World War Z – ซอมบี้ 4×100

Home / วิจารณ์หนัง / World War Z – ซอมบี้ 4×100

url

จัดได้ว่าเป็นหนัง บล๊อคบัสเตอร์ เรื่องนึงของปี ที่ตัดต่อตัวอย่างออกมาน่าดู และ ทำให้คอซอมบี้ได้ฟินกันมากแน่ๆ กับ World War Z ที่ดัดแปลงมาจากนิยายในชื่อเดียวกัน นำแสดงโดย แบรด พิทต์

กับเรื่องราวในวันธรรมดาวันหนึ่ง เจอร์รี่ เลน และครอบครัว พบว่าการเดินทางบนท้องถนนที่เคยเงียบสงบของพวกเขา ต้องเผชิญหน้ากับการจราจรติดขัดกลางเมือง เลนที่ในอดีตเคยเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนขององค์การสหประชาชาติ รู้สึกว่านี่ไม่ใช่รถติดธรรมดา และเมื่อมีเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจบินอยู่ร่อนอยู่เหนือท้องฟ้า และมีมอเตอร์ไซค์ของตำรวจวิ่งไปมาอยู่เบื้องล่าง ทั้งเมืองต้องเผชิญกับเหตุโกลาหล เมื่อผู้คนต่างติดเชื้อ และกลายเป็น คนตายเดินดิน เขาต้องสืบหาว่าเรื่องทั้งหมดนี้เกิดมาจากอะไรกันแน่

World War Z เป็นผลงานการกำกับของ มาร์ค ฟอสเตอร์ ผู้กำกับที่เราน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันมาบ้าง จากหนังเรื่อง The Kite Runner และหนัง เจมส์ บอนด์ ภาค Quantum of Solace ที่ในครั้งนี้เขากลับมาพร้อมกับหนังสเกลใหญ่กว่าเดิม แต่ยังจับต้องหนังทุนสูงระดับ 170 ล้านเหรียญ อีกด้วย โดยส่วนตัวถ้าหากเราดูจากตัวอย่างของ World War Z เราก็คงจะไม่หวังอะไรมากไปกว่า ความบันเทิง ที่หนังจะมอบให้เราจากการฟัดแหลก แหวกฝูงซอมบี้ และฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ ซึ่งดูเหมือนผู้กำกับ มาร์ค ฟอสเตอร์ จะรู้ดีว่า โจทย์ของคนดูที่ต้องการคืออะไร และจัดคำตอบให้โจทย์ข้อนั้นแบบไม่ยั้ง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของหนัง กับการที่ World War Z เลือกที่จะตัดสิ่งต่างๆที่ทำให้คนดูหนักสมองทิ้ง ไม่ต้องคิดเยอะ และยัดเข้ามาแทนด้วย ฉากแอ็คชั่น ระทึกขวัญ ที่ไม่ปล่อยให้คนดูพักหายใจกัน เพราะเรียกได้ว่า 5 นาทีแรก ก็เข้าเนื้อเรื่องกันแบบไม่ต้องปูบทกันแล้ว

ซึ่งฉากแอ็คชั่น สเกลใหญ่ๆ ของตัวหนัง World War Z ก็จัดได้ว่าออกมาน่าพอใจ ถึงแม้หลายฉากเราจะเห็นในตัวอย่างหนังกันแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันก็ยังทำให้เรารู้สึกขนลุกไปกับความยิ่งใหญ่ของฝูงซอมบี้ 4×100 ที่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นหนังฟอร์มยักษ์ จึงทำออกมาได้เพียงเรท PG-13 ซึ่งอาจจะไร้เลือด ไร้ฉากแหวะ แบบที่หนัง ซอมบี้ ควรจะเป็น แต่หนังก็ทดแทนของเหล่านั้นด้วย ซอมบี้ 4×100 ที่วิ่งเร็วขนาด ยูเซน โบลต์ อาจจะต้องยอมโดนกัด ซึ่งน่าจะถูกใจคอหนังแนว ซอมบี้ เป็นอย่างแน่นอนที่ได้เห็นอะไรแปลกใหม่ในการ วิวัฒนาการ เหล่าเชื้อไวรัสนี้

พร้อมทั้งการรับบทนำของ แบรด พิตต์ ในหนังฟอร์มใหญ่อีกเรื่อง ที่ยังทำหน้าที่นักแสดงนำคนเดียว ที่คุมโทนเรื่องได้อยู่หมัด โดยเฉพาะช่วงท้ายของหนังที่ต้องขอบคุณ ออร่า นักแสดง ที่ทำให้คนดูต้องสะใจ พร้อมกับปรบมือไปกับความเก๋าของเฮียแกได้

ซึ่งมากไปกว่านั้นบางฉากที่ผู้กำกับ มาร์ค ฟอสเตอร์ แอบใส่ลูกเล่นให้มีอารมณ์แอบคล้ายเกมส์ Resident Evil และ Dead Rising อยู่บ้าง พร้อมกับแทรกอารมณ์ขัน สนุก และ สะใจ เป็นจังหวะช่วงๆ จึงทำให้ World War Z จัดได้ว่าเป็นหนังป๊อปคอร์น ที่ขายความบันเทิงของแท้ แบบไม่ต้องแคร์องค์ประกอบด้านอื่น จึงอาจจะทำให้หลายสิ่ง ที่หนังสเกลใหญ่ขนาดนี้สามารถหยิบจับต้อง เอามาเล่นให้เป็นประเด็นเสียดสีได้มาก ต้องตกหล่นไปอย่างน่าเสียดายบ้างก็ตาม แต่กระนั่นแล้ว ในเมื่อมันเป็นหนังซัมเมอร์ ความบันเทิง อย่างเดียวในหนัง มันก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่หรือ ?

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด