Step Up: All In รวมทีมใหม่ ไฉไลกว่า ?

Home / วิจารณ์หนัง / Step Up: All In รวมทีมใหม่ ไฉไลกว่า ?

STEP UP 5

ก็เป็นเพราะว่ามันยังคงเป็นหนังเต้นที่มีแฟนๆทั่วโลกให้การต้อนรับเป็นอย่างดี รวมถึงในไทยที่ภาคล่าสุดกวาดไปกว่า 50 ล้านบาท สำหรับ Step Up ที่แน่นอนว่าภาคใหม่ก็กลับมาแล้วในรูปแบบ All In ซึ่งรวมดาวตั้งแต่ภาคที่ 2-4 มาอยู่ในภาคเดียวกัน ที่ยังอยู่ในศูนย์การของการแข่งเต้นเช่นเคย

ในภาคนี้จะเปิดตำนานการเต้นครั้งใหม่กับการแบทเทิลคร­ั้ง ยิ่งใหญ่ในเมืองแห่งแสงสีเสียง อย่างลาส เวกัส เมื่อทีมเต้น “เดอะ ม็อบสลายตัวลงภายหลังจากความพ่ายแพ้ แต่ทว่า ฌอน (ไรอัน กุซแมน) ผู้ก่อตั้งทีมกลับไม่ยอมที่จะหมดหวัง เขาตัดสินใจที่จะลงชิงชัยในการแดนซ์แบทเทิ­ลครั้งใหม่ ที่มีเดิมพันเป็นเงินรางวัลนับล้าน ร่วมกับทีมนักเต้นมากความสามารถกลุ่มภายใต­้ชื่อ TRU KRU ซึ่งจะต้องมาดวลกับคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง Grim Knights พร้อมจะใช้ทุกวิถีทางในการเอาชนะพวกเขา­ให้จงได้

หนังกำกับการแสดงโดย ทริช ซี สาวนักออกแบบท่าเต้น ที่มารับหน้าที่กำกับในภาคนี้ โดยมีรุ่นพี่อย่าง จอน เอ็ม ชู และ สก๊อตต์ สเปียร์ จากภาค 3-4 คอยนั่งแทนโปรดิวเซอร์ให้อยู่ห่างๆ ซึ่งถ้าหากถามตรงๆเลยว่า คุณคาดหวังอะไรจากหนังเต้น ก็แน่นอนว่าหลายคนก็ต้องคาดหวังที่จะดูฉากเต้นอันน่าตื่นตา และระบบ 3D ซึ่งยังคงเป็นจุดขายที่เหนียวแน่นสำหรับหนังชุดนี้อยู่ไม่มีห่าง และก็แน่นอนว่าคงเพราะคำตอบแบบนี้ หนังเต้นอย่าง Step Up ภาคหลังๆจึงค่อนข้างที่จะมุ่งตรงไปตอบโจทย์อย่างไม่แคร์สิ่งใด ซึ่ง All In ก็ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ซึ่งเอาเข้าจริงๆเนี่ย ภาค All In มันก็มีจุดดีอยู่อย่างนึงนอกจากฉากเต้น นั้นคือการที่ตัวหนังไม่ต้องพยายามทำตัวฉลาดให้มีดราม่ามากเรื่องเยอะเหมือนภาคที่แล้ว และล่ม แต่เล่นมุ่งตรงไปที่ฉากแข่งเต้น และ โรแมนซ์ ซึ่งเป็นจุดขายของหนังชุดนี้เลยดีกว่า

โดยถึงแม้ว่าโดยรวมมันอาจจะยังไม่ได้ดีพอจนถึงขั้นเทียบภาคที่สนุกที่สุดในความเห็นของผมอย่างภาค 3 ได้ แต่ All In ก็ใส่ไม่ยั้งและมุ่งตรงให้กับผู้ที่หลงใหลในการเต้นได้ดีกว่าภาค 4 ด้วยการตัดต่อและเนื้อเรื่อง ที่เปรียบเสมือนประลองผ่านด่านไปเรื่อยๆ จนถึงฉากสุดท้าย ที่แน่นอนว่าออกมาเต้นแดนซ์กันระเบิดฟลอร์ ซึ่งถ้าจะให้กล่าวถึงฉากเต้นในภาค All In ก็คงพูดได้ว่าออกมาตามมาตรฐานของหนังเต้น ไม่ได้มีฉากไหนโดดเด่นจนน่าเก็บไปพูดถึงเท่า ฉากเต้นกลางสายฝน ในภาค 2 หรือฉากมูสโชว์กลางน้ำในภาค 3 แต่กระนั้นมันก็ยังเป็นเครื่องมือที่จะเสิร์ฟความบันเทิงให้แก่คุณได้อย่างไม่มีหยุดหย่อน

ด้านนางเอกสาวอย่าง บริอาน่า เอวิแกน จากภาค 2 ที่กลับมารับบทนำ คู่กับพระเอกจากภาค 4 อย่าง ไรอัน กุซแมน เรียกได้ว่าเธอสามารถกลืนตัวละครรอบข้างออกไปได้อย่างหมดจด ถึงแม้ลีลาท่าเต้นอาจจะไม่ได้ชนะเลิศ แต่ถ้านับฝีมือในการแสดง และการสร้างสรรค์ตัวละคร ถือว่าเธอเป็นนางเอกที่มีเสน่ห์ที่สุดในหนังชุดนี้แล้วก็ว่าได้ เช่นเดียวกับจอมขโมยซีนอย่าง มูส อดัม เซวานิ ที่ภาคนี้มีบทให้ออกเยอะกว่าภาค 4 แน่นอน และแฟนๆน่าจะพอใจที่เห็นเขากลับมาอีกครั้ง

เช่นกันกับด้านของเพลงประกอบที่ยังคงคัดสรรค์มาแต่เพลงที่คนดูพร้อมจะโยกตาม และกลับไปซื้อแบบถูกลิขสิทธิ์ใน iTunes ส่วนระบบ 3D นี่ก็น่าจะช่วยเสริมให้หนังดูสนุกขึ้นไม่ต่างจากภาคอื่นๆเหมือนเคย

แต่ในขณะเดียวกัน ในระหว่างที่หนังมุ่งแต่จะเต้นๆ รักๆ สิ่งนึงที่ดูเหมือนว่าจะยิ่งสร้าง ก็ไม่ได้มีการพัฒนาเสียทีคงหนีไม่พ้นเรื่องของด้านบทหนัง หลายคนอาจจะกล่าวว่า จะเอาอะไรมาก มันก็เป็นหนังเต้นดูเอามันส์เรื่องนึง แต่ถ้าหากให้ย้อนดูกันมาตั้งแต่ภาคแรก หรือรวมไปถึงหนังเต้นชุด StreetDance จะพบเห็นได้เลยว่าตัวหนังยังคงวนเวียนอยู่กับการแข่งขันเต้น ที่มีทั้งอกหักรักคุด เพื่อนไม่รัก ทรยศ หักหลัง บลา บลา ซึ่งมันไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่มาเสิร์ฟคนดูนัก โดยใครที่ต้องการมองหารูปแบบความบันเทิงที่เรียบง่ายคล้ายกิน แฮมเบอร์เกอร์ Step Up: All In ก็เป็นสิ่งที่เสิร์ฟให้คุณพร้อมกับโค้กเย็นๆได้อย่างชื่นใจเป็นแน่แท้ แต่ถ้าหากใครที่ชอบดูหนัง และหวังให้หนังเต้นชุดนี้มันมีอะไรมากกว่านั้น ก็คงต้องพึ่งเรื่องอื่นเสียแล้วหล่ะครับ

เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ