A Good Day to Die Hard : วันพักร้อน ของยอดคนอึด

Home / วิจารณ์หนัง / A Good Day to Die Hard : วันพักร้อน ของยอดคนอึด

DF-03755R_7Rqr1J5Tue85507

ก็เพราะขึ้นชื่อว่า คนอึด และพี่แกก็ไม่เคยตายหรือได้รับบาดเจ็บจนส่งเข้าโรงพยาบาลสักภาค ว่าแล้วก็คงไม่แปลกถ้าเกิดจะกลับมาอีกในภาคต่อของหนัง คนอึดตายยาก ที่ภาคนี้ใช้ชื่อยาวๆว่า A Good Day to Die Hard ที่นอกจาก บรูซ วิลลิส และ แมร์รี่ อลิซาเบธ วินสตี๊ด จะกลับมารับบท จอห์น แม็คเคลน และ ลูกสาว ตัวหนังยังเพิ่ม จาย คอตนี่ย์ ตัวร้ายจาก Jack Reacher เข้ามาในบทลูกชายที่ห่างหายไปนานของป๋าแกอีกด้วยนะ

โดยในภาคนี้เป็นเรื่องราวของฮีโร่ ?ตัวจริง? ที่มีความสามารถรอบด้าน บวกกับท่าทางที่ดูเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นตลอดกาล ในคราวนี้ตำรวจดีเดือดต้องอยู่ผิดที่ผิดทาง หลังจากเดินทางไปมอสโคว์เพื่อช่วย แจ็ค ลูกชายที่ไม่ค่อยลงรอยกัน พร้อมกับการไล่ล่าอาชญากรรัสเซีย และต้องมีการต่อสู้ที่นำไปสู่สงคราม พ่อลูกตระกูลแม็คเคลนพบว่าแนวทางที่ขัดกัน ทำให้พวกเขาเป็นผู้กล้าที่ยากเกินจะต้านรับไหว ในศึกถล่มประเทศรัซเซียครั้งนี้

A Good Day to Die Hard คนอึดภาคที่ 5 ในหนังชุดนี้ กำกับการแสดงโดย จอห์น มัวร์ ผู้กำกับจาก Max Payne และ Behind the Enemy Lines ที่เข้ามาคุมงานคนอึดเป็นภาคแรก ต่อจาก เลนซ์ ไวส์แมน ในภาคที่ 4 ซึ่งโดยส่วนตัวผมก็ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ค่อนข้างประเมินค่าของตัวหนัง คนอึด ในภาคนี้ต่ำกว่าทุกๆภาค เนื่องจาก ทั้งชื่อผู้กำกับ และ ตัวอย่างที่ปล่อยออกมา ถึงแม้ว่าส่วนตัวจะแฟนหนังคนอึดมาตั้งแต่ภาคแรกก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าหลังจากที่ได้รับชมแล้ว ผู้กำกับจะสามารถทำตัวหนังออกมาได้เซอร์ไพรส์กว่าที่คิด เพราะตัวหนัง A Good Day to Die Hard ถือได้ว่าเป็นภาคที่สามารถตอบสนองคอหนังแอ็คชั่นได้อย่างแท้จริง ด้วยการยัดฉากแอ็คชั่น ตูมตามๆ เหมาะกับคอหนังบู๊เข้ามาตลอด 97 นาทีของตัวหนังโดยไม่ให้คนดูหยุดพัก โดยถึงแม้ว่าตัวหนังอาจจะขาดเสน่ห์ความสดของ คนอึด จากภาคก่อนๆมาพอสมควร แถมด้านของตัวบทที่พยายามมีประเด็น พ่อลูก ก็ยังไม่สามารถทำออกมาได้สำเร็จ และยังดูรีบมารีบไป เพื่อตัดให้เข้าสู่เนื้อๆมากพอสมควรก็ตาม (รวมไปถึงความอึดเกินตัวของ จอห์น แม็คเคลน ซึ่ง เอ่อ… คงไม่ต้องไปพูดถึงมันหรอกมั้ง)

แต่กระนั้นแล้วก็ยังปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ส่วนตัวก็ยังรู้สึกสนุกไปกับฉากแอ็คชั่นตลาดๆในหนังเรื่องนี้ ที่มั่นใจเลยว่าใครเป็นคอหนังแอ็คชั่นที่ชื่นชอบหนังแนว The Raid : Redemption หรือหนังบล๊อคบัสเตอร์ ที่เอามันส์ ไม่เอาบท จะต้องชื่นชอบและมันส์ตัวโก่งไปกับหนังเรื่องนี้แน่นอน โดยเฉพาะฉากแอ็คชั่นเปิดเรื่อง และ ปิดเรื่อง ที่ลากยาวตลอดเกือบ 10-20 นาที ที่เร้าใจกว่าหนังเรื่องอื่นๆในเครดิตของผู้กำกับที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้

ซึ่งถึงแม้ว่าตัวหนังจะไม่ได้ถ่ายด้วยกล้อง Imax จนตัวภาพอาจจะไม่ได้ดูตระการตาเท่ากับจำพวก The Dark Knight Rises หรือ Mission Impossible 4 แต่ระบบเสียงของตัวโรง Imax ก็ถือว่าเป็นอีกสิ่งสำคัญที่สามารถทำให้คอหนังแอ็คชั่นสะใจไปกับความตูมตามๆของตัวหนัง จนเพิ่มอรรถรสในการรับชมเข้ามาได้อย่างไม่ยากเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้ว ผมคิดว่า ถึงแม้ตัวหนัง Die Hard 5 ในภาคนี้ อาจจะขาดเสน่ห์ และ ความสมเหตุสมผล ทั้งในตัวเรื่อง และ ตัวบท มากสมควร จนอาจจะไม่สามารถเทียบรุ่นพี่ภาคก่อนๆที่เคยทำเอาไว้จนขึ้นหึ้งได้ดีนัก แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มันก็ยังเป็นตัวหนังหนังป๊อปคอร์นที่สามารถตอบสนองความสนุก ความมันส์ ให้กับคอหนังแอ็คชั่นได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะใครที่ชื่นชอบหนังแนวตูมตามๆตลอดเรื่อง ถ้าคุณชมในระบบ Imax น่าจะช่วยเพิ่มอรรถรสให้พอสมควรเลยหละ

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด