The Lone Ranger : ใส่หน้ากาก มันส์สไตล์คาวบอย

Home / วิจารณ์หนัง / The Lone Ranger : ใส่หน้ากาก มันส์สไตล์คาวบอย

the-lone-ranger-first-trailer-rides-in

เห็นหน้าหนังถึงจะคาวบอยขนาดนี้ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าผลงานเรื่องใหม่ของ กอร์ เวอร์บินสกี้ แห่ง Pirates of the Carribbean ใช้ทุนสร้างไปทั้งหมด 250 ล้านเหรียญ กับหนังที่ดัดแปลงมาจากทีวีซีรี่ย์อย่าง The Lone Ranger ที่มีนักแสดงคู่บุญอย่าง จอห์นนี่ เดปป์ พ่วงด้วย อาร์มี่ แฮมเมอร์ มารับบท 2 ฮีโร่จำเป็น ที่ต้องหยุดยั้งการเกิดสงครามระหว่างชนเผ่า อินเดีย และ คนเมืองตะวันตก ในสไตล์คาวบอยจัดหนัก

เดอะ โลน เรนเจอร์ ? หน้ากากพิฆาตอธรรม? การผจญภัยสุดตื่นเต้นที่เต็มไปด้วยแอ็คชั่นและอารมณขัน ที่ซึ่งวีรบุรุษภายใต้หน้ากากได้ถูกปลุกชีพขึ่นมาผ่านมุมมองใหม่ ทอนโต้ (จอห์นนี่ เดปป์) นักรบพื้นเมืองอเมริกันกลับมาอีกครั้งกับเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลง จอห์น รีด (อาร์มี่ แฮมเมอร์) ชายผู้ผดุงกฎหมาย ให้กลายเป็นตำนานแห่งความยุติธรรม ที่จะพาผู้ชมไปสู่มหากาพย์การผจญภัยสุดตื่นเต้น., น่าประหลาดใจ, และเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ของ 2 วีรบุรุษต่างขั้วที่เรียนรู้ในการร่วมมือ

โดยส่วนตัวนั้น เมื่อก่อน หนังสไตล์คาวบอยเป็นอะไรที่ส่วนตัวผมนั่นค่อนข้างชื่นชอบมากๆ โดยเฉพาะหนังคาวบอยของ คลินท์ อีสต์วู้ด เพราะมันเต็มไปด้วยความสนุกแบบที่ทั้ง ตื่นเต้น และ เท่ จนกระทั่งมาถึงยุคการมาของ Wild Wild West ที่ผสมผสานกับเรื่องของ ไซไฟ ถึงจะผิดเพี้ยน และ เจ๊งถล่มทลาย แต่กระนั่นส่วนตัวก็ยังคิดว่ามันยังมีความสนุกที่พอจะดูเพลินเล่น เป็นหนังป๊อปคอร์นได้อย่างไม่เสียหาย ซึ่งนั่นก็เช่นเดียวกับ The Lone Ranger หนังคาวบอยที่เปิดตัว และ หว่านล้อม คนดู เหมือนจะพูดถึงเรื่อง ความยุติธรรม ในแง่มุมของ ‘ถ้าไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอก’ ผ่านตัวละคร จอห์น รี๊ด ทนายหนุ่มที่เชื่อมั่นว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฏหมาย จนกระทั่งได้มาพบเรื่องราวป่วนๆทั้งหลาย เพราะถึงแม้หนังจะมีความยาว 150 นาที แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าทำไมหนังถึงจงใจที่จะเน้นเรื่องราวการนำพาสถานการณ์วายป่วง ที่หลายอย่างก็ดูวนเวียน ซ้ำซาก มากกว่าจะนำเวลาส่วนใหญ่มาเสริมบทความแข็งแกร่งของตัวละคร

อีกทั้งมันยิ่งเป็นเรื่องน่าแปลกยิ่งกว่า ในเมื่อผลงานเรื่องก่อนของผู้กำกับอย่าง Rango อนิเมชั่น กิ้งก่าคาวบอย ที่ทำเคารพหนังแนวนี้ได้เป็นอย่างดี แต่พอมาใน The Lone Ranger หนังกลับขาดหายในสิ่งที่เรียกว่า เสน่ห์ตะวันตก และเหลือไว้เพียงแต่ โปรดักชั่น ที่แสดงออกว่า ‘ข้าคือหนังคาวบอย’ แต่คนดูไม่สามารถลองชิมรสของมันดูได้ ถึงแม้จะได้นักแสดงระดับ จอห์นนี่ เดปป์ มาร่วมแสดงในบทที่เพี้ยนแสนเพี้ยน มากขึ้นก็ตาม

สิ่งที่คงเหลือไว้ให้หนังมีความดี ความชอบ เต็มๆ คงหนีไม่พ้นฉากแอ็คชั่นสเกลใหญ่ ที่ระเบิดภูเขา เผารถไฟ ฆ่าชาวบ้านชาวไร่ กันแบบสะใจทุนสร้าง 250 ล้านเหรียญกันไปเลย ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดขายหลักของตัวหนังกับด้านของ ความบันเทิง ที่ผู้กำกับ กอร์ เวอร์บินสกี้ ยังสามารถจัดเต็มมาให้คนดูได้อย่างน่าชื่นชม โดยเฉพาะในช่วงไคล์แมกซ์ ตอนท้าย ที่มีการดึงเอา เพลงธีมหลักของ The Lone Ranger มาใช้ในฉากนั่นถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี และทำให้เกิดอารมณ์ความสนุกในแบบฉบับตะวันตกที่ยังจับต้องได้ อยู่ช่วงระยะนึง จนอาจเรียกได้ว่า ถึงแม้ด้านตัวบทจะดูยืดยาว , เสน่ห์ของหนังจะไม่เอาไหน แต่ถ้าทำฉากแอ็คชั่นออกมาได้ใจขนาดนี้ The Lone Ranger ก็จัดว่าเป็นหนังซัมเมอร์อีกเรื่องนึง ที่สามารถดูเพลินๆได้ไม่เสียดายตังค์ครับ

เรื่องนี้ผมให้ 7/10

โดย ลูกอบรสเขียด