The Lego Movie : กำหนดชะตาของตนเอง

Home / วิจารณ์หนัง / The Lego Movie : กำหนดชะตาของตนเอง

LG-FP-002

จัดได้ว่าเป็นอนิเมชั่นที่น้ำดีมาตั้งแต่ตัวอย่างหนัง จนกระทั่งมันเข้าฉายในอเมริกาไปเมื่อเดือนแล้ว ก็ได้ทั้งเงิน และ คำชม สำหรับ The Lego Movie อนิเมชั่นที่สร้างมาจากตั่วต่อสุดฮิตที่คนทั่วโลกหลงรักอย่าง เลโก้ ที่หนังเรื่องนี้จะช่วยให้ผู้ใหญ่และเด็กรีบโกยไปซื้อเลโก้เพิ่มอีกอย่างแน่นอน

ภาพยนตร์เรื่อง The Lego Movie (เดอะ เลโก้ มูฟวี่) เป็นเรื่องราวของเอ็มเม็ท หุ่นเลโก้ตัวเล็กแสนธรรมดาที่ชอบทำตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด เขาถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนพิเศษสุดและเป็นกุญแจที่จะนำไปสู่การพิทักษ์โลก เอ็มเม็ท (คริส แพรทท์) ถูกเกณฑ์ให้รวมกลุ่มกับคนแปลกหน้าในมหากาพย์การผจญภัยเพื่อหยุดยั้งทรราชย์ ผู้ชั่วร้าย ซึ่งเป็นการเดินทางที่แสนจะฉุกละหุกและน่าหรรษาอีกด้วย

หนังกำกับโดย ฟิล ลอร์ด และ คริส มิลเลอร์ คู่หูผู้กำกับที่โด่งดังจาก Cloudy with a Chance of Meatballs รวมไปถึงหนังที่ดัดแปลงจากทีวีซี่รี่ย์อย่าง 21 Jump Street ที่ภาค 2 กำลังจะเข้าฉายเร็วๆนี้ มารับหน้าที่กำกับ ซึ่งถ้าหากว่าอนิเมชั่นเรื่องก่อนของ 2 ผกก.คนนี้อย่าง คลาวดี้ จะเป็นการจัดเต็มในด้านของความเป็นอนิเมชั่นดราม่า ใน The Lego Movie ก็คงจะเป็นการจัดเต็มในด้านของความคิดสร้างสรรค์ และ มุกตลกสุดกวนได้อย่างสนุกสนานแบบที่อนิเมชั่นเรื่องไหนไม่เคยทำมาก่อนเลยทีเดียว

ด้วยความที่มันสร้างสรรค์จาก เลโก้ ตัวต่อสุดฮิตที่มีอยู่จริง ก็เป็นแค่ก้าวแรกที่ชนะใสๆของตัวหนังแน่นอนอยู่แล้ว เมื่อมันถูกทำมาให้อยู่ในรูปแบบอนิเมชั่น ไอวิธีที่ตัวต่อพวกนี้มันเดิน ถูกทำลาย หรือ ถูกใช้ไป ต่างเป็นความสนุกสนานที่ผู้ชมจะได้รับอย่างแท้จริงจาก The Lego Movie ซึ่งคุณไม่จำเป็นจะต้องเป็นแฟนเลโก้ หรือ เคยเล่นเลโก้ มาก่อน แต่ตัวหนังก็จะซึมซับคุณเข้าไปอยู่ในโลกของมันได้อย่างชาญฉลาด ผ่านวิธีการเล่าเรื่องที่ตัวหนังเหมือนจะเป็นอนิเมชั่นสำหรับเด็กอายุ 8-14 แบบที่ข้างกล่องเลโก้เขียนไว้ แต่ทั้งที่จริงแล้วมันกลับเป็นอนิเมชั่นที่สอนผู้ใหญ่หัวใจเด็ก (หรือไม่ก็ผู้ใหญ่ด้วยกัน) ได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะการเล่าเรื่อง ผสมผสานกับมุกตลกสุดกวน ที่เป็นลายเส้นของผกก.ไปแล้วได้อย่างสนุกสนาน โดยมุกตลกทั้งหลายก็ไม่ได้มาแบบไร้สาระ หรือติ๊งต๊องเสียเกินไป แต่กลับเป็นมุกที่ตีตลาดความเป็นผู้ใหญ่ และ คอหนังเสียส่วนมากด้วย

TheLegoMov_j22xP84Mon110625

ซึ่งถ้าหากผู้ถึง เลโก้ เราคงคิดถึงตัวต่อที่สามารถเล่นได้ทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะผ่านไปห้างไหน ตรงซุ้มที่มีตัวต่อเลโก้ เราจะเห็นผู้ใหญ่และเด็ก นั่งเล่นด้วยกันอย่างเสมอ เพราะมันเป็นของเล่นที่เต็มเติมจินตนาการได้อย่างไม่สิ้นสุดทุกเพศทุกวัย และตัวหนังก็เช่นเดียวกัน ที่สามารถหยิบยกเอาเสน่ห์เหล่านี้มาใส่ในหนังได้อย่างลงตัว และตอบโจทย์ความเป็นไอเดียดั้งเดิมของมันได้มากที่สุด พร้อมทั้งประเด็นเรื่องราวของ การกำหนดคุณค่า ของตัวของคุณเอง ที่ฟังแล้วอาจจะดูซ้ำซาก แต่หนังเรื่องนี้ก็หยิบยกเอาสิ่งเหล่านั้นมาผสมผสานกับเรื่องราวอื่นๆได้อย่างลงตัว พร้อมเขย่าออกมากลายเป็นความสนุกที่ยากจะลืมเลือน

ทั้งทีมพากย์นักแสดงชั้นนำก็ต่างเป็นคาแรกเตอร์ที่ช่วยเรียกเสียงหัวเราะได้อย่างเต็มที่ ทั้ง วิล ฟาร์เรล, อลิซาเบ็ธ แบงค์, คริส แพ็ทต์, ชาร์ลี เดย์, เลียม นีสัน แต่ที่ต้องยกนิ้วให้สุดๆคงหนีไม่พ้น มอร์แกน ฟรีแมน ซึ่งถ้าหากคนดูลองคิดท่าทางของ มอร์แกน ฟรีแมน เข้าไปในคาแรกเตอร์ที่โดนกระทำชำเราด้วยหลายมุกเจ็บตัว คงจะฮากว่าเดิมมิใช่น้อย เช่นเดียวกับระบบ 3D ของตัวหนังที่ยังคงต้องยกนิ้วให้กับลูกเล่นทะลุจอ และมิติที่ชัดเจน

สรุปแล้วหนังเลโก้เรื่องนี้ก็คงไม่ต่างอะไรจากเพลงธีมของหนัง Everything is Awesome หรือที่หมายความว่า ทุกอย่างมันสุดยอด ไม่ต่างอะไรจากอารมณ์ที่คุณค่อยๆต่อเลโก้ขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่าง แบบที่ของเล่นสำเร็จรูปอย่างอื่นไม่สามารถให้ความรู้สึกนั้นแก่คุณได้

เรื่องนี้ผมให้ 10/10 ครับ