Olympus Has Fallen ? บุกเดี่ยวทวงทำเนียบขาว

Home / วิจารณ์หนัง / Olympus Has Fallen ? บุกเดี่ยวทวงทำเนียบขาว

Gerard-Butler-Olympus-Has-Fallen

การจะสร้างภาพยนตร์ขึ้นมาสักเรื่อง โจทย์ที่จะใช้ในการเขียนบทภาพยนตร์คือสิ่งที่พอจะมองได้ในเบื้องต้นแล้วว่า หนังจะที่จะถูกสร้างออกมานั้นจะไปรอดหรือไม่ เป็นโจทย์ที่ดีพอจะมาทำบทหนังหรือไม่ หรือควรจะเขี่ยมันทิ้งไป แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นเครื่องการันตีว่าโจทย์ใหญ่ อย่างเรื่องการยึดทำเนียบขาว สัญลักษณ์แห่งการปกครองของประเทศสหรัฐอเมริกาจะทำให้ได้บทภาพยนตร์ที่ดี เพราะมองมุมกลับโจทย์แบบนี้ถือเป็นของยากในการคิดและการนำเสนอเสียด้วยซ้ำ หากจะทำให้ออกมาสมจริงอย่างที่สุด

Olympus Has Fallen คือภาพยนตร์ที่ถูกสร้างมาจากแนวคิดข้างต้น เมื่อไมค์ แบนนิ่ (เจอร์ราร์ด บัทเลอร์) อดีตหัวหน้าทีมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของประธานาธิบดี ต้องพบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อทำเนียบขาวถูกโจมตีจากผู้ก่อการร้ายและจับ ตัวประธานาธิบดีเบนจามิน (แอร่อน เอ็กฮาร์ด) เป็นตัวประกัน และตั้งเงื่อนไขที่อเมริกามิอาจตอบรับได้ ความปลอดภัยของประธานาธิบดี ความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา และความสงบสุขของโลก อยู่ในมือของไมค์ซึ่งเป็นความหวังเดียวในการแก้ไขสถานการณ์นี้!

หนังเต็มไปด้วยเหตุการณ์อันน่าเหลือเชื่อที่ถูกร้อยเรียงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ไปจนถึงการเข้ายึดทำเนียบขาวของกลุ่มผู้ก่อการร้ายติดอาวุธ การทรยศหักหลัง การจับประธานาธิบดีเป็นตัวประกัน ทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยอัตราเร่งอันสูงสุดแบบไม่ให้หยุดพักหายใจ จนเรามองข้ามปัญหาหลายๆ อย่างไป

ต้องชื่นชมกับผู้กำกับ แอนท่อน ฟูควา ที่สามารถทำให้การบุกเข้ายึดทำเนียบขาวเต็มไปด้วยความลุ้นระทึก ตื่นเต้น และสนุกกับสถานการณ์ที่บีบบังคับและเงื่อนไขที่จำกัดลงเรื่อยๆ เราคงต้องมองข้ามความเป็นไป ได้ของการวางแผนเข้าโจมตีทำเนียบขาวออกไป (เพราะไม่น่าเชื่อว่าการข่าวของอเมริกาจะแย่ถึงเพียงนั้น หลังจากที่อเมริกาได้ผ่านอะไรเลวร้ายมา) แต่กระนั้นหนังกลับมาตกม้าตายในจุดสำคัญ เราจะเห็นว่าเงื่อนไขของผู้ก่อการร้ายนั้นไม่ชัดเจนว่าต้องการให้กองทัพ อเมริกาถอนกำลังทหารหรือต้องการรหัสเพื่อกุมอำนาจที่อาจนำไปสู่การ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก หรือทั้งสองอย่าง!

ปัญหาเกิดขึ้นจากตรงนี้เมื่อรหัส 3 ส่วน ที่อยู่ในมือผู้บริหารระดับสูงของสหรัฐ ที่แสดงให้ถึงความลำบากและความโหดร้ายกว่าจะได้มา และรหัสสุดท้ายนั้นอยู่ในตัวประธานาธิบดีซึ่งน่าสนใจว่าเหล่าผู้ก่อการร้าย จะรีดเร้นรหัสจากประธานาธิบดีด้วยวิธีไหนในเมื่อไมค์ได้จัดการกับเงื่อนไข นี้ไปแล้ว ซึ่งอาจส่งให้เรื่องราวเข้มข้นมากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อหนังหาทางออกกับจุดนี้อย่างรวบรัดจนอาจกล่าวได้ว่ามัก ง่ายไปนิด!

หนังพยายามได้ดีกับการสร้างตัวละครพระเอกและผู้ร้าย กับอดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เคยปฏิบัติภารกิจผิดพลาด ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นฝังใจและหวังจะได้โอกาสในการแก้ตัวสักครั้ง เจอร์ราร์ด บัทเลอร์ ทำหน้าที่ได้ดีอีกครั้งกับพระเอกแอ็คชั่นที่เก่งกาจระดับซูเปอร์ฮีโร่ ที่ต้องบุกเดี่ยวเข้าทำเนียบขาาว กับตัวละครฝ่ายผู้ร้ายที่แสดงโดย ริค ยุน ก็ดูเป็นผู้นำกลุ่มก่อการร้ายที่โหดถึงใจ ที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้กับเรื่องได้ดี จะมีผิดหวังก็แต่ แอร่อน เอ็กฮาร์ด ที่บุคลิกลักษณะของเขาไม่ได้มีราศีของนักการเมืองเลย นั่นทำให้เรายิ่งไม่เชื่อในบทประธานาธิบดีของเขา

ผู้สร้างพยายามหลีกเลี่ยงที่แสดงให้เห็นแบบชัดเจนว่า ผู้ร้ายที่มาโจมตีทำเนียบขาวนั้นมาจากประเทศอะไร หนังเพียงให้ข้อมูลถึงชาติกำเนิดของผู้ก่อการร้ายเท่านั้นและพยายามให้เห็น ว่าการกระทำนี้เป็นการกระทำเฉพาะบุคคล ซึ่งนับเป็นแนวคิดที่ดีของผู้สร้างหนังประเภทนี้ ที่จะไม่ตีตราว่าประเทศอื่นคือผู้ร้าย อเมริกาคือพระเอก และแม้หนังจะแอบจิกกัดอเมริกันให้รู้สึกแสบๆ คันๆ แต่สุดท้ายหนังก็ยังคงไม่พ้นร่มเงาของหนังประเภทนี้ที่อดไม่ได้กับการเชิดชู ความยิ่งใหญ่ของอเมริกา

Olympus Has Fallen สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของความบันเทิงได้เป็นอย่างดี และนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้ชมคอแอ็คชั่นที่ได้ภาพยนตร์ลุ้นระทึก ตื่นเต้น ดูสนุก มาอีกเรื่องหนึ่ง

Olympus Has Fallen ผมให้ 3 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree

http://charthree.wordpress.com