Step Up: All In : พวกเราเหล่ามาชุมนุม

Home / วิจารณ์หนัง / Step Up: All In : พวกเราเหล่ามาชุมนุม

step-up-all-in

โอเคครับ เรามาตกลงกันก่อนว่า เราจะมาพูดถึงหนังที่ว่าด้วยเรื่องการ “เต้น” แบบจัดหนักจัดเต็ม จนพื้นยุบ รองเท้าพัง ฟลอร์ระเบิดกันไปข้าง ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่า ท่าเต้นในหนังเรื่องนี้มัน สุดยอด สวยมาก หรือห่วยแตกจังเลย ยังไง เพราะไม่สันทัดเรื่องนี้เหมือนกัน เลยให้คำตอบตรงส่วนนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราจะมาคุยกันถึงเรื่องอื่นๆใน Step Up: All In กันดีกว่า อยากเปิดเพลงมันส์ๆ คลอไปด้วยก็ได้นะ ไม่ว่ากัน

Step Up: All In คือ หนังภาคที่ 5 ของชุดสเต็บเทพ Step Up ซึ่งโปรโมทมาแต่ไกล ราวกับลำโพงเสียงดังสนั่นมาแล้วว่า จะมีการรวมทัพตัวพ่อตัวแม่ขวัญใจผู้ชม จาก 4 ภาคก่อนหน้ามารวมแก๊งกัน ซึ่งก็ใช่ คุณผู้ชมที่คิดถึง ฌอน, มูส, แอนดี้, โรบอทกาย, แฝดป่วงเดอะทวินส์ ก็จะมาสามัคคีชุมนุมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ยังกะงานเลี้ยงรุ่นแบบเฉพาะกิจเลยล่ะนั่น ซึ่งทั้งหมดจะมารวมทีมกันใหม่ หลังจากที่ ฌอน ต้องอกหักกับการล่าฝันครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้แก๊งเดอะม๊อบของเขา ขอทางใครทางมัน เพราะรวมกันเราอยู่ แต่แยกอยู่น่าจะรอดกว่า แต่หนุ่มฌอน ก็ยังไม่ซวยนัก เมื่อเห็นข่าวการแข่งขันของ The Vortex ที่ทีมใดชนะ ก็จะอนาคตรุ่งโรจน์ในลาสเวกัสกันไป ฌอน เลยคิดการใหญ่ไปชวนมูส และตามหาลูกทีมอื่นๆ ที่แยกย้ายกันไปทำงานสัปปะรังเค ให้กลับมารวมแก๊งเต้น และไปตามล่าฝันกันอีกครั้ง

นัยหนึ่งจากพล็อตเรื่องข้างต้น คงไม่ต่างอะไรกับการล่าฝันอันสวยงาม ที่เห็นกันอยู่ดาษดื่น แต่สิ่งที่หนังแทรกไว้เล็กๆ คือ ตัวละครทั้งหมดนั้นต่างก็ต้องทำ เพราะอยากหนีจากความเป็นจริง จนมันสะท้อนถึงภาวะของสังคมมนุษย์ ที่มันไม่ได้ดังใจไปซะทุกอย่างหรอกพวก ไหนๆต่างคนก็เต้นระห่ำกันได้อยู่แล้ว จะช่างมันอาชีพเส็งเคร็ง แล้วหันมาฟอร์มทีมเต้นกันไม่ดีกว่าเรอะ แต่การละทิ้งชีวิตแบบนั้นในหนัง มันกลับเกิดอย่างง่ายดายเสียเหลือเกิน รวมถึงปัญหาอุปสรรค และภาวะขัดแย้งของคนในทีม เพราะต่างคนต่างมา กลับถูกปลดออกได้อย่างราบเรียบ งงๆ และแทบจะกลายเป็น Perfect Team ไปในเวลาอันสั้น

นอกจากนี้หากดูในองค์รวมของหนัง ยังเกิดความย้อนแยง ขาดเหตุผลของหลายๆเหตุการณ์อยู่ไม่ใช่น้อย เช่น บุคคลหรือสถานที่ ที่เกิดอยากเอาใจคนดูขึ้นมา ก็เป็นใจให้ทีมพระเอกนางเอกขึ้นมาซะอย่างงั้น อย่างไร้ที่มาที่ไป จนพอคนดูนึกทบทวนกลับไปแล้ว ก็จะรู้สึกว่า เฮ้ย! มันจะเป็นไปได้ด้วยเรอะ???!!

แต่อย่างที่ว่าไว้ตอนแรกครับ เรากำลังคุยเรื่องหนังที่ว่าด้วยการ “เต้น” ซึ่งหนังก็จัดฉากเต้น ทั้งออนเดอะฟลอร์ อินเดอะแลป อันเดอร์เดอะโฮเตล และอีกเพียบ ที่นับว่าตอบโจทย์ได้ เพราะมันต่างก็ดูแข่งกันอลังการ สวยงามบ้าง เฉยๆบ้าง (อย่างที่เกริ่นไป ท่าเต้นสวยรึเปล่าไม่รู้เหมือนกัน) และดุเดือดเลือดพล่าน ที่ถึงแม้จะถ่มถุยกัน จนเหมือนจะลุกขึ้นมาตะบันหน้าอีกฝ่าย ให้จมูกเบี้ยวได้ทุกเมื่อ แต่ทุกความขัดแย้งมันก็สามารถแก้ปัญหาด้วยการเต้นแข่งกัน ชนะคือชนะ แพ้คือแพ้ โกรธแค่ไหนก็ไม่ต้องไปไฟว้กันลับหลัง ก็ดีครับ เป็นวิธีลดปัญหาความรุนแรงที่ใช้ได้อยู่นะ

ถ้าว่ากันเรื่องตัวละคร ก็พอจะมีสีสันให้สนุกกันอยู่บ้าง และยังมีเรื่องราวเล็กๆน้อยๆ ที่แทรกพอกรุบกริบอยู่ในหนัง เช่น ครูสอนเต้นชะชาช่า ที่อยู่ดีๆ ก็ลงมาโยกซะพระเอกงงตาแตก ครอบครัวของมูส วิธีจีบกันของ 2 มนุษย์หุ่นยนต์ ลีลายียวนกวนประสาทของคู่แฝด เรื่องพวกนี้ คือ วัตถุดิบชั้นดีที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชม ให้ได้อินเสียยิ่งกว่า พล๊อตเรื่องหลักที่ดูแล้ว ไม่ค่อยจะคล้อยตามเสียด้วยซ้ำไป แต่ถ้าชั่งน้ำหนักกันแล้ว ก็พอจะประคับประคองหนังให้อยู่รอดไปจนจบ ด้วยความสนุกแบบอยากโยกตามเพลงได้

คุณผู้ชมท่านใดเป็นแฟนคลับ เหล่าดาราสเต็บเทพจากทุกๆภาค บวกกับการไม่เน้นอะไร แล้วไปสนใจเรื่อง “เต้น” อย่างเดียว ก็ถือว่าเพลิดเพลินไปกับหนังได้ เพลงมันส์ดี ฉากเต้นเยอะ โชว์พลังตามจุดขาย แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีฉากไหนที่ถึงขนาดต้องร้องว้าว! ออกมาดังๆ เสียที ส่วนเรื่องเหตุผลต่างๆ และความเร้าอารมณ์ของเรื่อง ก็คงต้องบอกว่า การสามัคคีชุมนุมครั้งนี้ แยกไปทางใครทางมัน ภาคใครภาคมันแบบตอนแรกนั้น ก็น่าจะเหมาะกว่าน่ะนะ

เรื่องนี้ให้ 6.5/10 ครับ

(เขียนจบแล้ว ยื่นมือไปปิดเพลงแด๊นซ์ แล้วเดินจากไปเงียบๆ)

โดย Lecter

step-up-all-in art

————————-