The Expatriate ? คุณพ่อบู๊ทวงชีวิต

Home / วิจารณ์หนัง / The Expatriate ? คุณพ่อบู๊ทวงชีวิต

w964-600x400

แอรอน แอ็คฮาร์ท คือชื่อนักแสดงที่เริ่มคุ้นหูคุ้นตากับแฟนหนังทั่วไปหลังจากที่ได้รับบท ฮาร์วี่ย์ เดนท์ หรือ ทูเฟซ ใน The Dark Knight (2008) นอกจากจะมีความสามารถทางการแสดงเป็นพิเศษแล้ว เขายังมีบุคลิกของพระเอกแอ็คชั่น และกับ The Expatriate ก็ถือเป็นโอกาสให้เขาได้แสดงฝีมือทางด้านบู๊ ที่อีกองค์ประกอบด้านดราม่าระหว่างพ่อลูกเสริมให้เรื่องมีมิติมากขึ้น ซึ่งเขาก็สามารถทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว!

The Expatriate เป็นชื่อหนังที่ใช้นอกอเมริกาซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่า Erased โดยเป็นเรื่องราวของคุณพ่อ เบน โรแกน (แอรอน แอ็คฮาร์ท) อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอ ที่พยายามลบเลือนอดีต ด้วยการอพยพมาอาศัยอยู่ที่ประเทศเบลเยี่ยมพร้อมกับเอมมี่ (ลีอาน่า ลิเบอราโต้) ลูกสาว และทำงานเป็นพนักงานบริษัท ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย ทำหน้าที่ถอดรหัสระบบความปลอดภัย ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกไม่ค่อยลงรอยกันนัก

แต่แล้วในวันธรรมดาวันหนึ่งเมื่อเขาไปทำงานตามปกติ ปรากฎว่าบริษัทได้อันตรธานหายไป เขาพยายามสืบหาข้อเท็จจริง แต่ก็กลับถูกลบข้อมูลไปหมด ท่ามกลางความสงสัยเขาและลูกสาวได้ถูกกลุ่มคนตามล่าเอาชีวิต เช่นเดียวกับ เพื่อนซีไอเออย่าง แอนนา (โอลก้า คูรีย์เลนโก้) เขาไม่สามารถเชื่อใจใครได้ เขาจึงต้องหาทางออกเพื่อจบเรื่องบ้าๆ นี้ด้วยตัวเอง!

ว่าไปแล้วพล็อตเรื่องของ The Expatriate ก็เป็นพล็อตแนวแอ็คชั่นทั่วไป ที่ตัวละครผู้มีฝีมือเก่งกาจพยายามหลบหนีจากอดีต แต่แล้วอดีตก็มาตามล่าให้เขาต้องแก้ไข ซึ่ง แอแรช อเมล ผู้เขียนบท ซึ่งกำลังจะมีผลงานที่มาจากบทภาพยนตร์ของเขาที่ได้รับการจับตามองอย่างเรื่อง Grace of Monaco ก็ได้ใส่เรื่องราวระหว่างพ่อและลูกสาวลงไปที่ทำให้หนังมีอะไรให้จับต้องบ้าง

หนังได้ผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง ฟิลิปป์ สโตลซ์ มาทำหน้าที่ ซึ่งการเล่าเรื่องในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกยังทำได้ไม่ดีนัก ผู้กำกับสนุกกับการสร้างปริศนาและข้อสงสัยต่างๆ ให้เกิดขึ้นในใจผู้ชม ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ถูกต้องกับการทำหนังแนวแอ็คชั่นทริลเลอร์แบบนี้

ซึ่งปมสำคัญในเรื่องที่ใช้ทำประชาสัมพันธ์ในตัวอย่างหนังให้ชวนติดตาม ก็คือการที่พระเอกของเราถูกลบตัวตนออกไป ซึ่งตัวพระเอกต้องหาสาเหตุอันนำไปสู่การบู๊เพื่อทวงชีวิตคืนมา ซึ่งปมนี้ถือว่าเปิดออกมาได้น่าสนใจ ที่ทำให้อยากรู้ว่าศัตรูเป็นใครจึงมีศักยภาพที่สามารถทำได้ขนาดนี้ (แม้จะดูเกินจริงไปมากก็เถอะ)

ครึ่งหลังของหนังที่เป็นการเคลียร์ปมปัญหา และเป็นส่วนโชว์ฉากแอ็คชั่นก็นับว่าทำออกได้ดีทีเดียว แม้จะรู้สึกว่าหนังหาทางออกให้กับปัญหาได้ง่ายไปนิด แต่ก็พอจะทำให้เรารู้สึกลุ้นเอาใจช่วยได้พอสมควร ซึ่งใครเป็นคอหนังแอ็คชั่นน่าจะชอบใจกับการจัดการเหล่าร้ายในฉากสุดท้าย ที่จะว่าไปมันก็สะใจดีเหมือนกัน!

โอลก้า คูรีย์เลนโก้ ได้บทบาทที่เหมือนจะเด่นแต่ไม่เด่นซะงั้น! แถมสถานการณ์ยังพาให้เราลืมเลือนตัวละครนี้ได้อย่าง่ายดาย ออกจะน่าเสียดายที่ได้นักแสดงมีชื่อระดับนี้แต่บทไม่ได้เปิดช่องให้เธอแสดง ฝีมือมากนัก

การใส่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก ถือเป็นส่วนที่มาช่วยหนังในภาพรวมได้มากทีเดียว ซึ่งเคมีที่พอไปกันได้ระหว่าง แอรอน แอ็คฮาร์ท และ ลีอาน่า ลิเบอราโต้ ก็พอทำให้อินกับเรื่องราวพ่อลูกคู่นี้ ซึ่งในกรณ๊ของลีอาน่าเธอแสดงบทเด็กสาวที่ทั้งรักทั้งเคืองผู้เป็นพ่อได้น่า เอ็นดูและเธอมีเสน่ห์ขึ้นกล้องมากๆ

สุดท้าย The Expatriate จึงเป็นหนังแอ็คชั่นทริลเลอร์ที่ดูได้เพลินๆ เท่านั้น หากใช้มาตรฐานของหนังแอ็คชั่นที่พัฒนาไปไกลอย่างทุกวันนี้ ก็นับว่าหนังไม่ได้พาไปสู่ทิศทางใหม่ๆ แต่อย่างใด สิ่งที่น่าสนใจต่อจากนี้ก็คือ หนังแนวแอ็คชั่นเรื่องใหม่ของ แอรอน แอ็คฮาร์ท เพราะกับผลลัพธ์ที่ออกมา เฉพาะตัวเขาถือว่าผ่านสำหรับบทพระเอกแอ็คชั่น

The Expatriate ผมให้ 2 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree

http://charthree.wordpress.com