Naruto The Movie: Road to Ninja ? บททดสอบของการเป็นนินจา

Home / วิจารณ์หนัง / Naruto The Movie: Road to Ninja ? บททดสอบของการเป็นนินจา

url

นับเป็นโอกาสที่ดีที่ทาง Rose Media & Entertainment เจ้าของลิขสิทธิ์การ์ตูนนินจาเรื่องดังอย่าง นารูโตะ ของอาจารย์มาซาชิ คิชิโมโตะ ได้นำภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ชื่อว่า Naruto The Movie: Road to Ninja มาฉายบนจอภาพยนตร์ให้แฟนขาประจำและขาจรได้รับชมกัน ซึ่งมาจะชื่อตอนว่า Road to Ninja แต่เอาเข้าจริง มันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า สายสัมพันธ์ของครอบครัว เสียมากกว่า!

เหตุการณ์ใน Naruto The Movie: Road to Ninja วางอยู่ตรงระหว่าง ศึกเพนบุกถล่มโคโนฮะและก่อนสงครามโลกนินจาครั้งที่ 4 จะอุบัติขึ้น หมู่บ้านโคโนฮะได้ถูกโจมตีจากกลุ่มแสงอุษา ซึ่งนารูโตะและพองเพื่อนนินจาต่างเชื่อว่าเหล่าสมาชิกได้ถูกกำจัดไปหมดแล้ว ในขณะที่นารูโตะและซากุระ ก็ได้ถูกชายสวมหน้ากาก หนึ่งในสมาชิกแสงอุษานามว่า โทบิ ใช้คาถาลึกลับส่งพวกเขาไปยังอีกมิติหนึ่ง ซึ่งโลกนี้ทุกคนต่างมีบุคลิกและอุปนิสัยกลับด้านกันหมด รวมถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ด้วยเบาะแสว่ามีการพบชายสวมหน้ากาก นารูโตะและซากุระเชื่อว่านั่นคือโทบิ จึงหาทางที่จะพบเพื่อกำจัดและหาทางออกจากโลกต่างมิตินี้!

หนังเปิดเรื่องโดยย้อนให้เราได้เห็นการบุกโจมตีของ โทบิ ที่เรียกจิ๊งจอกเก้าหางออกทำลายหมู่บ้าน ก่อนจะเข้าสู่เรื่องราวตามปกติ เป็นการบอกถึงปมสำคัญที่อยู่ในจิตใจของนารูโตะมานาน เกี่ยวกับการเสียสละของพ่อและแม่ของเขา ที่ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวในปัจจุบัน และรู้สึกสะท้อนใจทุกครั้งเมื่อเห็นการแสดงความรักระหว่างพ่อแม่ที่มีต่อลูก ซึ่งแตกต่างจากซากุระที่มีทั้งพ่อและแม่ที่เอาใส่ใจมากเกินไปจนรู้สึก อึดอัด!

ผลจากคาถาของโทบิทำให้นารูโตะและซากุระเข้าไปอยู่ในโลกอีกมิติที่ทุก อย่างกลับด้านกันหมด casino spiele พ่อของซากุระเป็นวีรบุรุษแห่งโคโนฮะ พ่อแม่ของนารูโตะยังมีชีวิตอยู่! ที่ในเบื้องต้นทั้งนารูโตะและซากุระต่างก็พอใจกับการอยู่โลกนี้ ที่สามารถเติมเต็มในสิ่งที่พวกเขาต้องการ

กว่าครึ่งเรื่องของหนังมุ่งเน้นนำเสนอ ความรักความผูกพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว โดยมีนารูโตะและซากุระ เป็นกระจกสะท้อนกันและกัน มันเผยให้เห็นมิติเชิงลึกของตัวละครทั้งนารูโตะและซากุระ และยังทำให้เราย้อนกลับมาสำรวจชีวิตของเราและตระหนักในการใช้เวลาให้คุ้มค่า ในขณะที่คนที่เรารักยังมีชีวิตอยู่!

ซึ่งหนังก็ได้เผยออกมาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกต่างมิตินี้ เป็นผลมาจากวิชา เนตรจันทราจำกัด หรือ คาถาลวงตาที่สร้างโลกอีกใบที่สมจริงขึ้นมา และเป้าหมายครั้งนี้มีเพื่อการจับ จิ้งจอกเก้าหางที่อยู่ในร่างนารูโตะ เพื่อจะได้เริ่มดำเนินแผนจันทราที่แท้จริง! และถึงแม้โลกที่สร้างเนตรจันทราจำกัดจะยังไม่สมบูรณ์ แต่มันก็เพียงพอในการช่วยสะท้อนภาพของผลจากแผนจันทรา ว่ามันสามารถสร้างโลกที่ต้องการได้ (ในที่นี้คือโลกที่นารูโตะมีพ่อและแม่ และพ่อของซากุระเป็นวีรบุรุษ)

หากใครที่ติดตามการ์ตูนชุดนินจานารูโตะ ก็คงจะทราบว่าตัดละครเกือบทุกตัวทั้งฝ่ายดีฝ่ายร้าย ต่างก็มีปมในชีวิตที่ต้องทุกข์จากสงครามหรือจากการสูญเสียคนที่ตัวเองรัก โลกต่างมิติใน Road to Ninja จึงเป็นการสะท้อนภาพของโลกในอุดมคติที่ไม่มีใครต้องสูญเสีย ของตัวละครฝ่ายร้ายในเรื่อง (แสงอุษา) ที่จะว่าไปแล้วพวกเขาก็มีเป้าหมายคือการสร้างโลกที่มีแต่สันติสุขเช่น เดียวกัน เพียงแต่วิธีการนั้นแตกต่างกับ นินจาฝ่ายดีที่สร้างอาณาเขต (หมู่บ้าน) และกฎเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นมา รวมไปถึง คาเงะ (ผู้นำสูงสุดของหมู่บ้าน) ในการปกครองและควบคุมให้โลกนินจาเป็นระเบียบแบบแผน

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจและน่าจะทำให้คนเป็นแฟนการ์ตูนชุดนารูโตะชื่นชอบ ก็คือการได้เห็นตัวละครหลักๆ ที่เรารู้จักและคุ้นเคยมีบุคลิกภาพและอุปนิสัยที่เปลี่ยนเป็นตรงข้าม อันเป็นที่มาของฉากขำๆ หลายฉากในเรื่อง และที่สำคัญที่สุด คือการเผยตัวละครนารูโตะด้านมืด ที่คล้ายเป็นส่วนผสมของ 2 ตัวละครยอดนิยมในเรื่อง ทั้งนารูโตะและซาซึเกะ ซึ่งการออกแบบตัวละครตัวนี้ได้ดีดูเท่มากๆ

แต่กับฉากแอ็คชั่นโชว์พลังคาถานินจาต่างๆ ในเรื่องนี้ กลับทำออกมาได้ไม่ถึงใจและไม่จุใจเท่าที่ควร แม้กระทั่งฉากการต่อสู้ระหว่างนารูโตะกับนารูโตะ! ในตอนท้าย ที่ทั้งสองต่างก็สามารถเรียกจิ้งจอกเก้าหางออกมาต่อสู้ได้ทั้งคู่ ก็ดูธรรมดาและไม่ต่างจากดูสัตว์สองตัวไล่กัดกัน!

Road to Ninja ความหมาบของมันอาจสรุปรวมๆ ได้ว่า เส้นทางสู่การเป็นนินจาที่แท้จริง ที่แม้ว่าเรื่องราวในตอนนี้ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่เรื่องสายสัมพันธ์ของง ครอบครัว แต่การตัดสินใจที่จะหยุดความสุขอันจอมปลอมและหาหนทางกลับสู่โลกที่แท้จริง (และเป็นการหยุดยั้งแผนการของแสงอุษาไปในตัว) ก็อาจเป็นการแสดงออกให้เห็นถึง การเติบโตขึ้นไปอีกขั้นของนารูโตะที่กำลังก้าวเดินบนเส้นทางนินจาที่แท้ สู่การก้าวขึ้นเป็นโฮคาเงะในอนาคต!

Naruto The Movie: Road to Ninja ผมให้ 3 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree

http://charthree.wordpress.com