จิตสัมผัส 3D : กรรมโกงกรรม

Home / วิจารณ์หนัง / จิตสัมผัส 3D : กรรมโกงกรรม

จิตสัมผัส 3D

จิตสัมผัส 3D หนัง 3มิติ เรื่องล่าสุดจากค่าย ไฟว์สตาร์ ที่มีทั้ง ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, รฐา โพธิ์งาม, ปู Blackhead และ น้องมายด์ วิรพร ใน จิตสัมผัส 3D ของผู้กำกับ กัลป์ หงษ์รัตนาภรณ์ ซึ่งยังคงถ่ายทำในระบบ 3D พร้อมด้วยความเป็นหนังสยองขวัญอยู่เช่นเดิม

เรื่องราวของ เจต ผู้มีความสามารถมองเห็นวิญญาณและล่วงรู้ ?กรรม? ของผู้อื่นมาตั้งแต่เด็ก เขาเห็นเจ้ากรรมนายเวรของทุกคน ซึ่งมันทำให้เขากลายเป็นตัวประหลาดในสายตาคนอื่น เขาจึงซ่อนไว้เป็นความลับ จุ๋ม (ญาญ่าญิ๋ง รฐา โพธิ์งาม) แฟนสาวของเจตคือคนเดียวที่ล่วงรู้ว่าเจตมีความสามารถนี้ จุ๋มไม่ต้องการให้เจตเข้าไปพัวพันกับคดีของ แก้ว (มายด์ วิรพร จิรเวชสุนทรกุล) สาววัยรุ่นที่ขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้มีคนต้องตาย ทว่าด้วยความสามารถพิเศษที่เจตมี จึงรู้ว่าแท้จริงแล้ว โศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่ใช่ อุบัติเหตุ เจตจึงใช้ความสามารถของเขาช่วยเหลือแก้ว แต่ยิ่งเจตเข้าไปพัวพันมากเท่าไหร่ ก็เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างไล่ล่าแก้วอย่างไม่ลดละ ในขณะที่จุ๋มก็โดนคุกคามจากวิญญาณร้ายเช่นกัน เจตจะใช้ความสามารถของตนที่มี อยู่ ช่วยเหลือจุ๋ม และแก้วได้หรือไม่ ต้องติดตาม

ในยุคที่ กรรม บาป บุญ คุณ โทษ จะดูเหมือนเป็นเพียงแค่เรื่องเอาไว้หลอกเด็กเสียมากกว่า ก็เห็นจะมีหนัง ‘จิตสัมผัส 3D’ ที่ดูเหมือนว่าจะหยิบนำเอาเรื่องพวกนี้มาใช้ให้น่าเชื่อถือ และส่อเจตนาในทางที่ดีอีกครั้ง และนั่นก็ดูเหมือนจะเป็นจุดขายจุดสำคัญ ที่ช่วยให้ จิตสัมผัส โดดเด่นไม่เหมือนใคร กับการนำเสนอเรื่องของ บาปกรรม บุญคุณ และ เรื่องของความเชื่อ ผ่านชายที่สามารถมองเห็นความตายล่วงหน้า และกรรมที่คอยตามติด ได้โดยการสัมผัสทั้งทางกายและทางจิต แต่กลับไม่คิดจะเปลี่ยนมัน ไม่ยุ่งดีกว่า จนกระทั่งลูกความสาววัยรุ่น และแฟนสาว ต้องถูกคุกคามจากวิญญาณ ด้วยเหตุผลที่ลึกลับ ซึ่งสิ่งที่ส่วนตัวชื่นชอบใน จิตสัมผัส 3D คือการที่ตัวหนังเล่าผ่านตัวละครของ เจต ให้เปรียบเสมือนเป็นกระจกส่องกรรมของผู้อื่น แต่กลับไม่สามารถที่จะส่องตัวเอง ก็เปรียบเสมือนกับผู้คน ที่ชอบ ตำหนิ ด่าว่าผู้อื่น แต่กลับไม่เคยหันมามองตัวเอง และยอมรับความจริง

จิตสัมผัส 3D

เช่นเดียวกับระบบ 3D ของหนัง ที่จัดได้ว่าเป็นจุดขายสำคัญ ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่า 407 เที่ยวบินผี และ ตีสาม 3D เพราะตัวหนังมีหลายฉากที่สามารถใช้ความสามารถของระบบ 3D ได้อย่างเต็มที่ แสดงถึงความ ตื้น ลึก หนา บาง ได้อย่างไม่น้อยหน้า เช่นเดียวกับการแสดงของ 3 นักแสดงนำทั้ง ป้อง ณวัตน์, ญาญ่าญิ๋ง และ มายด์ วิรพร ก็ต่างถ่ายทอดตัวละครของตนเองออกมาได้อย่างน่าสนใจในระดับเดียวกัน

หนังแสดงผลของกรรมออกมาอย่างโจ่งแจ้ง และพร่ำสอนถึงผลของการกระทำ ที่อยู่ติดตัวเราตลอดเวลา รอเวลาที่จะทวงคืน, กรรมวิธีแก้กรรมที่หลายคนอาจคุ้นกันดี และในส่วนของการสืบสวนคดีที่ค่อยๆปะติดปะต่อเป็นภาพใหญ่ ฉายให้เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้น สาเหตุคืออะไร ดำเนินไปควบคู่กับการยั่วเย้าทางเพศ เมื่อทนายหนุ่ม ต้องใกล้ชิดกับลูกความสาว จนความสัมพันธ์ของคู่รักเข้าใกล้คำว่าพังทะลาย

และหลายๆครั้งที่หนังกำลังดำเนินไปอย่างจริงจัง ก็ถูกหักให้กลายเป็นความตลกไปซะอย่างงั้น คนดูก็ลุ้นใจคว่ำไปเถอะ บางตัวละครที่ดูเหมือนจะมีอะไร ปูมาให้น่าสงสัย แต่กลับถูกละเลยไป พาเราไปผิดทาง คิดว่าเดาถูกแล้วกลับโดนปั่นหัว แต่หลายความสงสัยทั้งหลายก็จะถูกคลี่คลายโดยไม่ต้องเปิดเพลงวนไปมาและโยกหัว

หนังเสียดสีสังคมและเหตุการณ์ในบ้านเราแบบว่าเห็นแล้วคุ้นๆ มีบางฉากที่ชอบนั่นคือ การที่บอกว่าสถานที่ที่มีอยู่จริงในบ้านเรานั้นมีบางสิ่งอยู่ในอีกมิติหนึ่งคอยคลุมๆอยู่ อาจจะเป็นเรื่องที่เล่าต่อๆกันมาแต่มันมีอยู่จริง น่าจะมีใครหยิบพล็อตนี้เอาไปทำหนังต่อนะ

หนังอาจจะสื่อออกมาโต้งๆถึงการตามมาของผลกรรมที่ทำไว้อย่างเป็นรูปร่าง แต่เชื่อเถอะเรื่องแบบนี้ ไม่เจอเข้ากับตัวก็ไม่รู้สึก
เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด