Percy Jackson: Sea of Monsters : เดินทางทำเควส ในทะเลอันไกลโพ้น

Home / วิจารณ์หนัง / Percy Jackson: Sea of Monsters : เดินทางทำเควส ในทะเลอันไกลโพ้น

Sea-of-Monsters

ถึงแม้ว่าภาคแรกอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในด้านของรายได้ และ คำวิจารณ์ แต่ในเมื่อหนังสือชุดของ เพอร์ซี่ย์ แจ็คสัน มีถึง 5 เล่มด้วยกัน ว่าแล้วภาคต่อก็ต้องตามออกมาเสี่ยง รวมถึงแก้ตัวให้กับการที่ภาคแรกทำผิดพลาดไปอย่างแน่นอนหล่ะ กับ Percy Jackson ที่ในภาคต่อนี่สร้างมาจากหนังเล่มที่ 2 ในชื่อเดียวกันว่า Sea of Monsters

ซึ่งในภาคต่อนี้จะเป็นเรื่องราวของ เพอร์ซี่ และกลุ่มเพื่อนลูกครึ่งเทพเจ้าแก๊งค์เก่า ที่คราวนี้เขาต้องออกเดินทางเพื่อเป้าหมายการกู้คืนมาของ ขนแกะทองคำ ที่จะสามารถช่วยพวกเขาจากปีศาจร้าย และช่วยไม่ให้แคมป์ของพวกเขาถูกทำลายลงจากอำนาจของเทพเจ้าจอมทำลายล้างอย่าง โครนอส

โดยในภาคต่อนี่ หนังกำกับการแสดงโดย ธอร์ ฟลูเดนทัลร์ ผู้กำกับหนังเด็กจาก Hotel for Dogs และ Diary of a Wimpy Kid ที่กระโดดมาทำหนังแนวแอ็คชั่น แฟนตาซี เป็นเรื่องแรก พร้อมกับทีมนักแสดงยกชุดจากภาคแรก ไม่ว่าจะเป็น โลแกน เลอร์แมน, แบรนดอน ที แจ็คสัน และรวมไปถึง อเล็กซานดร้า แด๊ดดราลิโอ้ ซึ่งโดยตัวผมนั้นเคยผ่านตาหนังสือชุด Percy Jackson มาอยู่บ้าง โดยเฉพาะในภาคแรก ที่ตัวหนังสือต้องยอมรับว่าสนุกดีทีเดียว แต่ในภาค 2 นั้นยังอ่านไม่จบ เลยยังคงเอาตัวหนัง ไปเปรียบเทียบกับในหนังสือไม่ได้นัก แต่สิ่งนึงที่รู้สึกว่าในภาคต่อนี่สามารถทำออกมาได้ดูลงตัวกว่าภาคแรก

เห็นจะเป็นการดำเนินเรื่อง ในแบบฉบับของภาคต่อ ที่ไม่ต้องปูบทให้มากความ และมุ่งเน้นไปที่ฉากแอ็คชั่นลูกเดียว ซึ่งผลลัพธ์ของมันที่ออกมาก็ถือว่าน่าพอใจในระดับนึง กับการเปิดเรื่องด้วยฉากการต่อสู้ ก่อนที่จะค่อยๆเดินทางทำเควสที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ โดยมีเหล่าสัตว์ในเทพนิยายโผล่ออกมาให้สู้ๆกันระหว่างทาง โดยการกระโดดมาทำฉากแอ็คชั่นครั้งแรกของผู้กำกับ ธอร์ ฟลูเดนทัลร์ ถือว่ายังเป็นที่น่าพอใจ แม้ตัวฉากแอ็คชั่นบางฉากจะดูแล้วค่อนข้างได้รับอิทธิพลจากภาคแรกมามากพอสมควร

แต่กระนั้นแล้วในด้านตัวบทของภาคนี้ยังคงออกมาน่าผิดหวังเช่นเคยไม่ต่างจากภาคแรก โดยหลายเหตุผล และ การกระทำ ของตัวหนังยังคงขาดเหตุผลรองรับที่น่าเชื่อถือจนไม่น่าให้อภัย รวมไปถึงการที่ตัวหนังปล่อยให้เหล่าตัวเอกไปทำเควสโดยทิ้งคนดูไว้เบื้องหลัง ไม่ปล่อยเปิดโอกาสช่องว่างให้คนดูได้มีอารมณ์ร่วมความรู้สึกกับภารกิจครั้งนี้ ด้วยการตัดต่อที่ยังคงน่าเป็นห่วง และ ตัวหนังที่ดูแล้วแฟนตาซีจัดจ้าน รวมไปถึงการสุกเอาเผากิน เล่นง่าย ชงง่าย เกินไปของหลายๆฉาก เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าตัวหนังจะมีฉากแอ็คชั่น ที่น่าตื่นตา และ ดูสนุก มากกว่าภาคแรกทำไว้ แต่ในขณะเดียวกัน ด้านขององค์ประกอบอื่นๆนอกจากนั้น มันก็กลับไม่ได้รับการพัฒนาไปกว่าภาคแรกสักเท่าไหร่นัก

ป.ล. เรื่องนี้ผมได้ชมในระบบ 4DX ซึ่งต้องขอยอมรับว่าหนึ่งหนังในน้อยเรื่อง ที่สามารถใช้ระบบ 4DX ออกมาได้คุ้มมากๆ เก้าอี้สั่นสะเทือน และ กระแทก ได้อย่างสมจริง ในแต่ละฉากแอ็คชั่น จนเรียกได้ว่าถ้าหากใครซื้อน้ำ และ ป๊อปคอร์นเข้าไป มีหวังไม่ได้กินอย่างชัวร์ๆ รวมไปถึงอีกหลายเอ็ฟเฟ็กต์ไม่ว่าจะเป็น ลม กลิ่น ควัน แสง และอีกเพียบก็สามารถแสดงออกมาตามที่ตัวหนังดำเนินเรื่องได้อย่างคุ้มค่าบัตร และน่าลองเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครที่คิดจะเปิดซิงดู 4DX เป็นครั้งแรก แต่ในทางกลับกันถ้าหากใครที่คิดจะดูในระบบ 3D ปกติก็ต้องขอบอกตัวหนังทำออกมาได้น่าผิดหวัง เพราะนอกจากหนังจะไร้ฉากทะลุจอเล่นกับคนดูแล้ว มันยังออกมาไร้มิติ และ แบนราบ จนเรียกได้ว่าตีตั๋วดูแค่ระบบปกติก็น่าเป็นอะไรที่พอแล้วหล่ะ

เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด