Epic ? หนังสงครามคนใบไม้พิทักษ์ผืนป่า

Home / วิจารณ์หนัง / Epic ? หนังสงครามคนใบไม้พิทักษ์ผืนป่า

epic-image

ในขณะที่หลายคนในวงการภาพยนตร์และอนิเมชั่นมองว่าช่วงเวลานี้คือ ขาลงของสตูดิโอพิกซ่าร์ ก็ดูเหมือนว่าสตูดิโออนิเมชั่นอื่นๆ จะถือโอกาสนี้ค่อยๆ พัฒนาฝีมือทั้งการอนิเมทภาพ บทภาพยนตร์ ขึ้นมาให้ทัดเทียมพร้อมสร้างฐานแฟนคลับให้ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น สตูดิโอบลูสกาย ผู้สร้างอนิเมชั่นอันโด่งดังอย่าง Ice Age ก็คือหนึ่งในผู้ผลิตอนิเมชั่นที่น่าจับตามองและกับ Epic อนิเมชั่นเรื่องล่าสุดนี้ ก็ต้องถือว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งที่น่าพอใจของสตูดิโอแห่งนี้

Epic ถูกดัดแปลงมาจากหนังสือสำหรับเด็กเรื่อง The Leaf Men and the Brave Good Bugs ของนักเขียนชาวอเมริกัน วิลเลี่ยม จ๊อยซ์ ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ได้ผู้เขียนเรื่องมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมพัฒนาบทอีกด้วย หนังกำกับโดย คริส เว็ดจ์ ผู้กำกับ Ice Age (2002) ภาคแรกและ Robots (2005) เล่าเรื่องของ แมรี่ แคธเทอรีน (อแมนด้า เซย์ฟรีด) ลูกสาวของ ศาสตราจารย์บอมบ้า (เจสัน ซูเดคิส) ผู้หมกมุ่นกับการค้นหามนุษย์จิ๋วในป่าใหญ่จนทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัว ต้องพังทลาย แมรี่ได้เดินทางมาหาพ่อเพื่อหวังให้ชีวิตครอบครัวกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

แต่แล้วกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้เธอเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสงคราม ระหว่างลีฟแมนและบ็อกแก้นส์ โดยมีผืนป่าเป็นเดิมพัน แมรี่ต้องร่วมมือกับ ลีฟแมนหนุ่มนามน็อต (จอช ฮัทเชอร์สัน) และ โรนิน (โคลิน ฟาร์เรลล์) หัวหน้ากลุ่มลีฟแมน เพื่อนำผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์กลับคืนมา และเพื่อโอกาสกลับสู่โลกของเธอ

หนังโดดเด่นด้วยการออกแบบงานสร้างที่เก๋ไก๋ ทุกส่วนของหนังเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทั้งการออกแบบเครื่องแต่งกายของตัวละครที่งดงามกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ความละเอียดของงานสร้างในการเลือกใช้แสงเงาในบางส่วนบางพื้นที่ของป่า ทำให้ผืนป่าสีเขียวที่ดูเหมือนๆ กัน มีความแตกต่่างและงดงามอย่างยิ่ง

อนิเมชั่นช่วง 2 ? 3 ปีหลัง ได้งานภาพ 3 มิติ เข้ามาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อนิเมชั่นมีมิติเชิงลึกและทำให้ภาพสวยสดของอนิ เมชั่นมีความดึงดูดสายตาผู้ชมมากยิ่งขึ้น หนังไม่ได้มีฉากพุ่งทะลุจออะไรบางมากมาย แต่เล่นกับมุมลึกของภาพที่ขับภาพที่อยู่ตรงหน้าเราให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นวิธีเล่นการเล่นกับภาพ 3 มิติ ที่น่าสนใจและไม่จำเจ

หนังเล่าเรื่องราวเป็น 2 ส่วน หนึ่งคือสงครามมนุษย์จิ๋วระหว่างลีฟแมนและบ็อกแก้นส์ในป่า และสองคือความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยราบรื่นระหว่างพ่อกับลูก

ในส่วนของสงครามมนุษย์จิ๋วนั้นถูกบอกเล่าอย่างตรงไปตรงมา แบ่งเป็นสองฝ่ายแบบชัดเจนทั้งสีสันเครื่องแต่งกายและหน้าตา การต่อสู้ระหว่างฝ่ายผู้พิทักษ์รักษาผืนป่าและผู้ทำลาย ซึ่งโดดเด่นด้วยฉากสงครามสุดยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งฉากสงครามถือเป็นการงานยากของการสร้างอนิเมชั่น เพราะมันเต็มไปด้วยรายละเอียดอันซับซ้อน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าทึ่งที่สตูดิโอบลูสกายทำออกมาได้และเป็นส่วนที่น่า จดจำเมื่อพูดถึงอนิเมชั่น Epic

อีกด้านที่หนังเล่าคือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก ที่ถูกใส่เข้ามาเพื่อเพิ่มมิติให้กับตัวละครมนุษย์ทั้งแมรี่และศาสตราจารย์ บอมบ้า ซึ่งการบอกเล่าปมปัญหาของทั้งสองยังดูเบาบางและไม่หนักแน่นพอ เลยทำให้ไม่รู้สึกซาบซึ้งอะไรเมื่อยามพ่อลูกกลับมาเข้าใจกันและกัน (แต่ที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือหนังกำลังบอกว่า ผู้ชายที่หมกมุ่นกับหน้าที่การงานมากไปจะโดนหญิงทิ้งเอาได้ง่ายๆ ฉะนั้นหากไม่อยากโดนทิ้ง ผู้ชายก็ควรแบ่งเวลาเรื่องงานและเรื่องครอบครัวให้ดีน่ะครับ)

หนังทำได้ดีในส่วนของการดำเนินเรื่องที่ทำได้ดี แม้จะมีช่วงเนือยๆ ไปบ้างกับการเล่าเรื่องราวของโลกมนุษย์จิ๋ว แต่เมื่อผ่านขั้นตอนการให้ข้อมูลแก่ผู้ชม หนังก็พาเข้าสู่การผจญภัยที่ทำออกมาได้สนุกตื่นเต้นและมีลุ้นเป็นระยะๆ ไปจนจบ นอกจากนี้ยังสอดแทรกอารมณ์ขันเจ้ามาเป็นระยะกับเจ้าทาก มั๊บ และหอยทาก กรั๊บ ที่ถือเป็นตัวขโมยซีนในเรื่องนี้อย่างแท้จริง ซึ่งออกแบบบุคลิกของตัวละครออกมาได้น่ารักทั้งคู่แต่ยังไม่ถึงที่สุด! เพราะตัวละครที่น่ารักที่สุดในเรื่องก็คือ เจ้าสุนัข 3 ขา ที่มีเสน่ห์เหลือหลาย ได้แต่หวังว่าทางสตูดิโอบลูสกายจะขยายเรื่องราวของมันออกมาเช่นเดียวกับ เจ้าสแคร์ท ใน Ice Age ให้เราได้ติดตามเรื่องราวของมันต่อไป

สภาวะโลกร้อน อากาศที่แปรปรวน ทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย ที่ยังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ การรณรงค์เพื่อให้คนเกิดจิตสำนึกในรูปแบบปกติอาจจะไม่ได้ผลเสียแล้ว การใช้รูปสื่อแบบอื่น เช่น ภาพยนตร์ สามารถเข้าถึงและจับต้องได้ง่ายกว่า ซึ่ง Epic ก็คือภาพยนตร์ที่เดินมาบนเส้นทางนี้ ที่มอบความบันเทิงในเบื้องหน้าโดยแฝงเรื่องราวของการต่อสู้เพื่อคงความงดงาม และอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้เบื้องหลัง แม้ไม่อาจวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมว่าจะสามารถกปลูกจิตสำนึกหรือไม่ แต่อย่างน้อยเด็กและเยาวชนที่เข้าไปชมอนิเมชั่นเรื่องนี้ ก็อาจมีอะไรบางอย่างในหนังที่กระทบใจเขา จนก่อเกิดเป็นรูปธรรมในอนาคตเมื่อเขาเติบโตขึ้น!

กล่าวโดยสรุป Epic แม้ไม่ใช่งานที่ดีที่สุดของสตูดิโอบลูสกาย (หากเทียบกับอนิเมชั่นชุด Ice Age) แต่มันก็คืองานที่มีดีในตัวมีความยิ่งใหญ่สมชื่อ ที่ไม่ต้องมานั่งพร่ำสอนในเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติแต่เน้นใช้ความ สวยงามของงานสร้างสรรค์อนิเมชั่นเพื่อแสดงให้เห็นว่า ธรรมชาตินั้นช่างงดงามและควรค่าที่เราทุกคนควรจะดูแลรักษามากแค่ไหน? ซึ่งผู้ชมทุกคนคือผู้ให้คำตอบ!

Epic ผมให้ 4 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree

http://charthree.wordpress.com