Dead Man Down ? ล้างปมแค้นเคลียร์ปมจิตใจ

Home / วิจารณ์หนัง / Dead Man Down ? ล้างปมแค้นเคลียร์ปมจิตใจ

dead_man_down_image

นีลส์ อาร์เดน โอพลีฟ อาจเป็นไม่ใช่ชื่อผู้กำกับที่คุ้นหูนักดูหนังชาวไทยนัก แต่หากบอกว่า The Girl with the Dragon Tattoo ฉบับสวีเดน (ก่อนจะถูกนำมารีเมคโดน เดวิด ฟินเซอร์) กำกับโดยเขาแล้วละก็ น่าจะทำให้เรารู้สึกคุ้นเคยกับเขามายิ่งขึ้น ซึ่งเขาได้โอกาสมาทำหนังที่ใหญ่ขึ้นอย่าง Dead Man Down ที่ให้อารมณ์ของหนังฟีล์มนัวร์ที่เน้นไปที่เรื่องราวการล้างแค้น ที่ผสมผสานกับความรักรูปแบบแปลกๆ ที่มีอะไรให้ลุ้นและสนุกไปกับมันหากไม่ถูกลูกเล่นการเล่าเรื่องทำให้หมดความ สนใจไปเสียก่อน

โคลิน ฟาร์เรลล์ ที่มีงานอย่างต่อเนื่องก็จริง แต่ดูเหมือนขนาดของงานจะไม่ใหญ่โตเหมือนเดิม แต่กับ Dead Man Down ทำให้เรารู้ว่า ฟาร์เรลล์ นั้นเหมาะกับบทมืดๆ แบบนี้แหละ ที่ตัวละครจะต้องมีปมอะไรในจิตใจแต่ต้องเก็บกดเอาไว้รอวันระเบิดออกมา ตัวละครวิคเตอร์เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงสีอารมณ์ทางแววตา ที่เต็มไปด้วยความสับสนและเต็มไปด้วยความปวดร้าวในสิ่งที่ตัวเองทำ ในส่วนของแอ็คชั่นเขาก็สามารถทำหน้าที่ดีเช่นเดิม

ในขณะที่ นูมิ ราเพช อดีตสาวรายสักมังกรซึ่งกลับมาร่วมงานกับ นีลส์ อาร์เดน โอพลีฟ อีกครั้ง ซึ่งราเพชเก่งกาจในการยกระดับตัวละครของเธอให้มีมิติมากยิ่งขึ้นผ่านการแสดง ของเธอ กับตัวละคร เบียทริซ ช่างเสริมสวยที่ถูกความแค้นเข้าครอบงำและเชื่อว่าทางออกที่จะปลดปล่อยเธอได้ คือการล้างแค้น ราเพชสามารถแสดงความสับสนในจิตใจของตัวละครนี้ได้อย่างน่าพอใจ

Dead Man Down เล่าเรื่องราวของ วิคเตอร์ (โคลิน ฟาร์เรลล์) ซึ่งเป็นลูกน้องคนสำคัญของ อัลฟองซี (เทอร์เรนซ์ โฮเวิร์ด) หัวหน้าอาชญกรขาใหญ่ที่กำลังโดนลบเหลี่ยมจากศัตรูด้วยการจัดการลูกน้องของคนทีละคนและทิ้งคำขู่ไว้ ดาร์ซี (โดมินิก คูเปอร์) เพื่อนของวิคเตอร์ลและลูกน้องอีกคนของอัลฟองซีเริ่มหาเบาะแสเพื่อจับคนร้าย เพราะหวังไต่เต้าให้ตัวเองมีตำแหน่งสูงขึ้นในองค์กร

ระหว่างนั้นวิคเตอร์ได้พบกับเบียทริซ (นูมิ ราเพช) หญิงสาวที่พักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามที่เข้ามาในชีวิตเขาที่ เหมือนว่าเธอจะมีใจให้กับเขา แต่แท้จริงเธอกลับมีวัตถุประสงค์เพื่อให้วิคเตอร์ช่วยล้างแค้นให้เธอ หากไม่วิคเตอร์ไม่ทำ เธอจะเปิดโปงเขาว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุอาชญกรรมคนของอัลฟองซี ที่อาจทำให้แผนการลับของวิคเตอร์ต้องพังทลาย ในขณะที่ดาร์ซีก็เริ่มแกะรอยเข้ามาใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ วิคเตอร์ต้องหาทางออกจากสถานการณ์อันคับขันนี้ให้ได้!!

ผู้กำกับ นีลส์ อาร์เดน โอพลีฟ เลือกนำเสนอในแนวหนังฟิล์มนัวร์ ที่หนังจะดูมืดๆ ทึมๆ ตลอดทั้งเรื่อง กับตัวละครที่ไม่มีดีไม่มีร้าย รวมไปถึงการเล่าเรื่องที่ค่อยข้างเชื่องช้าราวกับจะวัดความอดทนของผู้ชมใน การติดตามเรื่องราวที่หนังเผยให้เห็นตั้งแต่ต้นแล้วว่า เป้าหมายของตัวละครหลักในเรื่องคืออะไร แต่สิ่งที่น่าสนใจคือหนังจะนำพาเรื่องราวไปสู่บทสรุปอย่างไร

ซึ่งความเชื่องช้าอืดอาดในครึ่งแรกนั้้นจะว่าเป็นข้อเสียของหนังก็ไม่อาจ กล่าวได้เสียทีเดียว เพราะมันให้เวลาผู้ชมในการทำความเข้าใจกับความรู้สึกของตัวละครทั้งวิคเตอร์ และเบียทริซ ซึ่ง 2 ตัวละครนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความแค้น หนังสอดแทรกมุมหวานๆ เข้ามาบ้างในเรื่องของความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งสอง ที่เหมือนจะเกาะเกี่ยวด้วยด้วยเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายต้องการแต่ก็ยังมีการก ระทำของตัวละครบางอย่างที่บอกให้เรารู้ว่า ตัวละครทั้งสองต่างมีใจให้กัน ซึ่งฟาร์เรลล์กับราเพชมีเคมีที่เข้ากันที่ทำให้เราพออินไปกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ ซึ่งเป็นมุมดีๆ ท่ามกลางความเลวร้ายในเรื่อง

หนังเน้นให้เห็นถึงความทุกข์ทรมานของความแค้นผ่านตัวละครของเบียทริซ ที่บางทีการให้อภัยสามารถช่วยปลดเปลื้องทุกข์ในจิตใจได้ดีกว่าการล้างแค้น

บทหนังดูมีความเหนือจริงอยู่บ้างในส่วนของความสามารถของวิคเตอร์ที่ เก่งกาจราวกับประจำการอยู่กองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ แต่หากเรามองข้ามจุดนี้ไป ก็พอที่จะสนุกไปกับการแก้แค้นที่ขั้นตอนต่างๆ ถูกวางแผนมาอย่างดี ที่ดูสนุกและลุ้นไปกับสถานการณ์ที่บีบคั้นในหลายๆ ฉาก

แต่ภาพรวมของ Dead Man Down จะโดดเด่นกว่านี้ หากหนังเลือกจะสรุปเรื่องราวทุกอย่างด้วยลูกเล่นของแผนการฉลาดๆ และไม่ยัดฉากแอ็คชั่นยิงไม่ยั้งเข้ามาในช่วงท้าย แน่นอนว่ามันช่วยปลุกอารมณ์ที่จวนจะหลับให้ตื่นขึ้นมาลุ้นกับฉากแอ็คชั่นได้ แต่นั่นทำให้ดูเป็นการเพลย์เซฟที่ทำให้คุณค่าของมันไม่ต่างจากหนังแอ็คชั่น แนวนี้ที่ถูกสร้างออกมาอย่างมากมาย!

Dead Man Down ผมให้ 3 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree

http://charthree.wordpress.com