Rurouni Kenshin : โลกยุคใหม่ ของ ซามูไร พเนจร

Home / วิจารณ์หนัง / Rurouni Kenshin : โลกยุคใหม่ ของ ซามูไร พเนจร

takeru4

ถือว่าเป็นหนังอีกเรื่องที่น่าสนใจทีเดียวกับ Rurouni Kenshin หรือที่เรารู้จักกันในนาม เคนชิน ซามูไร X ที่สร้างมาจากการ์ตูนชื่อ ดังที่ทุกคนต้องรู้จักอย่าง Samurai X (ในชื่อไทย ซามูไร พเนจร) โดยได้พระเอกหน้าหวานอย่าง ทาเครุ ซาโต้ มารับบท เคนชิน ซามูไรพเนจร ที่หลังจากเมื่อปีที่แล้วทำเงินถล่มในตารางหนังทำเงินของ ญี่ปุ่น ในปีนี้ก็มาถึงคราวที่คนไทยจะได้สัมผัสในโรงภาพยนตร์กันบ้าง

กับเรื่องราวเกิดขึ้นในสมัยเมจิ ซึ่งระบอบศักดินาของญี่ปุ่นล่มสลาย ชายหนุ่มพเนจรที่มีชื่อว่าฮิมุระ เคนชิน (ทาเครุ ซาโต้) ผู้มีอดีตเคยเป็นนักฆ่าผู้โด่งดังนามว่า ?ฮิโตคิริ บัตโตะไซ?ภาย หลังจากสงครามสิ้นสุดลง เขาเดินทางร่อนเร่ไปยังเมืองต่างๆตามชนบท เสนอตัวที่จะใช้ทักษะของเขาในการปกป้อง และเพื่อเป็นการไถ่บาปให้กับหลายที่ชีวิตที่เ?ขาเคยฆ่าทิ้งไปและปฏิญาณกับตนเองว่าจะไม่มีทางคร่าชีวิตผู้อื่นอีก แต่เมื่อบรรดาผู้คนที่เขารักถูกทำร้ายและท?รมาน เคนชินต้องเลือกว่าจะยอมเผชิญหน้ากับอดีตอันดำมืดของเขาหรือไม่

โดยการนำ ซามูไร พเนจร มาขึ้นจอใหญ่ในครังนี้ เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับ เคอิชิ โอโตโมะ ผู้กำกับทีวี ซีรี่ย์ ชาวญี่ปุ่น ที่โดดมารับงานหนังจอเงินเป็นครั้งที่ 2 โดยก่อนอื่นเลย ตัวผมนั่นเคยอ่านการ์ตูน ซามูไร พเนจร มาแค่ผ่านตาเท่านั้น ไม่ได้ถึงขั้นติดจริงจัง หรือรู้จักลึกซึ้งกับการ์ตูนเรื่องนี้มาก จึงไม่สามารถนำเอาตัวฉบับหนังนี่ไปเปรียบกับการ์ตูนได้อย่างทุกรายละเอียด เพราะฉะนั้นเอาเข้าจริงๆถ้าหากจะให้พูดในฐานะคนไม่ใช่แฟนการ์ตูน แต่ค่อนข้างตั้งความหวังไว้กับตัวหนังเรื่องนี้มากสมควร คงบอกได้แค่ว่า การนำ ซามูไร พเนจร มาขึ้นจอใหญ่ในฉบับนี้ค่อนข้างทำได้น่าผิดหวังพอสมควรครับ

ซึ่งความผิดหวังของตัวหนังนั่นต้องโยนความผิดให้กับ การตัดต่อ และ เนื้อเรื่อง อย่างเดียวเลยจริงๆ ที่ไม่สามารถนำเอาโครงเรื่องของตนเอง ที่เปิดปมไว้ มาปิดปลายได้อย่างสมบูรณ์แบบเหมือนตอนต้น โดยเฉพาะเรื่องของการเปลี่ยนแปลงยุคสมัย จากยุคของ ซามูไร มาจนถึงยุคใหม่ ที่ทุกอย่างเจริญเติบโต แต่เหล่าซามูไรผู้กล้าในสมัยก่อน กลับต้องตกต่ำ ที่ตัวหนังนั่นค่อนข้างโฟกัสไปในการดำเนินเรื่องอันยืดยาวของตนมากกว่า จึงทำให้ประเด็นเหล่านี้ตกไป และเป็นได้แค่ฉากหลังประกอบตัวเรื่อง เช่นเดียวกับเรื่องราว อุดมการณ์ และ วิถีแห่งการฆ่า ของตัวเอกอย่าง เคนชิน ที่ต้องการกลับตัวกลับใจ กลับกลายเป็นคนธรรมดา ที่น่าเสียดายเพราะด้วย ตัวบท และ การตัดต่อ นั่น ไม่อาจทำให้เราเชื่อได้ว่า ตัวเอก รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ พร้อมกับไม่สามารถอธิบายเรื่องราวของโลก สีดำ สีขาว ได้อย่างที่เปิดตัวมาอีกด้วย

แถมการที่ตัวหนังปั้นตัวร้ายทั้ง 2 ตัว ให้ดูเป็นการ์ตูนมากจนเกินไป จึงเป็นอีกข้อเสียนึงของหนัง ที่ทำให้ อุดมการณ์ ของตัวร้ายหลักตัวนึงในเรื่อง ออกมาดูไร้เหตุผล และมีความเชื่อว่าตัวเองนั่นเกิดมาเป็นตัวร้าย เพื่อทำชั่ว ไร้อุดมการณ์ และเหตุสำคัญในการกระทำ มากจนเกินไป จนท้ายสุดแล้วคนดูก็ไม่ได้รู้ถึงเหตุผลว่า ทำไมตัวละครนี้ถึงต้องเป็นตัวร้าย ไม่ใช่แค่ตัวหนังจับวางให้เขาเป็นเท่านั้น

โดย 2 สิ่งที่เห็นว่าจะเป็นตัวช่วยพยุงให้ตัวหนัง เคนชิน ยังพอดูเพลิน และหยุดคิดไปทางด้านข้อเสียของตัวหนังสักครู่นึง เห็นจะเป็นฉากแอ็คชั่นของตัวหนัง ที่ทำออกมาได้มันส์สะใจอยู่เป็นจังหวะๆ ไม่ว่าจะเป็นลีลาการใช้ดาบ หรือ หมัด ก็ต่างจัดวางคิวบู๊ออกมาได้ดูเป็นการ์ตูนที่จริงจัง และน่าจะถูกใจคอหนังสือการ์ตูนได้ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะฉากสุดท้ายของหนังที่ปลดปล่อยออกมาแบบที่เรียกว่า คนดูคงคุ้มที่จะรอ ซึ่งอีกข้อนึงที่ช่วยหนังได้ไม่แพ้ฉากแอ็คชั่น คงเป็นด้านของนักแสดงสาวอย่าง ทาเคอิ เอมิ ในบท คาโอรุ ที่ดูจะมีเสน่ห์มากกว่าตัวพระเอกเสียอีก

ซึ่งโดยรวมแล้วเรื่อง เคนชิน ซามูไร X ผมก็ไม่รู้ว่าคอหนังสือ การ์ตูน จะถูกอกถูกใจมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าพูดในฐานะของคนธรรมดาทั่วไปอย่างผมนั่น ค่อนข้างผิดหวังกับตัวหนัง ที่อาจจะมีฉากแอ็คชั่นที่ค่อนข้างมันส์ แต่กลับผิดคาดกับด้านตัวบท และ การตัดต่อ ที่ทำเอาหนังดร๊อปความสนุกลงไปมากพอสมควรครับ

เรื่องนี้ผมให้ 5/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด