Deepsea Challenge 3D : ชีวิตมันต้องดำตามหาความฝัน

Home / วิจารณ์หนัง / Deepsea Challenge 3D : ชีวิตมันต้องดำตามหาความฝัน

deepsea challenge 3D

สิ่งแรกที่ดังขึ้นมาในหัวหลังจากดู Deepsea Challenge 3D จบ ไม่ใช่เสียงคลื่นซัดสาด หรือเสียงบุ๋งๆ ของความกดดันใต้น้ำ แต่เป็นท่อนหนึ่งของเพลงฮิตวงบอดี้แสลม และการที่หนังประกาศให้คนดูได้รู้ไว้ก่อนเลยว่า เราเป็นสารคดี นะคร้าบ ซึ่งมันก็จะทำหน้าที่ถ่ายทอดความเป็นจริง อย่างตรงไปตรงมา มากกว่าจะมาสับขาหลอก มุ่งปลุกเร้าอารมณ์ให้หายใจหายคอไม่ทัน เพราะนี่คือหนังที่ว่าด้วยการทำตามความฝัน เจมส์ คาเมรอน หาใช่ สารคดีสัตว์โลกใต้ทะเลแต่อย่างใด

Deepsea Challenge 3D คือ ภารกิจครั้งมโหฬารที่ป๋า เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับทรงพลัง เจ้าของผลงานอย่าง Titanic และ Avatar ที่นอกจากทำหนังแล้ว ยังเลิฟสุดๆ กับกาสำรวจใต้ท้องทะเล จึงแท็คทีมกับ National Geographic ทำการสร้างยานดำน้ำ เพื่อดำดิ่งสู่ร่องน้ำลึกมาเรียน่า จุดที่ได้ชื่อว่าลึกที่สุดในโลก ถึง 36,000 ฟุต ที่มีมนุษย์พร้อมเรือดำน้ำ ลงไปแตะๆ ก้นทะเล แล้วก็รีบพุ่งพรวดกลับขึ้นมาเมื่อ 50 กว่าปีก่อนนู่น แต่ครั้งนี้ เจมส์ คาเมรอน จะขอลุยเดี่ยว ดำลงไปและทำการสำรวจค้นหาสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ ที่มนุษย์อาจยังไม่เคยรู้จัก และที่สำคัญกว่านั้น ภารกิจครั้งนี้ ยังเดิมพันด้วยทั้งความฝัน และความเป็นความตายของเขาอีกด้วย

สำหรับคุณผู้ชมที่คาดหวังว่า จะได้ชมงานด้านภาพ ที่ออกมาหรูอลังการสไตล์ Avatar ฉบับโลกใต้ทะเลอะไรประมาณนั้น ก็ขอแสดงความเสียใจด้วยเบาๆ เพราะหนังไม่ได้ขายตรงจุดนั้น เราอาจจะได้สิ่งมีชีวิตหน้าตาพิลึกอยู่บ้างในบางชอต แต่มันก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่ทำให้ เจมส์ คาเมรอน ในยานแคบๆ ได้ตื่นเต้นดีใจแค่เพียงเท่านั้น ไม่ได้จะมาโชว์แหวกฝูงปลานับหมื่น ปะทะฉลามขาว ลอดท้องปลาวาฬยักษ์ ตามที่จะคุ้นๆกันในสารคดี NG แบบนั้น แต่เล่นกับอารมณ์ของมนุษย์ ที่กำลังเผชิญกับสิ่งแปลกใหม่มากกว่า ทั้งสิ่งมีชีวิต หรือเครื่องไม้เครื่องมือไฮเทค ที่พร้อมจะเจ๊งใส่ อันนำไปสู่สถานการณ์ที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นมากมายนัก ที่ต้องชมแบบ 3D ตามที่จั่วหัวไว้ในชื่อเรื่อง และมีเพียงไม่กี่ฉากเท่านั้น ที่ 3D ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่

อย่างที่กล่าวไว้ว่า หนังดำดิ่งสู่ใต้มหาสมุทรเรื่องนี้ เป็น “สารคดี” ดังนั้นมันจึงไม่เหมาะกับการใส่ตีไข่ เสียจนเลอะเทอะ ซึ่งอาจทำให้คุณผู้ชมที่ต้องการความระทึกสุดขีด บีบอารมณ์จนหน้าเขียว อาจเซ็งนิดๆ ได้ หนังจึงมุ่งประเด็นไปที่ การบอกเล่าจากปากของ เจมส์ คาเมรอน เอง ที่นอกจากการกำกับหนังฮอลลีวูดแล้ว ยังอุทิศตัวเพื่อการสำรวจใต้ท้องทะเลอย่างเอาเป็นเอาตายอีกด้วย โดยเริ่มตั้งแต่ความฝันสูงสุดในวัยเด็ก พัฒนาการของการสำรวจครั้งที่ผ่านๆ มา ที่ค่อยๆเติบโตขึ้น สเกลใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และมาจบที่ภารกิจ Deepsea Challenge ครั้งนี้ ที่เขาบอกไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องว่า เป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ ก่อนจะส่งต่อมายังบทสรุป ที่คุณผู้ชมก็น่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ต้องสำเร็จแหงๆ ไม่งั้นป๋าจะกลับมาเล่าได้ยังไงล่ะเนอะ!

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การได้ติดตามเส้นทางการพัฒนาโปรเจ็คนี้ ให้เป็นรูปเป็นร่าง ตั้งแต่รวบรวมทีมงาน สร้างยานดำน้ำ ทดสอบ และดำดิ่งที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน หรืออีกนัยหนึ่ง มันก็คือเส้นทางการทำ”ความฝัน” ให้ค่อยๆ กลายเป็น “ความจริง” ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบนี้ ยังสามารถเป็นตัวจุดชนวนชั้นดี สำหรับคุณผู้ชมที่มีฝันยิ่งใหญ่อลังการ จนคนอื่นมองว่า บ้าไปแล้วเรอะ! ซึ่งการที่ เจมส์ คาเมรอน เอาชีวิตไปขังไว้แท่งเหล็กไฮเทค ที่ทิ้งลงก้นทะเลแบบนั้น มันก็เป็นเรื่องบ้าเอามากๆ  เหมือนกันไม่ใช่หรอกเหรอ

หนังเรื่องนี้ได้พิสูจน์ให้ทุกคนทั่วโลกรู้แล้วว่า ความฝันบ้าๆ ในจินตนาการสมัยเด็ก ถึงจะผ่านกาลเวลา และเติบโตมากพอจนรู้จักคำว่าเป็นไปไม่ได้แล้วนั้น ถ้าตั้งใจจะทำมัน สักวันความฝันก็เปลี่ยนสถานะเป็นความจริง เหมือนที่ เจมส์ คาเมรอน ได้เดิมพันด้วยชีวิต ดำดิ่งไปตามหาความฝัน และทำให้จุดที่ลึกที่สุดในโลกนี้ บรรจบกับจุดที่สูงที่สุดในใจ ได้สำเร็จ

เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ

โดย Lecter

deepsea challenge 3D Art————————————–

อ่านต่อ ย้อนดูหลากผลงานที่จะพิสูจน์ว่า เจมส์ คาเมรอน คนนี้หลงรักทะเลขนาดไหน ก่อนจะมาเป็น Deepsea Challenge 3D

เจมส์ คาเมรอน