Mother : เจ็บปวดแต่งดงาม

Home / วิจารณ์หนัง / Mother : เจ็บปวดแต่งดงาม

Mother

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สำหรับคุณผู้ชมที่คุ้นเคยกับหนังกระแสหลัก ที่เป็นดังการชิมอาหารหวานรสเลิศ อาจจะเกิดอาการขมปร่าขึ้นได้ เมื่อรับชมภาพยนตร์ Mother เรื่องนี้ แต่ถึงกระนั้น แม้หนังเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นของอร่อยย่อยง่าย แต่มันก็ทำหน้าที่เป็นยาขมแสบลิ้น ที่เยียวยารักษาความเจ็บปวดทางจิตใจของตัวละครและผู้กำกับ ให้ค่อยๆ ทุเลา และยังสะท้อนเข้าสู่จิตสำนึกลึกๆ ของคนดูให้ได้สะอึกสะเทือนอารมณ์ได้อย่างทรงพลัง

Mother เป็นภาพยนตร์เชิงทดลอง ที่มีส่วนผสมของความเป็นสารคดี ที่ถ่ายทอดภาพในมุมของคนใกล้ชิด ที่คอยๆ ละเลียดเฝ้ามองเข้าไปที่ความเจ็บป่วยทางร่างกายของ “แม่” อย่างตีรงไปตรงมา และความเป็นหนังเล่าเรื่อง ที่ราวกับการฉายภาพสภาพความเจ็บป่วยทางจิตใจ ที่ค่อยๆเปิดออกช้าๆ จากภายในตัว “แม่” ที่ตัดสลับกันไปมาเป็นช่วงๆ  ซึ่งหลังจากที่คนดูจะสังเกตได้ถึงบุคลิกบางอย่างของ “แม่” ที่ดูกึ่งปกติสุข ในฉากแรกแล้ว เรื่องราวก็นำพาให้ผู้หญิงแกนกลางของเรื่องนี้พยายามฆ่าตัวตาย ถึงแม้จะไม่สำเร็จ แต่เหมือน “แม่” ก็ได้หลุดวงโคจรจากโลกปกติ ไปสู่โลกส่วนตัวที่จะไม่มีใครมาแตะต้อง ไปเสียแล้ว ซึ่งมันทำให้ ลูกชาย และคนใกล้ชิด ต้องกระเถิบเข้าไปในโลกใหม่ที่ “แม่” ของพวกเขาสร้างขึ้นมานี้ด้วย

ด้วยความที่หนังศิลปนิพนธ์ ที่ไปไกลถึง 6 เทศกาลเรื่องนี้ มีส่วนผสมที่แปลก ทั้งการเป็นหนังเล่าเรื่อง สารคดีที่ดูจริง และสภาวะเหนือจริงจากการเทคนิคการถ่าย โดยเมื่อจับทั้งหมดมามัดรวมกันแล้ว จึงอาจทำให้คนดูบางครั้งเกิดอาการเหวอรับประทาน และปรับสภาพการรับรู้ของตัวเองไม่ทันเอาได้ และทั้งสองรูปแบบนี้ ก็ยังทำให้เราดำรงตำแหน่งเป็นผู้สังเกตการณ์ ที่เหมือนไปนั่งข้างๆ ตัวละคร แต่ก็ยื่นมือไปช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ทำได้แค่มองเฉยๆ และพลอยรู้สึกอึดอัดกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่เกือบตลอดเวลา

เมื่อดูจนจบ ก็จะพบว่า Mother นั้นป้อนรสชาติใหม่ๆ ให้กับคนดูได้อย่างไม่น้อย ทั้งการเล่าเรื่อง สไตล์ภาพที่แปลกประหลาดและสวยงามในเวลาเดียวกัน รวมไปถึงการถ่ายทอดจิตก้นบึ้งในจินตนาการความฝัน อันนำไปสู่สภาวะการยอมรับความเป็นจริง โดยสิ่งที่คนดูจะได้ติดตามนัยหนึ่ง มันคือภาพของเจ็บป่วยของ “แม่” ที่ ลูกชายคนโตต้องคอยดูแลและแก้ปัญหาที่ “แม่” เป็นคนจุดชนวนให้เกิดขึ้น แต่อีกนัยหนึ่ง สิ่งที่ระเบิดใส่คนดูลูกเบ้อเริ่ม มันคือความอึดอัดกล้ำกลืนฝืนทนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมุมมองของคนเป็นลูก ที่ต้องคอยดูแลช่วยเหลือ และมุมมองของคนเป็นแม่ ที่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน ที่อาจมีเพียงตัวเองเท่านั้นที่เจ็บปวดเหนือกว่าใครๆ

สิ่งที่กระแทกอารมณ์คนดูให้ไปถึงจุดสูงสุด ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่อลังการโครมครามใหญ่โต แต่ล้วนเป็นความนิ่ง และย้อนแยงอย่างขมๆ ดังเช่นภาพของ “แม่” ที่นอนร่ำไห้อยู่บนเตียง ท่ามกลางเสียงก่นด่าขับไล่ไสส่ง และเสียงจากโทรทัศน์ที่ดูจะรื่นเริงลัลล้า ซึ่งมันไม่ได้ทำให้บรรยากาศขณะนั้นผ่อนคลาย แต่กลับกดดันและอึดอัดจวนเจียนจะร้องไห้ตามผู้เป็น “แม่” อยู่รอมร่อ เพราะสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคงไม่ใช่ความบันเทิงรายล้อม แต่เป็นถ้อยคำหยามเหยียด ที่นับวันจะยิ่งผลักให้ “แม่” ห่างไกลจากวิถีปกติสุขไปเรื่อยๆ หรือฉากภาพจินตนาการ ที่สร้างโลกภายในจิตใจที่เปล่าเปลี่ยวของ “แม่” ขึ้นมา จนทำให้คนดูหลุดเข้าไปในวิถีประหลาดนั้น แบบไม่ได้หลงชื่นชมความงามของภาพ แต่รู้สึกกดดันกับภาวะว่างเปล่า และความเป็นความตาย ที่ดูแล้วก็ไม่แน่ใจว่าตัวตนของ “แม่” ในฉากแรกนั้น ยังคงอยู่กับเรารึเปล่า

โดยสรุปแล้ว Mother เรื่องนี้ ก็ไม่ใช่หนังที่ต้องปีนบันไดตีลังกาดูยากดูเย็น แต่มันคือความซื่อตรง ที่ผู้กำกับบรรจงเล่าความเป็นจริงของตัวเอง และยอมรับสภาพที่ต้องติดอยู่ในกรงขังแห่งภาระหน้าที่ แต่ถึงกระนั้น การขับเคลื่อนด้วยความอึดอัดตลอดเรื่องนี้ ลึกๆแล้วมันก็ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความรักที่ลูกคนหนึ่ง จะพึงกระทำต่อ “แม่” ได้ ถึงแม้จะไม่ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจน แต่สภาวะแห่งกรงขังครั้งนี้ แม้จะทรมานสักเพียงใด คนเป็นลูกก็คงทำได้แค่ยอมรับ และคอยดูแลกรงแห่งนี้ให้สะอาด ปลอดภัย และจะไม่มีวันเปิดประตูกรงวิ่งหนีไป จนกว่า “แม่” ของเขาคนนี้ จะฟื้นคืนจากความเจ็บปวด และกลับมางดงามอีกครั้ง กลับมาเป็นดังคนที่ลูกเคยรัก และมองหาเป็นคนแรกเมื่อเปิดประตูเข้าบ้าน…

เรื่องนี้ให้ 9 / 10 ครับ

โดย Lecter

Mother Fish

—————————————