Man of Steel ? กำเนิดใหม่บุรษเหล็ก

Home / วิจารณ์หนัง / Man of Steel ? กำเนิดใหม่บุรษเหล็ก

man-of-steel-image-3

ความเก็บกดของทาง DC ที่ได้เห็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ของทาง Marvel ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะออกมากี่ตัว จนไปสู่จุดสูงสุดใน The Avengers ที่ทำเงินถล่มถลายทั่วโลก ในขณะที่ DC นั้นมีเพียง The Dark Knight เท่านั้นที่สอบผ่าน และนั่นทำให้ Man of Steel หนังซูเปอร์แมนตีความใหม่ พยายามจะล้างภาพอันเก่า แก่ที่แสนเชยออกไปให้หมด ผลสุดท้ายเลยกลายเป็นหนังที่คล้ายเป็นการปลดปล่อดความคับแค้นใจของทาง DC ทำให้ในหนังเต็มไปด้วยลูกบ้าที่ฉาบหน้าด้วยความยิ่งใหญ่ในระดับที่แฟน การ์ตูนและแฟนหนังซูเปอร์ฮีโร่ไม่อาจ เรียกร้องอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว

สิ่งที่ยอดเยี่ยมมากๆ ใน Man of Steel ก็คือ การเริ่มต้นเรื่องราวบนดาวคริปตันบ้านเกิดของซูเปอร์แมน เป็นการปูพื้นให้ผู้ชมใหม่ในด้านของที่มาที่ไป เหตุผลว่าทำไมตัวของซูเปอร์แมนถึงมาอยู่ที่โลกได้ เป็นเริ่มต้นคล้ายกับหนังไซไฟที่ทำให้เราผู้ชมรู้สึกว่าตัวของซูเปอร์แมน นั้นแตกต่างจากคนบนโลก การเปิดประเด็นทางการเมืองบนดาวคลิปตัน ความขัดแย้งระหว่าง 2 อุดมการณ์ในการรักษาเผ่าพันธุ์ คือสิ่งที่ช่วยสร้างความหนักแน่นและความน่าเชื่อถือให้กับเรื่องราวได้อย่าง ดี!

และการนำเสนอตัวละครคาล-เอล หรือ คลาร์ก เคนท์ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาการปรับตัวปรับสภาพแวดล้อม ในอยู่ด้วยความรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติไม่เหมือนผู้อื่น แต่ในขณะที่สับสน ความรู้สึกว่าควรทำสิ่งที่ถูกก็ยังทำให้เขาไม่กลายเป็นคนเลวร้าย การเดินทางค้นหาคำตอบของชีวิตและชาติกำเนิดของตัวเองจึงน่าสนใจ แม้จะดูเหมือนเล่าเรื่องแบบรวบรัดเกินไปแต่ก็ไม่ถึงกับตามเรื่องไม่ทัน

และการนำเสนอปมชีวิตของคาล-เอล ทำให้เราได้พบกับการแสดงที่ยอมเยี่ยมระหว่างพ่อทั้่งสอง! ซึ่ง รัสเซลล์ โครว์ รับบทเป็น จอร์-เอล พ่อผู้ให้กำหนด กับ เควิน คอสเนอร์ ในบท โจนาธาน เคนท์ พ่อบนโลก ซึ่งเป็นพ่อผู้มีทัศนคติที่แตกต่างที่ก็แสดงให้เห็นถึงความรักอันเปี่ยมล้นและดูเท่มากๆ

การค้นหาตัวตนของคาล-เอล นำไปสู่การพบกันของเขาและลูอิส เลน ที่ได้ เอมี่ อดัมส์ มารับบท ที่ถึงแม้จะเป็นแค่นักข่าวสาวบอบบางแต่ทัศนคติของเธอและการแสดงของเอมี่ก็ ทำให้ตัวละครตัวนี้ไม่ถึงกับแบนราบ แม้การปูความสัมพันธ์ด้านความรักของระหว่างซูเปอร์แมนกับเธอจะดูเร่งรีบไป นิด แต่ก็ไม่ถึงกับเสียหายจนไม่อินไปกับเรื่องรักซะทีเดียว ยังดีที่บทบาทของลูอิสแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งออกมา ทำให้เธอเป็นตัวละครที่ฉลาดพึ่งพาได้ ไม่ได้เป็นภาระของพระเอกมากจนเกินไป

สิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าหลายคนจับตาและเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเชยและล้าสมัย ก็คือ เครื่องแต่งกายหรือชุดของซูเปอร์แมนนั่นเอง อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่า หนังเปิดเรื่องบนดาวคลิปตันได้ดี และจะเห็นว่าการออกแบบเครื่องแต่งกายและวิทยาการของชาวคลิปตันที่เป็นการผสม ผสานความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีและความคลาสสิคแบบยุโรปโบราณ ชุดซูเปอร์แมน! ที่ถูกออกแบบมาที่โทนสีเคร่งขรึมและไม่มีกางเกงในสีแดงด้านนอกอีกแล้ว!! จึงดูเข้ากันและทำให้ชุดซูเปอร์แมนเวอร์หลุดออกจากความเชยและล้าสมัยได้ใน ที่สุด (จริงๆ แล้วชุดก็ถูกออกแบบโดยยึดพื้นฐานมาจากฉบับคอมมิกเพียงแต่การปูเรื่องราวของ วิทยาการของดาวคลิปตันทำให้มันดูดีขึ้นมา ซะงั้น!!)

ในส่วนของฉากแอ็คชั่นซึ่งเป็นจุดขายที่สำคัญของหนังประเภทนี้ ต้องบอกว่า Man of Steel ถือเป็นส่วนผสมของฉากแอ็คชั่นวินาศสันตะโรหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น เอเลี่ยนถล่มโลก ตึกรามบ้านช่องถล่มถลาย การดวลต่อตัวต่อ ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในหนังเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว ซึ่งทำออกมาได้ยิ่งใหญ่อีกนัยหนึ่งมันแสดงออกถึงพลังความสามารถของซูเปอร์ แมนที่ยิ่งใหญ่และทรงอานุภาพในระดับที่ทีม The Avengers จะต้องชิดซ้ายการดวลระหว่างนีโอและสมิทใน The Matrix Revolutions กลายเป็นการเล่นตบแปะไปเลย เมื่อมาเจอการดวลหมัดตัวต่อตัวระหว่างนายพลซ็อตและซูเปอร์แมน

การออกแบบฉากแอ็คชั่นในเรื่องนี้นับว่าทำออกมาได้อย่างสุดยอดเต็มไปด้วย รายละเอียดที่ซับซ้อน แสดงให้เห็นถึงรวดเร็วและความรุนแรงของการต่อสู้ ทำให้อารมณ์พลุ่งพล่านและตื่นเต้นไปกับมัน การเลือกศัตรูที่เป็นชาวคลิปตันเหมือนกันทำให้ การต่อสู้ดูสูสีและทำให้เรารู้สึกเอาใจช่วยซูเปอร์แมน เพราะคาล-เอลนอกต่อสู้กับชาวคริปตันไม่ใช่เพื่อปกป้องโลกเท่านั้น แต่มันคือการปกป้องความถูกต้องตามทัศนคติความเชื่อที่ได้รับการหล่อหลอมจาก โลกมนุษย์ แม้นั่นจะหมายถึงการล่มสลายของชนเผ่าดาวของตัวเองก็ตาม จึงไม่แปลกใจที่เมื่อหลังการต่อสู้สิ้นสุดลง คาล-เอลจะตะโกนกู่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ที่ทำให้ขณะชมรู้สึกจุกขึ้นมาทันที

การถ่ายภาพที่ถือเป็นจุดที่น่าสนใจ คือการถ่ายภาพซูมและการสั่นกล้อง ซึ่งมีการนำมาใช้บ่อยอย่างเห็นได้ชัดนอกจากทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ใน เหตุการณ์อย่างใดอย่างนั้น ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของตัวซูเปอร์แมนอีกด้วยแต่วิธีการนำเสนอแบบนี้ก็อาจ ทำให้บางคนที่ภูมิต้านทานไม่มากพออาจรู้สึกเวียนหัวและดูหนังไม่สนุก

งานภาพ 3 มิติ ที่พยายามจะทำก็นับว่า ทำได้ดีพอสมควร แต่ก็มีฉากที่รับใช้ภาพ 3 มิติอยู่น้อยนิด เช่น ฉากแอ็คชั่นบนดาวคริปตัน หรือฉากเหาะครั้งแรกของซูเปอร์แมน หากพิจารณาถึงลักษณะของความสามารถซูเปอร์จะเห็นว่ามันก็พอจะเอื้อให้มีฉาก 3 มิติอยู่ แต่ทว่าการนำเสนอฉากแอ็คชั่นที่รวดเร็วมาก จนเราแถบไม่รู้สึกเลยว่าดูหนัง 3 มิติอยู่ ฉะนั้นการดูโรง 3 มิติ จึงไม่ใช่อะไรที่พลาดไม่ได้

Man of Steel นับเป็นความน่าพึงพอใจอย่างที่สุดของ DC ในการกู้ชื่อซูเปอร์แมนที่ทำออกมาได้สมบูรณ์ได้สำเร็จ แม้ภาพรวมมันจะเป็นการเล่าเรื่องในสิ่งที่แฟนๆ หรือคนส่วนใหญ่พอที่จะรู้อยู่แล้ว แต่การใส่เหตุและผลที่หนักแน่นพอลงไป รวมไปถึงการสร้างปมของตัวละครซูเปอร์แมนที่ทำออกมาได้เยี่ยมกับการค้นหาว่า ตัวเองเป็นใครและจะนำพลังที่ตัวเองมีนั้นใช้ทำอะไร

ในเมื่อซูเปอร์แมนกลับมาสู่ทิศทางที่ถูกต้อง สิ่งที่น่าใจต่อไปก็คือ DC จะเอาไงต่อไปกับการปลุกปั้นซูเปอร์ฮีโรตัวอื่น จะเดินรอยตาม Marvel หรือเลือกจะฉีก สร้างความแตกต่าง! และ เฮนรี่ คาวิลล์ ผู้รับบทซูเปอร์แมน จะโด่งดังจนกลายเป็นพระเอกงานชุกหรือไม่หรือจะเป็นแค่ผู้ที่ได้รับการยอมรับ ในบทซูเปอร์แมนเท่านั้น ซึ่งยังเป็นเครื่องหมายคำถาม? ที่น่าติดตามอย่างยิ่งหลังจากนี้

Man of Steel ผมให้ 4 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree

http://charthree.wordpress.com