Oz The Great and Powerful ? มายาลวงของออซ

Home / วิจารณ์หนัง / Oz The Great and Powerful ? มายาลวงของออซ

Oz-The-Great-and-Powerful_4

จะด้วยต้นฉบับที่ทำไว้ได้ดี ที่ทั้งเพลิดเพลิน เปี่ยมจินตนาการ หรือแฝงแง่งามที่สะท้อนสภาพคนและสังคมอเมริกาในยุคสมัย ค.ศ. 1939 กับภาพยนตร์ The Wizard of Oz การที่จะมารีเมคใหม่หรือสร้างภาคต่อก็อาจจะทำได้ลำบากหรืออาจจะเกรงใจ (หรือกลัวเจ๊ง!?) การเลือกมองมุมกลับจากการสร้างภาคต่อหรือรีเมค ลองหยิบบางมุมในหนังต้นฉบับมาขยายและสร้างเป็นภาคก่อนหน้าอาจจะเป็นทางที่ เข้าท่ากว่า!

การมาลองชิมลางกับหนังแนวแฟนตาซีผจญภัยของ แซม ไรมี่ ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ และยิ่งเป็นงาน 3 มิติ มันจึงยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่ว่าจะทำออกมาได้ดีแค่ไหน จะสังเกตว่าช่วงปี 2 ปีนี้ เราจะเห็นผู้กำกับชื่อดังมือฉมังหลายรายมาลองงาน 3 มิติกัน ทั้่ง มาร์ติน สกอร์เซซี่, อังลี่, จอส วีดอน, ทิม เบอร์ตัน เป็นต้น ซึ่งต่างก็ทำออกมาได้ดี!

เรื่องราวใน Oz: The Great and Powerful เล่าเรื่องการก้าวขึ้นไปสู่ผู้ยิ่งใหญ่ของพ่อมดออซ ที่ปรากฎใน The Wizard of Oz ซึ่งมีชื่อเต็มๆ ว่า ออซการ์ ดิ๊ก (เจมส์ ฟรังโก้) นักมายากลตกอับในแคสซัส ได้เกิดอุบัติเหตุถูกพายุพัดพาไปยังดินแดนออซ ดินแดนมหัศจรรย์ที่มีชื่อเหมือนกันกับเขา ออซถูกเข้าใจว่าเขาคือพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ผู้จะมาเป็นกษัตริย์และปลดปล่อยเมือง มรกตจากอันตรายจากแม่มดร้ายซึ่งเป็นผู้สังหารกษัตริย์องค์ก่อน ที่ทำให้เขาต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเขาคือผู้ยิ่งใหญ่จริงหรือไม่

หนังเปิดเรื่องด้วยภาพขาวดำที่ดั่งการคารวะแก่ The Wizard of Oz หรืออีกนัยหนึ่งเป็นการสื่อถึงชีวิตอันไม่มีสีสันและไม่น่าอภิรมณ์นักของออซ ก่อนจะเป็นฉากที่มีสีสันเมื่อบอลลูนเข้าสู่ดินแดนออซที่เป็นสิ่งที่ออซวาด ฝันมาตลอด กับการเป็นบุคคลที่สำคัญและมีเงินทองไม่รู้หมด!

สิ่งที่น่าชื่นชมใน Oz: The Great and Powerful มีด้วยกัน 3 สิ่ง ที่ควรเ่อ่ยถึง สิ่งแรกได้แก่ การออกแบบงานสร้าง ที่สามารถออกแบบสภาพแวดล้อมในดินแดนออซทั้่งสิ่งมีชีวิต พืช และสิ่งปลูกสร้างได้อย่างสร้างสรรค์และน่าตื่นตาตื่นใจ งาน 3 มิติ ก็ถูกนำมารับใช้เรื่องราวและฉากต่างๆ ได้อย่างคุ้มค่า หรืออาจจะต้องกล่าวว่านี่คือมาตรฐานปัจจุบันของงาน 3 มิติ ที่ควรจะทำได้แบบนี้ เรียกได้ว่า แซม ไรมี่ ทำหนัง 3 มิติ ออกมาได้ดีทีเดียว

สิ่งที่ 2 คือ การคัดเลือกนักแสดงหรือถึงการสร้างตัวละคร เจมส์ ฟรังโก้ ในบท ออซ นักมายากลจอมหลอกลวง ที่แสดงบทของคนเจ้าเล่ห์ หน้าเงิน และเห็นแก่ตัว ได้อย่างที่ทำให้เรารู้สึกรังเกียจ แต่เมื่อหนังดำเนินไปและค่อยๆ เปลี่ยนเขา ก็ทำให้เรากลับมาเอาใจช่วยให้เขาสามารถกู้ดินแดนออซให้ได้ ในขณะที่ทั้่ง 3 แม่มดทรงเสน่ห์ ธีโอโดร่า (มิล่า คูนิส) เอวาโนร่า (ราเชล ไวล์ซ) และ กลินดา (มิเชล วิลเลี่ยมส์) ทุกคนต่างขึ้นกล้องมากและนักแสดงสาวสวยทั้ง 3 ยังมอบการแสดงที่ไม่น่าเบื่อแถมชวนติดตามได้ตลอด

ในขณะที่การสร้างตัวละคร ตุ๊กตากระเบื้องสาว และ ฟินลี่ย์ลิงบินได้ ทำออกมาได้น่าประทับใจจริงๆ และมีตัวตน เพราะสองตัวละครนี้นอกจากจะเป็นส่วนของมุขตลกในเรื่องแล้วยังเป็นส่วนหนึ่ง ที่ช่วยพาหนังให้เดินไปข้างหน้า

สิ่งที่น่าชื่นชมสิ่งสุดท้ายก็คือ แซม ไรมี่ ผู้กำกับ เพราะเขาทำให้ Oz: The Great and Powerful เหมือนดั่งสวนสนุกที่ชื่อดินแดนออซ ที่การลำดับเรื่องมีความหลากหลายไม่ต่างกับเครื่องเล่นสวนสนุก ทั้งการผจญภัย เรื่องราวความรักทั้งสมหวังและผิดหวัง ความน่าพรึงของแม่มดร้าย การต่อสู้เพื่อทวงคืนเมืองมรกต ที่ลำดับเรียบง่ายไม่ซับซ้อนแต่ก็มีความยอกย้อนให้เซอร์ไพรซ์เล็กๆ

และก็ตามขนบของ Disney ที่ต้องมีการสอดทแรกอะไรบางอย่างที่กินใจและได้แง่คิด ซึ่งใน Oz: The Great and Powerful นี้ก็เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนทัศนคติของชีวิต การเสียสละ การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม และเหนืออื่นใดคือการเชื่อมั่นในความดีและคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเอง

ท้ายที่สุด Oz: The Great and Powerful ก็คือหนังเพื่อความบันเทิงโดยแท้ ผู้ที่ไม่เคยชม The Wizard of Oz ก็สามารถสนุกไปกับภาพอันงดงามและเรื่องราวได้อย่างเพลิดเพลินบันเทิงใจ แต่หากเคยชมหนังต้นฉบับเมื่อปี 1939 ก็สามารถสนุกกับรายละเอียดบางอย่างที่ผู้กำกับไรมี่ใส่เข้ามาที่เป็นส่วน ขยายหรือส่วนเติมเต็มให้กับหนังออซอีกเรื่องหนึ่ง!

ด้วยผลลัพธ์ออกมาที่น่าพอใจกับหนังที่เป็นความบันเทิงระดับครอบครัวอย่างที่เห็น Disney ก็คงไม่ต้องกลัวกับแผนการสร้างภาคต่อหรือว่าการรีเมคเรื่องราวการผจญภัยใน ดินแดนออซแล้ว ซึ่งจากข่าวที่ได้ติดตามก็ดูเหมือนว่าจะมีความเป็นไปได้สูงเสียด้วยที่จะมี ภาคต่อให้ได้ชมกันในอนาคต!

เรื่องนี้ผมให้ 3 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree

http://charthree.wordpress.com