The Mortal Instruments: City of Bones หัวใจครึ่งนักรบ

Home / วิจารณ์หนัง / The Mortal Instruments: City of Bones หัวใจครึ่งนักรบ

url

ในปีนี้มีหนังที่พยายามจะเดินตามรอย Twilight ด้วยกันถึง 3 เรื่อง โดย 2 เรื่องนั้นได้เข้าฉายไปเมื่อต้นปีแล้วอย่าง Beautiful Creatures และ The Host ซึ่ง The Mortal Instuments: City of Bones ก็จัดว่าเป็นหนึ่งใน 3 นั้นเช่นเดียวกัน โดยหนังสร้างจากนิยายแนวแอ็คชั่น แฟนตาซี โรแมนติค ที่มีด้วยกันทั้งหมด 5 เล่มนั้นเอง

เรื่องราวของเด็กสาวที่ชื่อแคลรี่ (ลิลลี่ คอลลินส์) ซึ่งเห็นการฆาตกรรมในไนท์คลับ จากน้ำมือของเด็กหนุ่มที่มีอาวุธและรอยสักประหลาด แต่กลายเป็นว่ามีเพียงเธอคนเดียวที่พบเห็น และศพที่ถูกฆ่าก็หายไปเฉยๆ แคลรี่ได้เจอกับเด็กหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง รู้ว่าเขาชื่อเจซ (เจมี่ แคมป์เบล โบเวอร์) ซึ่งบอกความจริงแก่เธอว่าเธอไม่ควรเห็นเขา เพราะเขาคือนักฆ่ารัตติกาล ครึ่งมนุษย์ครึ่งเทพ ที่อยู่ในอีกโลกที่ซ้อนกับโลกมนุษย์ มีหน้าที่คอยกำจัดปีศาจต่างๆ มนุษย์ปกติไม่ควรมองเห็นโลกแห่งนี้ แต่แล้วจู่ๆ แม่ของแคลี่ก็หายตัวไปอย่างลึกลับ และมีเงื่อนงำเกี่ยวกับความเป็นมาของเธอ เจซจึงต้องพาแคลี่ไปยังเมืองโครงกระดูกเพื่อไขปริศนา จนทำให้เธอเข้าไปผัวพันกับเรื่องราวต่างๆในโลกลึกลับใบนี้อีกด้วย

หนังกำกับการแสดงโดย ฮาราลด์ ซวาร์ต จาก The Karate Kid ฉบับรีเมค ซึ่งได้นักแสดงสาวที่กำลังเป็นขวัญใจวัยรุ่นอย่าง ลิลลี่ คอลลินส์ และ หนุ่มหน้าใส เจมี่ โบเวอร์ มารับบทเป็นคู่พระนาง ซึ่งโดยส่วนตัวผมก็เคยอ่าน City of Bones อยู่เกือบประมาณครึ่งเล่ม ซึ่งส่วนตัวนั้นคิดว่าในแบบฉบับหนังสือตอนดำเนินเรื่องจัดได้ว่าสนุกกำลังดี แต่น่าเสียดายเมื่อเข้าสู่โลกของ นักล่าเงา แล้ว กลับกลายเป็นแนวแฟนตาซีที่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ๆไปจากเรื่องอื่นๆสักเท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้นตอนที่ดูหนัง จึงคาดหวังให้มันสนุกกว่าหนังสือในระดับนึง เพราะเนื่องด้วยชื่อผู้กำกับ ที่ชอบผลงานเก่าอย่าง The Karate Kid ค่อนข้างมากเลยทีเดียว

ซึ่งผลที่ออกมาของหนังก็มีทั้งข้อดี และ ข้อเสีย ปะปนกันไป โดยข้อดีของตัวหนัง The Mortal Instuments คือการที่ผู้กำกับ ฮาราลด์ ซวาร์ต ดำเนินเร่งเครื่องให้กับตัวหนังอย่างไม่รอช้า โดยรีบเข้าเรื่องตั้งแต่ 5 นาทีแรก โดยถ้าหากเทียบกับหนังสือ ก็คงใช้เวลาประมาณ 60-70 หน้ากว่าจะไปถึง พร้อมกับหลังจากนั้นค่อยๆอัดแน่นทั้งฉากแอ็คชั่น และ โรแมนติค ควบคู่กันไปตามสไตล์ ซึ่งการทำตัวหนังแบบนี้ ข้อเสียของมันคืออาจจะทำให้คนดูไม่สามารถซึมวับกับตัวละครได้อย่างเต็มที่ เพราะแทบจะไม่มีช่องว่างของตัวหนังให้เราได้รู้จักกับตัวละครก่อนจะเข้าเรื่องเลย แต่กลับเน้นที่จะดำเนินเรื่องพร้อมกับแนะนำตัวละครไปพร้อมๆกัน ซึ่งมองอีกด้านนึงการทำแบบนี้ มันก็มีข้อดีตรงที่ว่า คนดูจะได้รับความบันเทิงในทันที เฉกเช่นอาหาร Fast Food ที่เน้นแต่จุดขายสำคัญอย่าง ฉากแอ็คชั่น และ โรแมนติค

ที่ 2 พระนางอย่าง ลิลลี่ คอลลินส์ และ เจมี่ โบเวอร์ ก็สามารถถ่ายทอดเคมีเข้าขากันได้อย่างไม่น่าเกลียด โดยเช่นเดียวกับฉากแอ็คชั่น ที่ควบคู่ความเป็นแฟนตาซี ที่มีทั้ง มนุษย์หมาป่า, แวมไพร์ และ เวทมนตร์ มาผสมปนเปเข้าด้วยกัน จนยอมรับว่า บางช่วงยังแอบชวนให้นึกถึง Underworld แนวแฟนตาซี ซึ่งฉากแอ็คชั่นของตัวหนัง The Mortal Instuments ก็ไม่ได้ออกมาในแนวที่เด็กมากเกินไปจนน่าเกลียด เพราะความบันเทิงในฉากไคล์แมกซ์ยังถือว่าสามารถทำให้คนดูทุกเพศ ทุกวัย สนุกได้อย่างไม่เสียหาย รวมไปถึงมุกตลก คู่จิ้น ที่สอดแทรกระหว่างตัวหนังก็เป็นอีกสิ่งนึงที่ทำให้แฟนๆหนังสืออาจจะต้องกรี๊ดกันเป็นระยะๆ

ซึ่งโดยรวมแล้ว The Mortal Instuments : City of Bones ก็จัดได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่พอถูไถสำหรับซีรี่ย์ชุดนี้ที่ประกาศสร้างภาคต่อออกมาแล้ว ที่ถึงแม้โดยรวมแล้วมันอาจจะใช้ปัจจัยทุกอย่างในตัวหนังได้อย่างไม่คุ้ม และไม่อาจจะเทียบขั้น ทไวไลท์ ได้ แต่ถ้าหากคุณต้องการหนังแฟนตาซีเพลินๆสักเรื่อง เรื่องนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าพอใจในระดับนึงครับ

เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด