ห้องหุ่น : โรคจิต อย่างสวยงาม และมีสไตล์

Home / วิจารณ์หนัง / ห้องหุ่น : โรคจิต อย่างสวยงาม และมีสไตล์

hh_ps_08-660x260

จัดได้ว่าเป็นหนังไทยที่เกือบจะมองข้ามไปแล้วจริงๆ สำหรับ ห้องหุ่น ฉบับตีความใหม่ของผกก. กัลป์ กัลย์จาฤก ที่หยิบเอานักแสดงชายหนุ่มสุดฮ๊อตอย่าง อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ประกบคู่กับนางเอกสาว พลอย รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล พร้อมร่วมด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก กันอีกมากมายทีเดียว

เรื่องราวของ นพ (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) ผู้สูญเสียน้องสาว ภายหลังที่หุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนของเธอปั้นเสร็จ หลังจากนั้นเขาได้พบเหตุการณ์บางอย่าง ซึ่งทำให้เขาเชื่อว่าหุ่นขี้ผึ้งเป็นสาเหตุของการตายของคนหลายๆคนเช่นกัน การสืบค้นข้อมูลทำให้เขาได้พบ พลอย (รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล) ที่เพิ่งสูญเสียพ่อของเธอไป เมื่อหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนพ่อของเธอปั้นเสร็จ ตอนแรกเธอไม่เชื่อเรื่องการตายปริศนาจากหุ่นขี้ผึ้ง แต่หลังจากที่เธอได้รับรูปปั้นพ่อของเธอถูกส่งมาที่บ้าน เหตุการณ์หลายๆอย่างได้เกิดขึ้นกับเธอ ต่อมาทั้งสองคนมาพบกันอีกครั้งหนึ่งที่บ้านช่างปั้นหุ่นขี้ผึ้ง จนในที่สุดทั้งสองคนได้พบคำตอบของทุกอย่างจากบ้านหลังนี้

ซึ่งเอาเข้าจริงๆถ้าหากจะบอกว่าเป็นการตีความใหม่ให้กับ ห้องหุ่น ก็คงจะไม่เชิง เพราะเอาเข้าจริงๆ ห้องหุ่น ในฉบับนี้มันเหมือนเป็นภาคแยกหรือภาคอะไรก็แล้วแต่ ที่แตกยอดออกมาจากฉบับละครที่สร้างขึ้นมาถึง 3-4 ยุคสมัย โดยผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง กัลป์ กัลย์จาฤก ก็ได้หยิบบทประพันธ์ของครอบครัวมาดัดแปลงให้กลายเป็นหนังทริลเลอร์ ซึ่งเป็นแนวที่หายากสำหรับหนังไทย เพราะส่วนมากไม่ใช่ตลก ก็จะเน้นสยองขวัญแบบตุ้งแช่ไปเลย และนั่นคือจุดใหญ่ๆที่ทำให้ส่วนตัวของผมรู้สึกฟินมากกับหนังเรื่องนี้ กับการที่ได้เห็นหนังไทยเรื่องนึงมีทั้งส่วนที่ ทำตามใจผู้กำกับ และ ทำตามใจตลาด ซึ่งขอพูดถึงส่วนแรกก่อน กับการทำตามใจผู้กำกับ ซึ่งใครที่จะไปดู ห้องหุ่น ฉบับนี่ขอให้เตรียมใจไว้ก่อนเลยว่าคุณจะได้เห็นหนังทริลเลอร์ไทยๆ ที่ไม่เคยเห็นในเรื่องไหนมาก่อนแน่นอน กับการเล่าเรื่องแบบหลุดลอยจากความเป็นจริง มันเป็นการคาบเกี่ยวระหว่างความจริง และ ความฝัน

โดยทีเด็ดของหนังนั่นคืองานการตัดต่อ ที่บรรจุเอาทั้ง 2 โลกมารวมเข้าไว้ด้วยกัน แบบไม่แนบสนิท จนทำเอาคนดูมีความรู้สึกเหมือนหลับไปได้ 5 นาทีก็มีคนมาปลุก ซึ่งนับว่าเป็นแนวทางที่กล้ามากสำหรับหนังไทยที่จะทำอะไรแบบนี้ จนทำให้นึกถึง ‘โลงจำนำ’ ของ ภาม รังสี เมื่อปีที่แล้ว ที่ใช้เทคนิคแบบเดียวกัน และทำให้คนดูหลุดเข้าไปสู่โลกแฟนตาซีของเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างหมดตัวหมดใจ

อนันดา พลอย เปลือย ห้องหุ่น

และในส่วนที่ 2 ที่ทำเอาตามใจตลาด ในข้อนี่ที่จะหมายถึงคือการเรียกผีห่านรกแตก ออกมาทั้งหมด ซึ่งโดยส่วนมากก็จะอยู่ที่ตัว หุ่น เองนี่แหละ ที่จะว่าไปช่วงที่ปล่อยผีนรกแตกออกมาก็ได้อารมณ์ไม่ต่างจาก House of Wax ของฝรั่งสักเท่าไหร่นัก เพียงแต่จังหวะการใส่สกอร์บิ้วใน ห้องหุ่น นี่มันช่างเล่นใหญ่ตลอดทั้งซีน จนทำให้คนดูปรับเนื้อปรับตัวไม่ถูกเลยว่า เราควรวางความกลัว หรือ ปล่อยมันได้ตอนไหน เพราะมันเต็มไปด้วยดนตรีแนวโหมจังหวะ ที่อารมณ์แบบว่า ‘เดี๋ยวะจะเจอผีแล้วนะ’ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งในขณะเดียวกันด้านของประเด็นหนัง และ ตัวบทเอง ก็อาจจะไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนเท่าที่ควร และ อาจจะมีช่องโหว่อยู่บ้าง

แต่มันก็นับได้ว่าเป็นดาบ 2 คมสำหรับเรื่องนี้ โดยเฉพาะในแง่ของการวางบทโครงเรื่อง และ ตัวละครแบบหลวมๆ ซึ่งภายหลังจะทำให้เรารู้ว่าการทำแบบนี้มันดีมากเลยนะ นอกจากจะสามารถตอบโจทย์ในสิ่งที่หนังสยองขวัญไทยๆทำมาหลายๆปี มันยังผลักดันให้วิธีการเล่าเรื่องของหนังโดดเด่น และ ใช้งานได้จนคุ้มไม่ต่างกันอีกด้วย ซึ่งอีกสิ่งที่ต้องขอชมคงหนีไม่พ้นงานโปรดัคชั่น และ การถ่ายภาพ ที่เรียกได้ว่ามือ 1 จริง แม้แต่ฉากมืดๆนี่ยังเล่นจัดไฟหน้าตัวละครได้อย่างสวยงาม

ด้านการแสดงของ อนันดา และ พลอย รวมไปถึงตัวละครอื่นๆที่มีลักษณะโดดเด่นไม่แพ้กัน ก็ตอบโจทย์ตัวละครของแต่ละคนได้ดี โดยเฉพาะ ตัวละครลับหลายๆตัว ที่ทำเอาโดนใจไปเลย ซึ่งผมก็อาจจะไม่รับประกันว่าทุกคนจะชื่นชอบ หรือโดนใจ ห้องหุ่น แต่ก็จัดได้ว่าเป็นหนังไทยที่น่าลองเพราะไม่ได้มีแนวนี้ออกมาให้เห็นบ่อยนักครับ

เรื่องนี้ผมให้ 9/10 ครับ