Mud ? เจ็บปวดเพื่อเรียนรู้

Home / วิจารณ์หนัง / Mud ? เจ็บปวดเพื่อเรียนรู้

mud-film-image

Mud ภาพยนตร์เมื่อปี 2012 ที่ได้รับการยกย่องจากสื่อมวลชนจากการฉายให้ชมที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ เมื่อปี 2012 ว่า ?เป็นหนังอเมริกันที่ดีที่สุดที่ฉายในเมืองคานส์ปีนั้น? อาจจะเป็นเขายกย่องตามการตลาดที่มักใช้กับภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ได้โอกาสไป เข้าฉายที่งานเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกแบบนี้ แต่โดยแท้จริงไม่ว่าตัวของ Mud เอง จะฉายที่เทศกาลใดหรือปีใด สิ่งที่หนังพยายามสื่อก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่าเหนือกาลเวลา?

เจฟฟ์ นิโคลส์ อาจเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูกับคนดูหนังชาวไทยมากนัก เขาเป็นเพียงผู้กำกับอิสระตัวเล็กๆ ในอเมริกา แต่ว่าถ้าใครเคยผ่านตากับภาพยนตร์เรื่อง Take Shelter ซึ่งเป็นผลงานการกำกับของเขา ก็จะรู้ว่าฝีมือของผู้กำกับคนนี้ไม่ธรรมดาเลย ในการใส่มุมมองดำมืดของชีวิตเข้าไปในหนังที่มีเรื่องราวเรียบๆ

Mud เล่าเรื่องราวของ 2 เด็กหนุ่มบ้านมีปัญหาได้แก่ เอลลิส (ไท เชอริแดน) และ เนคโบน (เจคอบ ลอฟแลนด์) ที่วันหนึ่งพวกเขาได้ค้นพบเรือลำหนึ่งค้างอยู่บนต้นไม้ใหญ่บนเกาะเล็กๆ ห่างไกลผู้คน พวกเขาหวังว่ามันจะเป็นฐานที่พักหลีกหนีความวุ่นวายให้กับทั้งสอง แต่แล้วพวกเขากลับพบว่าเรือรำนี้ได้ถูกชายผู้เรียกตัวเองว่า มัด (แมทธิว แม็คคอนาเฮย์) ยึดครองก่อนแล้ว

เอลลิส และ เนคโบน ต้องทำช่วยเหลือมัดให้ในการออกเดินทางอีกครั้งหนึ่งโดยแลกกับการเป็นเจ้าของ เรือ เพียงแต่ว่าการให้ความช่วยเหลือมัดกลับนำมาซึ่งความภยันตรายที่อาจจะทำให้ ชีวิตของพวกเขาต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล!

Mud จัดเป็นหนังแสงสวยอีกเรื่องที่การจัดองค์ประกอบ ของภาพและสอง ทำออกมาได้ดี ทำให้ธรรมชาิติบนเกาะร้างหรือบ้านเมืองแบบชนบทในอเมริกาดูงดงามแบบหม่นๆ ซึ่งเหมาะกับโครงเรื่องดี

หนังดำเนินเรื่องราวด้วยความราบเรียบที่ส่วนตัวมองว่ามันชวนน่าเบื่อ แต่ว่าปริศนาของชายลึกลับอย่างมัด ก็มัดใจเราให้อยากรู้อยากติดตามว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขาต้องหลบหนีมาใช้ ชีวิตอันโดดเดี่ยวอยู่บนเกาะร้าง หนังค่อยๆ เพิ่มระดับความสัมพันธ์ระหว่างมัด และเอลลิสกับเนคโบน ในลักษณะของการทำงานเพื่อสิ่งตอบแทน แต่ว่าเมื่อระยะเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดประหนึ่งเป็นสหายก็ทำให้ เด็กทั้ง 2 ทำเกินหน้าที่ไปหลายอย่าง และนั่นนำมาซึ่งเรื่องราวที่ค่อยๆ หม่นหมอง ดำมืด เมื่อเบื้องหลังของมัดเผยออกมา

หนังแนวก้าวผ่านพ้นวัย (Coming of Age) มักแสดงให้เห็นถึงการเติบโตจากวัยที่ไร้เดียงสาไปสู่วัยที่ดูเดียงสา โดยผ่านเรื่องราวอันบีบคั้นและที่ทำให้เติบโตขึ้นพร้อมสายตามองโลกที่ เปลี่ยน! ซึ่ง Mud สามารถทำหน้าที่ในส่วนได้อย่างดี ด้วยเรื่องราวที่มีความซับซ้อนและบีบคั้น เป็นหนึ่งในหนังระดับต้นๆ ของหนังประเภทนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

เพราะสิ่งที่ทำให้ Mud แตกต่างจากหนังแนวก้าวผ่านพ้นวัยเรื่องอื่นก็คือ ความรัก ซึ่งเป็นประเด็นที่หนักแน่นและขับเคลื่อนตัวละครทุกตัวในเรื่อง แต่เป็นความรักในเรื่องนี้จะเป็นความรักที่ไม่สมหวัง ทั้่งปัญหาระหว่างพ่อแม่ของเอลลิสที่เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รักครั้งแรกของเอลลิสที่เริ่มต้นอย่างหวานหอมแต่จบลงอย่างไร้สาระ และความรักบริสุทธ์ของมัดที่จบลงด้วยความว่างเปล่า

ไม่ใช่เพียงความสุขสมหวังของความรักถึงจะสามารถขับเคลื่อนคนได้ บางครั้งความรักที่ผิดหวังก็นำมาซึ่งความกระจ่างในหัวใจ ที่พร้อมจะเดินทางต่อไปบนเส้นทางชีิวิตโดยไม่ต้องห่วงพะวงอะไร

หนังเป็นไปตัวสัญลักษณ์ต่างๆ มากมาย ที่หากใครที่นิยมชมชอบการตีความจากสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในหนัง Mud คือหนึ่งในหนังที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง หลายสิ่งหลายในหนังทั้ง เรื่องเล่าตามความเชื่อของมัด รอยสักบนตัวรูปงู สิ่งต่างๆ ที่พบเจอบนเกาะ ทั้งบ่องู เรือบนต้นไม้ ปืน! ทั้งหมดคือความสนุกของหนังเรื่องนี้ ที่พยายามชักชวนให้คนดูให้ความหมายต่อสิ่งเหล่านี้ลงไป ซึ่งการแทนค่านั้นไม่มีถูกไม่มีผิด ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ มุมมองของผู้ชมและคน

Mud นับว่ามีเหล่านักแสดงนำและสมทบที่โดดเด่น นักแสดงเด็กทั้งสอง ไท เชอริแดน และ เจคอบ ลอฟแลนด์ ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ โดยเฉพาะในรายของ เชอริแดน เด็กหนุ่มที่หลายคนอาจเคยผ่านตาจาก The Tree of Life (2011) ถือเป็นนักแสดงเด็กที่น่าจับตามองมาก การแสดงสีหน้าและอารมณ์ที่อัดอั้นในหนังนั้นทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งสามารถประชันบทบาทกับ แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ ได้อย่างไม่เคาะเขิน

ในส่วนของ แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ แม้จะมาในแบบหล่อน้อยไปหน่อย แต่กับบทของมัดที่ต้องดูร้ายและไม่น่าไว้วางใจในครั้งแรก แต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไปเรากลับรู้สึกรักตัวละครนี้ ซึ่งถือว่าทำหน้าที่ได้น่าพอใจ นอกจากนี้ยังมีดาราสมทบระดับออสการ์อย่าง รีส วิเธอร์สปูน ที่ช่วยให้บทเล็กๆ ดูมีมิติขึ้นมา

Mud ไม่ใช่หนังดูง่ายหรือดูสนุกเพลิดเพลินตามแบบฉบับหนังซัมเมอร์ แต่เนื้อในของมันนั้นกลับมีคุณค่าที่หนังทั่วไปไม่สามารถให้ได้ และหนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ชีวิตยามเด็กก็ต้องแปดเปี้ยนและเจ็บปวดบ้างเพื่อที่จะได้มีภูมิต้านทานในการ รับมือกับปัญหาชีวิตอื่นๆ ที่จะตามมายามเมื่อเราเติบโตขึ้น

Mud ผมให้ 4 ดาว (เต็ม 5 ดาว)

โดย Charthree

http://charthree.wordpress.com