The Rover : จงกลัวคนที่ไม่มีอะไรจะให้เสีย

Home / วิจารณ์หนัง / The Rover : จงกลัวคนที่ไม่มีอะไรจะให้เสีย

The-Rover

จัดได้ว่าเป็นการโคจรมาพบกันของ 2 ซุปตาร์ ที่พ่วงมาด้วยอีก 1 ผู้กำกับน้ำดีจริงๆ สำหรับ The Rover หรือในชื่อไทยอย่าง ดุกระแทกเดือด ที่นอกจากจะได้เป็นหนังเปิดตัวเทศกาลคานส์ มันยังได้รับเสียงชื่นชมอย่างหนาหูค่อนข้างมาก ทั้งในแง่ของการแสดง และ ตัวหนังเองเช่นกันครับ

เอริค (กาย เพียร์ซ) ออกท่องโลกพร้อมรถคู่ใจ เขาไม่มีเพื่อน ไม่มีศัตรู และ ไม่มีอดีต เอริค ไม่สุงสิงกับผู้คน และ ไม่นิยมพูดกับใครเกิน 3 คำ วันหนึ่งเขาแวะพักระหว่างทางในร้านอาหารสภาพโกโรโกโส และอยู่ ๆ ร้านก็ถูกปล้น โจรกลุ่มนั้นขโมยรถ ของเอริคไป และเมื่อรถถูกขโมย เอริคก็ระเบิดความคลั่ง เขาตามไปยิงทุกอย่างที่ขวางหน้า ระหว่างทาง เขาพบเรย์ (โรเบิร์ต แพททินสัน) หนึ่งในกลุ่มโจรที่ได้รับบาดเจ็บและถูกเพื­่อ ในกลุ่มทิ้งไว้ให้ตายข้างทาง เอริค ช่วยชีวิตเรย์ไว้ พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกัน เอริค และ เรย์ ทำข้อตกลงกันที่จะล่าหมายหัว โจรกลุ่มนั้นแบบพลิกแผ่นดิน โดยมีเงื่อนไขว่า เรย์ จะไม่แตะต้องรถของ เอริค และ เอริค จะยกชีวิตของหัวหน้าแก๊งค์โจรให้แก่เรย์

The Rover กำกับการแสดงโดย เดวิด มิคอด ที่หลังจากเคยพาเราไปสำรวจชีวิตนักเลงใน Animal Kingdom กันมา จนได้เข้าชิงออสการ์ และมีหน้ามีตาไปบ้างแล้ว มาในผลงานใหม่ของเขา เนื้อเรื่องก็ยังคงไม่วายเกิดขึ้นอยู่ในแถบ ออสเตรเลีย บ้านเกิด เพียงแต่คราวนี้จะมาในธีมของโลกสลาย ซึ่งในที่เห็นตัวหนังเรื่องนี้แวบแรก เชื่อได้เลยว่าหลายคนนึกถึง Mad Max หรือไม่ก็ The Road ที่เพิ่งเข้าฉายไปเมื่อ 3-4 ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน กับอารมณ์ของความสิ้นหวัง ท้อแท้ ชีวิตไม่เหลือสิ่งใดให้น่าถวิลหาอีกต่อไป โดยเอาเข้าจริงๆเลย The Rover ก็ยังคงยึดถึงกับหลักตามสเต็ปที่ว่าไว้ เพียงแต่สิ่งที่ทำให้มันพิเศษกว่าหนังโลกล่มสลายเรื่องอื่นๆ ของหนีไม่พ้นเทคนิคด้านภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เพลง, การถ่ายภาพ หรือแม้แต่การกำกับนักแสดงของ เดวิด มิคอด ต่างเป็นสิ่งที่ชื่นชมยิ่งนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการถ่ายภาพที่สามารถสื่อสารถึงโลกที่ล่มสลายออกมาได้อย่างแห้งแล้งทั้งธีมบรรยากาศ และ ตัวละคร รวมถึงในแง่ของดนตรีประกอบ และการแสดงที่ขาดไม่ได้ของทั้ง โรเบิร์ต แพทตินสัน และ กาย เพียรซ์ โดยรายแรกนั่นนับว่า The Rover เป็นเวทีการแสดงขนาดย่อมๆของตนเลยก็ว่าได้ มีทั้งช่วงที่ให้ปล่อยของและลบภาพแวมไพร์ออกไปเพียบ เช่นกันกับ กาย เพียร์ซ ที่พอจะทวงคืนความเป็นนักแสดงเกรดเอกลับมาได้บ้าง หลังจากเคยล้มลุกคลุกคลานไปอยู่ระยะนึง

ซึ่งในแง่ของประเด็นเรื่อง The Rover ก็ถือได้ว่ายิงเข้าเป้าคนได้เหนือกว่าหนังแนวโลกล่มสลายอีกเช่นกัน กับการวางตัวละครให้ดูว่างเปล่า และไม่เหลือสิ่งใด จะมีก็แต่ภารกิจที่ต้องทวงเอารถของเขาคืน และ การกลับไปหาพี่ชายผู้ทอดทิ้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความล่มจมของโลก และการเข้ามาของระบบทุนนิยม เช่นเดียวกับการที่คิดว่าเป็นพี่ใหญ่ของโลกอย่าง อเมริกา ซึ่งสิ่งต่างๆนั่นผู้กำกับ เดวิด มิคอด ยังคงนำเสนอควบคู่ไปกับการสำรวจความเป็นสัตว์ในตัวมนุษย์ ที่ต่างมีอารมณ์ของความแค้น โศกเศร้า และเช่นกันก็คือความหวังในการมีชีวิตอยู่

เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าหากใครที่ชื่นชอบหนังทริลเลอร์ ดราม่า แนวโลกล่มสลาย ที่มาเสิร์ฟพร้อมกับประเด็น และ สภาพแวดล้อม ที่คมคาย ปนปะไปกับงานแสดงชั้นเยี่ยม The Rover จะมอบสิ่งนั่นให้แก่คุณได้ แต่ถ้าหากคุณคิดว่าจะเข้ามาดูหนังเรื่องนี้เพื่อแอ็คชั่นดุเดือดเลือดท่วมจอ ก็อาจจะต้องมองใหม่อีกทีครับ

เรื่องนี้ผมให้ 8.5/10 ครับ