Riddick : กลับคืนสู่รากเหง้า สยองขวัญ

Home / วิจารณ์หนัง / Riddick : กลับคืนสู่รากเหง้า สยองขวัญ

ew-riddick-2

ถือว่าเป็นบทแจ้งเกิด ทำให้คอหนังแอ็คชั่นได้รู้จักกับซุปเปอร์สตาร์อย่าง วิน ดีเซล เมื่อตอนหนังภาคแรกอย่าง Pitch Black ฉายไปในปี 2000 ก่อนที่จะตามมาด้วยภาคต่อในปี 2004 ซึ่งถึงแม้รายได้ของภาคต่อที่ตามมาอาจจะไม่ดีเท่าที่ควร แต่เมื่อมันเป็นหนังที่แจ้งเกิดให้กับ วิน ดีเซล แล้ว เขาก็ไม่ขอยอมทิ้งให้ โคตรคน ริดดิค จมอยู่กับการดูถูกเป็นแน่แท้ ว่าแล้วเลยมีภาค 3 ตามมาอย่างที่เห็น

ในภาคนี้โครงเรื่องจับไปที่ แอนตี้ฮีโร่ ริดดิค ที่ถูกทิ้งให้ตายอยู่บนดาวร้างเต็มไปด้วยทะเลทราย ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้พบว่าตัวเองต้องต่อสู?้กับฝูงเอเลี่ยนอสูรนักล่าที่ดุร้ายกว่ามน?ุษย์หน้าไหนที่เขาเคยปะทะมา ริดดิคจำเป็นต้องใช้สัญญาณเพื่อเรียกให้บร?รดานักล่าค่าหัวที่ริดดิคหลบหนีมาตลอด ซึ่งหวังจะล่าหัวเขาให้มายังดาวดวงนี้ เพราะมันเป็นความหวังเดียวที่ริดดิคจะใช้ห?นีออกไปให้พ้นจากดาวมฤตยู ทว่ากลุ่มนักล่าค่าหัวที่มาถึงคือพวกที่โห?ดร้ายและเป็นอันตรายที่สุดเท่าที่ริดดิคเค?ยเจอ และหนึ่งในผู้ที่เดินทางมากับยานลำนี้ คือกัปตันผู้ซึ่งมีความแค้นในใจกับริดดิคโ?ดยเฉพาะ

หนังยังคงกำกับการแสดงโดย เดวิด ทูอี้ จาก 2 ภาคแรก พร้อมทั้งได้ วิน ดีเซล มาเป็นโปรดิวเซอร์ พร้อมช่วยร่วมเป็นหนึ่งในผู้ร่วมออกทุน และทำทุกอย่างเพื่อให้หนังในภาคนี้ได้ถูกสรร้างออกมา เนื่องจากมันเป็นบทบาทที่แจ้งเกิด และเขาเป็นหนี้บุญคุณกับ ริดดิค โดยขนานแท้ โดยหลังจากในภาคที่แล้วอย่าง The Chronicles of Riddick ได้ปรับเปลี่ยนโทนหนังให้กลายเป็น แอ็คชั่น ไซไฟ อย่างเต็มตัว ไม่ใช่ สยองขวัญ ไซไฟ แบบที่ Pitch Black ทำไว้ และดูเหมือนจะได้เสียงตอบรับจากแฟนๆในทางที่ไม่ค่อยดีนัก ว่าแล้วในภาคที่ 3 อย่าง Riddick ทางผู้สร้างจึงปรับปรุง ให้มันกลับไปสู่รากเหง้าของตน โดยกลับมาเป็นหนังแนว ไซไฟ สยองขวัญ ผสมผสานแอ็คชั่นเป็นน้ำจิ้มเช่นเคย

ซึ่งตัวหนังก็ดำเนินเรื่องต่อจาก 2 ภาคแรกทันที พร้อมทั้งสร้างสถานการณ์ต่างๆเน้นให้อยู่ในที่มืด เพื่อเข้ากับคอนเซปต์ที่ตัวละคร ริดดิค ถามคนดูว่า ‘คุณคงไม่กลัวความมืดใช่ไหม’ พร้อมจัดฉากสยองขวัญ เลือดสาด ที่ทำให้ได้กลิ่นไอของหนังภาคแรก แต่ก็มีฉากแอ็คชั่นป่าเถื่อนแบบคล้ายๆ ภาค 2 ออกมาอยู่เป็นระยะ โดยทาง วิน ดีเซล ก็ดูเหมือนจะทุ่มเทให้กับตัวละครนี้มากกว่าทุกเรื่อง โดยเขาสามารถสร้างเสน่ห์ให้กับตัวละครของ ริดดิค ออกมาได้น่าหลงใหล ก่อนที่จะตามมาด้วยสถานการณ์ที่เพิ่มศักยภาพให้ตัวละครนี้ดู เจ๋ง และ เท่ โดยเฉพาะท่าทาง วิธีรับมือของศัตรู

แต่ในขณะเดียวกันถึงแม้ว่า Riddick ในภาคนี้อาจจะทำให้ตัวหนังกลับคืนสู่รากเหง้าของตนเองได้สำเร็จ แต่กลับสวนทางกับด้านความบันเทิง ที่ในองค์แรก และ องค์สาม ของตัวหนังถือว่าเป็นความน่าเสียดาย ที่ในองค์แรกตัวหนังก็ใช้เวลาในการปูบทให้กับตัวละคร ริดดิค มากจนเกินไป ทั้งที่เรารู้จักกับเขามาตั้ง 2 ภาคแล้ว (หรืออีกนัยนึงคือหนังพยายามจะสร้างโลก และ ตัวละครในอีกมิตินึงให้กับ ริดดิค แต่โดยส่วนตัวคิดว่ามันไม่สำเร็จถ้าหากจะควบคู่ไปกับความบันเทิงที่ได้รับ) ส่วนในด้านของ องค์สุดท้ายของตัวหนัง เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงแอ็คชั่นไคล์แม๊กซ์ หนังก็กลับไม่สามารถสร้างความสนุกไปกับฉากแอ็คชั่นให้กับคนดูได้สมการรอคอยสักเท่าไหร่นัก ถึงแม้จะออกมาพอดูเพลินๆก็ตาม

ช่วงที่ดูสนุกที่สุดของตัวหนังเห็นจะเป็นตอนกลางเรื่อง ที่เต็มไปด้วยมุกตลก และ สถานการณ์คับขัน แต่น่าตลกร้าย แต่อย่างไรก็ตาม เอาเข้าจริงๆแล้ว ผมคิดว่า Riddick 3 น่าจะเหมาะกับแฟนๆของหนังชุดนี้มากกว่า คนดูทั่วไป ที่ไม่เคยดู 2 ภาค และหวังจะเข้าไปดู เฮีย วิน ดีเซล ไล่ฆ่าอย่างเดียว เพราะเอาเข้าจริงๆมันกลับเป็นหนังแนว สยองขวัญ ไซไฟ ที่น่าจะทำให้แฟนๆที่เคยชื่นชอบ Pitch Black กลับมาหลงใหลในเสน่ห์ของ ริดดิค อีกครั้ง

เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

โดย ลูกอบรสเขียด