Hansel & Gretel : Witch Hunters : เถื่อนๆ บ้าๆ ล่าแม่มดสไตล์หนังคัลท์

Home / วิจารณ์หนัง / Hansel & Gretel : Witch Hunters : เถื่อนๆ บ้าๆ ล่าแม่มดสไตล์หนังคัลท์

han15_kq1pcEKWed93606

หนังดัดแปลงจากนิทานเทพนิยายกริมม์ ที่ถูกนำเอามาดัดแปลงเป็นหนังแนวแอ็คชั่นตีความใหม่ ที่ตามจริงแล้วตัวหนังมีกำหนดฉายกันตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เนื่องด้วยปัญหาที่ต้องนับกลับไปถ่ายทำซ่อม และแก้ฉากมากมายใหม่ ตัวหนังเลยท้ายสุดแล้วได้ฉายในสิ้นเดือนมกราคม ของปีนี้ แทน แถมยังในระบบ 3D ด้วย

การกลับมาอีกครั้งที่จะทำให้คุณได้รับรู้เรื่องราวอันเป็นไปใน 15 ปี ให้หลังของสองพี่น้อง ฮันเซล และ เกรเทล หลังจากหลายปีก่อน เขาทั้งคู่เอาตัวรอดออกมาจากบ้านขนมปังที่เกือบถูกแม่มดใจร้าย ย่างพวกเขาสด ๆ มาได้ และกำจัดนางในเตาอบขนมปัง ณ บ้านนั้น จวบจนวันนี้ ความแค้นของทั้งคู่ยังคุกกรุ่น สองพี่น้องกับแม่มดเป็น อะไรที่ไม่ถูกกัน พวกเขากลายเป็นนักล่าแม่มดตัวยงของเมือง ซึ่งต่อมาไม่นาน หน้าที่ของทั้งสองได้ถูกทดสอบครั้งใหญ่กับแม่มดตน ใหม่ ที่พร้อมจะคร่าชีวิตเด็กผู้บริสุทธิ์ยกเมืองในพิธีกรรมของเจ้าหล่อน ทำให้ทั้งคู่ต้องยับยั้งเหตุการณ์ความชั่วร้ายครั้งนี้ของนางให้ได้ ก่อนที่เด็กบริสุทธิ์จะหายไป

Hansel and Gretel : Witch Hunters เป็นผลงานการกำกับของผกก.ชาวนอร์เวย์อย่าง ทอมมี่ เวอร์โคล่า ที่สร้างชื่อของตัวเองด้วยการทำหนังคัลต์ นาซี ซอมบี้ สุดเถื่อนอย่าง Dead Snow จนไปเข้าตาขาหนังแนวนี้กันหลายต่อหลายคนแล้ว โดยในผลงานหนังใหญ่เรื่องแรกของเขาอย่างเรื่องนี้ เขาก็ยังคงไม่ทิ้งลายความดิบเถื่อน และ ลูกบ้า จนทำให้ตัวหนังได้เรท R ไปแบบไม่ต้องสงสัย โดยหลังจากในปีที่แล้วเราเคยมีหนังที่สร้างมาจากนิทานแฟนตาซี และนำมาตีความใหม่หลากเรื่อง ไม่ว่าจะว่าเป็น Snow White and the Huntsman หรือแม้แต่อีกหลายๆเรื่องที่กำลังจะตามมา ซึ่งจากที่ส่วนตัวผมได้ลองอ่านเนื้อเรื่องย่อของหนังเหล่านั้นดูแล้ว ก็ดูเหมือนว่าจะมีแต่ Hansel and Gretel : Witch Hunters นี่แหละ ที่ตัวเรื่องดูจะเขียนต่อจากเทพนิยายเหล่านั้นได้อย่างน่าสนใจดี

ซึ่งถ้าหากใครเคยอ่านเทพนิยายเรื่องนี้ก็คงจะสงสัยมากมาย ว่าหลังจากพี่น้อง ฮันเซล และ เกรเทล ได้ฆ่าแม่มดแล้ว อะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น และผกก. เวอร์โคล่า ก็ได้นำมันมาตีความใหม่ด้วยสไตล์ความแนว และ อารมณ์ต้นทุนแบบคัลต์กันเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่เมื่อด้านของ ความสนุก ของตัวหนังกลับไม่ได้แม้แต่ครึ่งนึงของความคิดสร้างสรรค์ที่ผู้กำกับทำมา โดยส่วนนึงคงหนีไม่พ้นการเล่าเรื่องด้วยจังหวะแปลกๆ จนมีอารมณ์เหมือนว่าคนดูกำลังกดปุ่ม Fast Forward และหยุด และกดใหม่ๆเรื่อยๆตลอดเวลา 88 นาที จนทำให้ฉากแอ็คชั่น และ ไคล์แมกซ์ ที่ดูเหมือนจะสนุก และ มันส์มากกว่านี้

ต้องกลายเป็นฉากที่คนดูกำลังกด Fast Forward แบบฉบับ 20x จนความสนุกหายไปทั้งที่ยังไม่ทันได้หายใจออกเลยสักนิด เช่นเดียวกับตัวเรื่องของหนัง ที่เต็มไปด้วยจังหวะ ขรุขระ และ น่าเบื่อ โดยเฉพาะฉากหยุดนิ่งรำลึกถึงอดีต และ ปมปัญหา ของคู่พี่น้อง ที่นำเอาความแปลกในตัวคาแรกเตอร์มาเล่นในช่วงแรก พร้อมทั้งเรื่องราวการหักตัวเรื่อง และ ประเด็นด้านของจริยธรรมเล็กๆ ที่ในตอนแรกดูเหมือนว่าตัวหนังจะพาเรื่องเหล่านั้นไปไกลกว่าที่เห็น ทั้งที่จริงแล้วตัวหนังกลับทิ้งเอากลางทางทั้งหมด แต่ก็ยังจะพยายามใส่ประเด็นใหม่ๆที่ไม่มีจุดจบของสิ่งเหล่านั้นเข้ามาเรื่อยๆ จนตั้งคำถามอีกมากมายให้กับคนดู ที่เรียกได้ว่า อาวุธเจ๋งๆ และ ลูกบ้า ที่เต็มไปด้วยเลือดในฉากแอ็คชั่นยังไม่สามารถช่วยดึงหนังออกมาจากความผิดหวังได้ โดยสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นจุดเด่นในหนัง

คงจะมีแต่การแสดง และ ลูกเล่น 3D ที่ในด้านการนำเอา เจเรมี่ เรนเนอร์ และ เจมม่า อาร์เทนตั้น มาเข้าคู่กัน ผลลัพธ์ที่ออกมาโดยรวมถือว่าดีเกินคาด กับการที่นำเอา หนุ่มวัย 40 กว่า มาเข้าขากับสาวที่อายุยังไม่เหยียบเลข 3 ส่วนนึงคงเพราะการเข้าขา และ เคมี่ ที่เข้ากันของ 2 แสดง ที่รวยเสน่ห์แต่ไม่ชิงดีชิงเด่นกัน ถึงแม้จะมีหลายๆฉากที่เรารู้สึกได้ว่า 2 คนนี้มันข้ามขั้นความเป็นพี่น้องกันไปแล้วก็ตาม เช่นเดียวกับในระบบ 3D ที่น่าจะตอบสนองสำหรับใครที่ต้องการสิ่งของพุ่งเข้าหน้าเข้าตา ที่มาเป็นระยะๆไม่ให้หลับไปก่อนได้ ซึ่งรอบที่ผมได้ดูก็เป็นในระบบ 4DX ด้วย ซึ่งก็สามารถเพิ่มอรรถรสในฉากสะดุ้ง และ แอ็คชั่น ได้ในระดับนึง ถึงแม้จะแอบโยกมั่ว และยังโชว์เอฟเฟกต์น้อยไปนิด ถ้าหากนำเอาไปเทียบกับ Fright Night ที่ได้ดูในระบบ 4DX เช่นเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว

ซึ่งโดยสรุปแล้วผมคิดว่า Hansel and Gretel จัดได้ว่าเป็นหนังที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง เพราะหนังมีวัตถุดิบดีๆอย่าง ตัวบทที่สร้างสรรค์ ลูกบ้า และ เหล่าแม่มดที่ครีเอ็ทกันมาน่าสนใจ แต่ไหงพอผลลัพธุ์ออกมาจริงๆกลับเละเทะ เช่นเดียวกับสมองที่กระจัดกระจายของ คน และ แม่มด ที่มาเป็นระยะๆในตัวหนังด้วยนะ

เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด