โรแมนติค และ โรแมนตก แต่ถ้าหากมองเป็นรายคนแล้ว ด้านนักแสดงชายอย่าง สเตอร์เกส ดูมีอนาคตไกล

โดยเฉพาะเสน่ห์ และ หน้าตา ที่น่าจะมีสิทธิ์ได้เล่นหนังรางวัลกับเขาบางในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วผมถือว่า Upside Down เป็นหนังที่ค่อนข้างน่าผิดหวังตั้งแต่ต้นปี ตั้งแต่ด้าน บท ที่รีบร้อนๆ และ ประเด็น ที่ไปไม่สุด จะมีดีก็แต่ด้านของ โปรดักชั่น ที่ออกมายิ่งใหญ่อลังการเช่นเดียวกับไอเดียหนังนั้นเอง

เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด

jfdghjhthit45