Beautiful Creatures ? ชะตามิอาจลิขิตรัก

Home / วิจารณ์หนัง / Beautiful Creatures ? ชะตามิอาจลิขิตรัก

beautiful-creatures-trailer-international

เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ของปีนี้ที่ได้รับการคาดหมายว่า จะสร้างปรากฎการณ์เช่นเดียวกับที่ The Twilight Saga เคยทำไว้ แต่นั่นก็เป็นแค่ลูกเล่นทางการตลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่ใช้ในการดึงให้คนสนใจตีตั๋วเข้าไปชมหนังเรื่องนี้ แต่สุดท้ายสิ่งที่จะทำให้ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเป็นปรากฎการณ์นั้น มันก็มีหลายปัจจัยด้วยกัน ซึ่งหลังจากที่ชมแล้วก็ต้องบอกว่า Beautiful Creatures มีองค์ประกอบที่จะเป็นปรากฎการณ์ในเกือบทุกด้าน แต่มันมีในระดับที่น้อยเกินกว่าจะสำแดงพลังใดๆ ออกมา ไม่ต่างจากแคสเตอร์ที่ไม่สามารถใช้พลังเวทย์ได้เต็มที่!

Beautiful Creatures เรียกว่าเดินรอยตาม The Twilight Saga มาเลยก็ไม่ปาน เมื่อเดิมทีมันคือวรรณกรรม 4 เล่ม ของ แคมี่ การ์เซีย และ มาร์กาเร็ธ สโตฮ์ล ในขณะที่ Twilight เป็นเรื่องราวความรักที่เกี่ยวข้องกับแวมไพร์และหมาป่า Beautiful Creatures ก็เกี่ยวกับระหว่างแม่มดที่ในเรื่องใช่คำว่า แคสเตอร์ โดยเป็นผลงานการกำกับและเขียนบทของ ริชาร์ด ลากราเวนเนส ที่เคยกำกับรักซึ้งๆ อย่าง P.S. I Love You (2007) มาก่อน

Beautiful Creatures มีฉบับแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ จันทราลิขิต เป็นเรื่องราวของ ลีน่า (อลิซ อิงค์เลิร์ต) เด็กสาวผู้มีพลังเวทมนตร์ ซึ่งเป็นมนุษย์อีกเผ่าพันธุ์หนึ่งที่เรียกตัวเองว่า แคสเตอร์ ซึ่งย้ายเข้ามาเรียนในเมืองแกทลินพร้อมข่าวลือต่างๆ นาๆ ว่าตระกูลเธอเป็นพวกนับถือซาตาน และอาจเป็นตัวนำเรื่องร้ายมาสู่เมืองนี้ แต่นั่นไม่ทำให้ อีธาน เวท (เอลเดน อีห์เรนริช) หมดความสนใจในตัวเธอ เพราะลีน่าช่างเหมือนกับผู้หญิงในฝันที่เขาฝันถึงมาตลอด ความรักของทั้งคู่จึงเริ่มต้น! อย่างไรก็ดีความรักของพวกเขากำลังจะถูกทดสอบ เมื่อตระกูลของลีน่าต้องคำสาป เธอจะถูกกำหนดชะตาว่าเธอจะเป็นแคสเตอร์แห่งแสงสว่างหรือความมืดเมื่อถึงอายุ 16 ปี สถานาการณ์ต่างๆ เหมือนชี้นำให้เธอเป็นแคสเตอร์ฝ่ายมืด ตามแผนการของพี่สาวริดลี่ย์ (เอมี่ รอสซั่ม) และ เซลาฟีน (เอ็มม่า ธอมป์สัน) อีธานและลุงเมคอน (เจเรมี่ ไออ่อนส์) จึงต้องช่วยกันไม่ให้ลีน่ากลายเป็นแคสเตอร์แห่งความมืดที่ทรงอำนาจที่สุด!

เพียงแค่อ่านเรื่องย่อ เราก็รับรู้ได้เลยว่าตัวเรื่องมันองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่สามารถจะสร้างปรากฎการณ์เช่นเดียวกับ Twilight (ถ้าแฟนๆ ไม่เบื่อเรื่องราวแบบนี้เสียก่อน) หนังใช้เวลาในช่วงต้นจนถึงกลางเรื่องในการปูเรื่องราวต่างๆ ทั้งเรื่องราวของแคสเตอร์ คำสาป การถูกกำหนดชะตาเมื่ออายุ 16 ปี ความรักของลีน่าและอีธาน รวมถึงองค์ประกอบปลีกย่อยอีกพอสมควร ซึ่งจะว่าไปก็เป็นการดีที่ทำให้ผู้ชมจินตนาการถึงโลกของ Beautiful Creatures ได้แบบไม่มีข้อกังขามากนัก แต่มันก็ส่งผลเสียคือทำให้กว่าครึ่งเรื่องดำเนินไปด้วยความอืดอาด ที่อาจทำให้บางคนรู้สึกเบื่อๆ ได้ แต่เมื่อทุกอย่างถูกปูอย่างเรียบร้อย หนังก็กลับมาสู่จังหวะที่ควรจะเป็น และการมีโชว์พลังเวทย์และฉากแอ็คชั่นก็ช่วยให้รู้สึกคึกคักและทำให้หนังมี ชีวิตชีวาขึ้น!

ในเมื่อเรื่องราวของ Beautiful Creatures มีความรักเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขและเป็นประเด็นที่ทำให้ผู้ชมลุ้น และติดตาม ความรักของพระนางก็ต้องสามารถทำให้ผู้ชมเข้าถึงด้วย ผู้กำกับริชาร์ดทำได้ดีในส่วนนี้ ที่ทำความรักประเภทนางในฝันออกมาไม่ดูเลี่ยนจนเกินไป และรวดเร็วจนไม่อิน ความรักของอีธานและลีน่าก็เป็นรูปแบบความรักในแบบคลาสสิค ที่ทั้งสองต่างหลงรักซึ่งกันและกันแต่ความแตกต่างกันระหว่างชายหญิงทั้งสอง เป็นอุปสรรคของความรัก ที่ชายหญิงแสดงให้เห็นว่า ความรักคือการยอมรับอีกฝ่าย และพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างกันเมื่อเกิดปัญหาขึ้น รวมถึง รักคือการเสียสละ ซึ่งทั้งหมดคือสิ่งที่ Beautiful Creatures มี

หนังค่อยๆ ให้ลีน่าและอีธานค่อยๆ เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันผ่านบทกวีและวรรณกรรมอันเป็นสิ่งที่ทั้งสองคนต่างชื่นชอบ เอลเดน อีห์เรนริช และ อลิซ อิงค์เลิร์ต ไม่ใช่คู่พระนางที่หล่อสวยเลอเลิศอะไร แต่สิ่งที่โดดเด่นของทั้งคู่คือความมีเสน่ห์ที่สื่อออกมาจากท่าทางและแววตา ที่ทำให้เรารู้สึกอินกับความรักของลีน่าและอีธานได้ ทำฉากที่อีธานจีบลีน่าคือสิ่งที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้!

นักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง เอ็มม่า ธอมป์สัน และ เจเรมี่ ไออ่อนส์ มอบการแสดงที่เข้าถึงบทบาท ชวนติตดาม และช่วยหนังได้เยอะมากจากบทแคสเตอร์ฝ่ายมืดผู้ทรงพลังและลุงผู้หวังดีต่อ หลานตามลำดับ ที่ทำให้เรื่องราวในภาพรวมดูเข้มข้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด!? ผิดกับตัวละคร ริดลี่ย์ ที่จากตัวอย่างหนังมีการเล่าเรื่องราวการลิขิตของเธอ ที่ทำให้เราคาดหวังกับตัวละครตัวนี้เป็นพิเศษ แต่ลงท้ายต่อให้ได้ เอมี่ รอสซั่ม มาสวมบทบาทสุดเซ็กซี่ก็ไม่ช่วยอะไร น่าเสียดายกับความทุ่มเทของเธอ ที่สุดท้ายก็ไม่ทำให้ริดลี่ย์รอดพ้นจากการเป็นตัวละครที่ดูเด่นในทีแรกแต่ ว่างเปล่าในตอนท้าย!

เพราะจะว่าไปแล้วหนังทำได้ดีในส่วนของเรื่องราวความรักเท่านั้น ในส่วนของดราม่าที่กล่าวถึงคำสาปของตระกูล เรื่องราวของการชิงตัวลีน่าระหว่างแคสเตอร์ฝ่ายสว่างและความมืดนั้น นำเสนอออกมาแบบทื่อด้านตรงไปตรงมามากไปนิด ไม่มีลูกเล่นล่อหลอกผู้ชม ทำให้ไม่รู้สึกลุ้นไปกับการลิขิตชะตาแคสเตอร์ของลีน่าเท่าที่ควร รวมถึงผลของการลิขิตก็ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าหาก ลีน่าอยู่ฝ่ายสว่างจะส่งผลดีอย่างไร (ซึ่งในหนังบอกเพียงแค่ฝ่ายมืดเท่านั้น!) หรือกระทั่งผลลัพธ์แบบในตอนท้ายจะส่งผลต่อโลกแคสเตอร์หรือต่อตัวลีน่า อย่างไร รวมถึงว่าทำไมอีธานมีอำนาจหยุดยั้งมนต์ของแคสเตอร์ได้ ก็ยังเป็นปริศนาอยู่ ซึ่งนั่นคือความค้างคาที่คงต้องรอคำตอบในภาคต่อไป

ในส่วนของฉากโชว์พลังเวทย์รวมถึงฉากแอ็คชั่นในตอนท้ายเรื่องก็ทำออกมาได้ ธรรมดาไป ทั้งที่พลังเวทย์ของแคสเตอร์น่าจะสามารถสร้างฉากที่ดูยิ่งใหญ่ตระการตาหรือ ดูล้ำกว่านี้ได้อีก อันส่งผลให้ไคลแม็กซ์ของเรื่องดูจืดจางกว่าที่ควรจะเป็น รวมถึงปัญหาของตัวบทดังที่กล่าวไว้ข้างต้นก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ผลออกมาล่ะ อืม?แล้วไงต่อ?

น่าเสียดายกับองค์ประกอบของ Beautiful Creatures ที่มีอะไรหลายอย่างน่าสนใจ ชวนติดตามกับโลกของแคสเตอร์และเรื่องราวของความรักของอีธานและลีน่า ที่เหมือนจะต้องมาจูนกันใหม่อีกครั้ง! หากแต่ผลลัพธ์ของหนังที่ให้ความรู้สึกกลางๆ ไปเสียหมด คำถามคือภาคต่อนั้นจะมีโอกาสเกิดขึ้นไหม? ก็ได้แต่เอาใจช่วยขอให้มีภาคต่อออกมา แต่สิ่งที่พอจะเดาได้เลยหลังจากที่ชมจบนั่นก็คือ ปรากฎการณ์แคสเตอร์ (ถ้ามี) คงสู้ปรากฎการณ์แวมไพร์กับหมาป่าไม่ได้หรอก!

Beautiful Creatures ผมให้ 3 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree

http://charthree.wordpress.com