The Silent War ? หน้าที่ มิตรภาพ ความรัก

Home / วิจารณ์หนัง / The Silent War ? หน้าที่ มิตรภาพ ความรัก

the-silent-war-image

ตั้งแต่ภาพยนตร์ฮ่องกงถูกปฏิวัติ (ข้อใช้คำนี้คงไม่เกินเลย) จากภาพยนตร์ Infernal Affairs เมื่อปี 2002 ภาพยนตร์ก็ถูกใช้เป็นต้นแบบอ้างอิงกับภาพยนตร์อีกหลายๆ เรื่องหลังจากนั้น และก็ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เรื่องนี้โด่งดังและงานเข้ากันทุกคน อลัน มัค ผู้เขียนบทและผู้กำกับร่วมกับ แอนดรูว์ เลา ก็เลยเป็นที่จับตามองมากขึ้น และกับผลงานล่าสุดของเขา The Silent War เขาก็ยังคงทำหน้าที่เขียนบบทและกำกับร่วมด้วย เฟลิค จง คนเขียนบทร่วมจาก Infernal Affairs

The Silent War หนังดัดแปลงมาจาก Ting Feng Zhe (นักฟังเสียงสายลม) ซึ่งเป็นตอนหนึ่งในนิยายจารกรรม Plot Against ของ ม่าเจีย ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2005 และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้อ่าน เล่าเรื่องราวของ เหอปิง (เหลียงเฉาเว่ย) ช่างตั้งสายเปียโนตาบอดที่มีทักษะการฟังเสียงเป็นเลิศ จนถูก ฉางสวี่หนิง (โจว ซุน) สายลับหญิงผู้เก่งกาจจากหน่วย 701 ดึงตัวมาร่วมงานเพื่อช่วยดักฟังฝ่ายตรงข้ามที่ใช้รหัสมอสในการสื่อสารติดต่อ ในช่วงสงครามการเมืองของจีนเมื่อปี 1950 จนนำมาสู่ความสัมพันธ์พิเศษระหว่างเขาและเธอ

แม้เรื่องย่อและหน้าหนังจะดูเหมือนหนังแนวสายลับเชิงสืบสวน แต่เอาเข้าจริง นี่คือหนังรักที่มีหน้าหลังเป็นความวุ่นวายของบ้านเมืองระหว่างรัฐบาลกับ ฝ่ายกบฎ และการที่หนังเล่นเรื่องการสืบสวนด้วยการดักฟังรหัสมอสเพื่อถอดข้อความข่าว ความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม ทำให้ The Silent War จัดเป็นหนังท่ายาก เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการนำเสนอเรื่องราวสายลับในช่วงสงครมการเมืองที่ ไม่มีฉากยิง ฉากสงคราม มีเพียงแต่การฟังเสียงและเคาะรหัสเป็นข้อความออกมา

แต่น่าแปลกใจว่า The Silent War กลับเป็นหนังที่ชวนติดตามและดูสนุกพอสมควร แม้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการถอดรหัสที่ผู้ชมทั่วไปน้อยนักที่จะเข้าใจ กระบวนการของมัน แต่หนังก็เล่าวิธีการในรูปแบบง่ายๆ ให้ผู้ชมพอเข้าใจและติดตามเรื่องราวไปได้ ประกอบกับมีเรื่องราวนอกเหนือจากการถอดรหัส ก็คือการดำเนินการสืบสวนตามแบบฉบับของหนังสายลับจริง ที่เมื่อนำมาผนวกกับการถอดรหัส ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการถอดรหัสว่าจริงจังและเต็มไปด้วยความเป็นความตาย แค่ไหน

หนังมีการออกแบบงานสร้างที่สมจริง ยิ่งใหญ่ ทั้งฉากและเสื้อผ้าหน้าผม ที่แสดงให้เห็นถึงความประณีตของผู้สร้างและทีมงานผู้ออกแบบ นอกจากนี้ยังได้การถ่ายภาพอันยอดเยี่ยมที่ช่วยเสริมให้หนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่มีความวิจิตรงดงามเรื่องหนึ่งในภาพยนตร์ฮ่องกงยุคหลังเลยทีเดียว

อย่างที่กล่าวในตอนต้นว่า The Silent War เป็นหนังท่ายาก เพราะการนำเสนอการดักฟังถอดรหัสนั้น ถือเป็นส่วนสำคัญของหนังเรื่องนี้ หากนำเสนอออกมาได้ไม่ดีพอ ก็จะทำให้ภาพรวมของหนังเสียหายจนกลายเป็นหนังที่เล่าเรื่องได้แย่ไปในที่สุด แต่ อลัน มัค และ เฟลิค ชอง ก็เก่งกาจในการดัดแปลงนิยายให้ออกมาเป็นภาพของการไขรหัสมอสได้อย่างน่าพอใจ และชวนติตดาม แม้ตัวละคร เหอปิง จะเป็นคนตาบอด แต่ไม่ได้หมายความว่าจินตนาการของเขาในการสร้างภาพในหัวจะหายไป การนำเสนอแบบให้เห็นถึงจินตภาพในหัวของเหอปิง ว่ารหัสมอสที่ส่งมีข้อความอะไร ความหนักเบาในการส่งรหัสเป็นอย่างไร จนมาสู่การประเมินรูปพรรณรวมถึงอุปนิสัยของบุคคลที่ส่งข้อความ นับเป็นสิ่งที่ถือว่าหนังตีโจทย์ในส่วนนี้ได้แตก และไม่ทำให้การติดตามการถอดรหัสนั้นน่าเบื่อ (ซึ่งส่วนนี้ต้องยกความดีให้กับ ม่าเจีย ในการประพันธ์นิยายที่เต็มไปด้วยรายละเอียดให้สนุก)

ซึ่งการถ่ายทอดเสียงในเรื่องก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำออกมาได้ดี การสร้างความแตกต่างของเสียงของการส่งรหัส ไม่ใช่สิ่งที่จะสื่อให้ผู้ชมทั่วไปที่ไม่ได้มีหูหรือการฟังขั้นเทพให้เข้าใจ ได้ง่ายๆ แต่หนังก็นำเสนอออกมาได้ชัดเจน? และการที่หนังได้รางวัลบันทึกเสียงยอดเยี่ยมจากเวที Asia-Pacific Film Festival ก็เป็นเครื่องการันตีถึงความยอดเยี่ยมนี้ โดยผู้บันทึกเสียงนั้นเป็นคนไทย 2 คน ก็คือ ไตรเทพ วงศ์ไพบูลย์ และ ณพวัฒน์ ลิขิตวงศ์ ซึ่งน่าดีใจไม่น้อยเลยกับความสำเร็จของภาพยนตร์ระดับเอเชียที่มีคนไทยเข้าไปเป็นส่วนร่วม

แม้การบันทึกเสียงจะทำได้ดี แต่การนำเสนอเรื่องราวในบางช่วงบางตอนยังมีความไม่ต่อเนื่อง ซึ่งมักเป็นซีนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเหอปิงพระเอกของเรื่องทั้งนั้น ที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของตัวละครที่นำเสนอแบบรวบรัดไปนิด ซึ่งบางฉากหากขยี้มากกว่านี้จะทำให้เรื่องดูหนักแน่นและทำให้เข้าใจความ รู้สึกของตัวละครมากขึ้น เช่น ความสัมพันธ์ของเหอปิงและฉางสวี่หนิงที่ดูจะเร่งให้มีเรื่องความรักเข้ามา เร็วไปนิด แม้จะปูประเด็นมาก่อน แต่ก็เป็นในส่วนของเรื่องงานเสียมากกว่า ยังมีความสัมพันธ์ระหว่างเหอปิงกับหญิงสาวในหน่วยคนหนึ่งที่สุดท้ายได้เป็น ภรรยาของเขาก็ดูจะเร่งร้อนไปนิด แม้จะรู้ว่าเหตุใดทั้งคู่ถึงชอบพอกัน และยังมีฉากที่เหอปิงโกรธแค้นตัวเองที่ไม่สามารถสืบเสาะหาคลื่นส่งรหัสอันนำ มาสู่การเสียชีวิตของคนสำคัญในชีวิตของเขา ที่ทำให้เขาซึ่งได้รับการผ่าตัดจนสามารถมามองเห็นได้แล้ว กลับทำลายดวงตาของตัวเองเพื่อจะได้ดึงความสามารถที่แท้จริงของตัวเองออกมา นี้ นี่เป็นฉากสำคัญที่จะช่วยยกระดับการแสดงและยกระดับหนังในภาพรวมได้ แต่ก็ถูกนำเสนอแบบรวดรับจนน่าเสียดาย!

เหลียงเฉาเว่ย ถือเป็นหนังแสดงแถวหน้าของวงการภาพยนตร์เอเชียในปัจจุบันซึ่งเรื่องนี้เขาก็ ทำหน้าที่ได้ดี ในบทของผู้พิการทางสายตา ในขณะที่คนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเรื่องนี้คือ โจว ซุน ที่บท ฉางสวี่หนิง นับเป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้หนังสายลับเรื่องนี้มีเสน่ห์อย่างประหลาด?ซึ่ง โจว ซุน ถ่ายทอดสีหน้าและแววตาของผู้ที่ต้องกล่ำกลืนบางอย่างไว้ในใจได้อย่างดี การแสดงของเธอทำเราให้เห็นใจและหลงรักตัวละครนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น จนอยากเอาใช้ช่วยให้เธอไม่มีจุดจบอย่างที่เห็นในหนัง

แม้ The Silent War จะแตกต่างจากหนังสายลับทั่วไปค่อนข้างมาก ที่มีเสียงการรหัสมอสแทนเสียงลูกปืน แถมมีการถ่ายภาพที่งดงาม ความสมจริงของฉากและเครื่องแต่งกายที่โดดเด่นเกินหนังแนวนี้ ที่ภาพรวมของมันจัดเป็นหนังจีนชั้นดีที่ไม่ได้เห็นมานาน แม้การดำเนินเรื่องจะค่อนข้างเนิบนาบ เชื่องช้าไปบ้าง จนอาจบางคนที่ไม่คุ้นชินกับหนังแนวนี้เกิดอาการหาวง่วงได้ แต่หากตั้งใจชมและพิจารณาถึงเนื้อนัยที่หนังพยายามถ่ายทอด ทั้งภาระหน้าที่กับความรัก มิตรภาพของเพื่อน และการตีแผ่จิตใจของคน (ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายต่อต้าน) นี่ก็ถือเป็นหนึ่งในหนังดีที่ไม่ควรพลาดครับ

The Silent War ผมให้ 4 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree

http://charthree.wordpress.com