A Walk Among The Tombstone : หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

Home / วิจารณ์หนัง / A Walk Among The Tombstone : หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

001

ตั้งแต่เห็นป๋า เลียม นีสัน ที่มีเครื่องหมายการค้าติดตัว ว่าเป็นขาโหดนักทวงคืน มายืนจังก้าถือปืนอยู่บนภาพโปรโมท ก็พาลจะเดาไปก่อนแล้วว่า A Walk Among The Tombstone คงออกมาอีหรอบเดิมของประโยค “กูไม่รู้หรอกว่ามึงเป็นใคร แต่กูจะหามึงให้เจอ แล้วฆ่ามึงซะ!!” ที่มาพร้อมกับฉากหยิบโทรศัพท์ไว้ข้างหูอันแสนจะคลาสิค (จนถูกเอามาล้อเลียน ทำเป็น meme อีกหลายรูปแบบ)  แล้วตามมาด้วยการไล่ล่า ฆ่า ยิง กระทืบกันอย่างถึงพริกถึงขิง ซึ่งนั่นก็ไม่วาย เมื่อได้ชมหนังเรื่องนี้จนจบ ก็ไม่ผิดกับที่เก็งข้อสอบไว้สักเท่าไหร่จริงๆ ซะด้วย

A Walk Among The Tombstone เล่าเรื่องราวของ แมทธิว สคัคเดอร์ นักสืบอิสระที่ลาออกจากตำรวจมา เพราะทำงานพลาด ส่งลูกตะกั่วที่หมายจะเผด็จศึกคนร้าย ไปฝังหัวเด็กคนหนึ่งจนตายแทน เขารับคดีล่าสุดจากเศรษฐีหนุ่ม ที่ภรรยาถูกลักพาตัวไป จนกลายเป็นศพในสภาพน่าสยอง ก่อนที่จะพบเบาะแสคดี ที่ฟ้องว่าฆาตกรรายนี้ไม่ได้ลงมือฆ่าเธอเป็นคนแรก หากแต่เป็นคดีต่อเนื่อง และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แต่ แมทธิว ต้องหยุดมันทุกวิถีทาง เพื่อจะได้ไม่มีผู้บริสุทธิ์ตายไปมากกว่านี้

ในช่วงแรกๆ ของหนังแอ็คชั่น-ทริลเลอร์ เรื่องนี้ ได้เปิดปมประเด็นของตัวละครหลักๆ ไว้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นตัว แมทธิว เอง ที่มีปมประเด็นผิดบาปอันใหญ่หลวงในอดีต หรือ ทีเจ เด็กไร้บ้าน ทีี่อยากทำตัวเป็นนักสืบ และเหมือนกุมความลับอะไรบางอย่างเอาไว้ รวมไปถึงตัวละครแวดล้อม ที่มีกลิ่นของปัญหายาเสพย์ติด การพัวพันกับอาชญากรรม ไปจนถึงสองโจรที่ดูมีปัญหาทางจิต ผู้ให้ความนิยมหิ้วสาวๆ ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ขึ้นรถตู้ไปปู้ยี่ปู้ยำ ซึ่งเมื่อทั้งหมดนี้รวมกับการค่อยๆ ค้นหาเบาะแสของ แมทธิว แล้ว หนังก็น่าจะมีทิศทางของการเป็นหนังสืบสวนสอบสวนชั้นดีอีกหนึ่งเรื่อง

แต่ทั้งหมดกลับพังครืน สะดุดไปมาด้วยความแสนจะเรียบง่าย เดาทางได้ไม่ต้องลุ้นอะไร ฉากแอ็คชั่นที่ไม่ได้แปลกใหม่ ชวนเหวอ หรือว่ากันง่ายๆ ก็ดูเหมือนนักสืบ แมทธิว กำลังเดินเหยียบย่างไปตามสูตรของหนังโปลิศจับขโมย ที่เคยๆเห็นกันมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่แล้ว อีกทั้งปมประเด็นที่ฝังใส่ตัวละครไว้ทั้งความรู้สึกผิด โรคร้ายคุกคาม อาการทางจิต ยาเสพย์ติด และพฤติกรรมอีกมากมายที่ดูเป็นรายละเอียดตัวละครที่ปูทางไว้ อยู่ดีๆ กลับถูกตัดทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย ทำให้เรารู้สึกห่างไกลจากตัวละคร และเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตที่เปิดไว้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของเรื่อง ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อปัจจุบัน หรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอนาคตที่ตอนจบแต่อย่างใด

แต่ถึงกระนั้น แม้โดยรวมแล้วหนังจะได้แปลกใหม่อะไร แต่เมื่อได้ เลียม นีสัน มาแบกหนังเกือบทั้งเรื่องไว้ ก็ต้องยกความดีความชอบให้ผู้ชายคนนี้แต่เพียงผู้เดียว เพราะในรายละเอียดของฉากแอ็คชั่นและการไขความลับ ที่คงไม่ตอบสนองความสะใจของคอหนังสักเท่าไหร่แล้ว สิ่งที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่สิ่งเหล่านั้น หากเป็นถ้อยคำเจรจา เสียบแหบพร่า ลูกล่อลูกชน และยียวนกวนประสาทแบบข้าเอาจริงนะเหวย!! ของ เลียม นีสัน ทุกครั้งที่จรดโทรศัพท์ไว้ข้างหู หรือยืนสอบสวนสดใครสักคน ที่จี้จุดสะอึก สะใจ ไปจนถึงฮาแตกกับตลกหน้าตายของป๋าโหดคนนี้ ให้คนดูได้เพลินๆ กันบ้าง และน้ำเสียงเหล่านี้มันก็ทำหน้าที่ให้ความอึดอัด และอันตราย ยิ่งกว่ากระสุนหรืออาวุธใดๆ เสียอีก ซึ่งมันดันให้อารมณ์คล้ายกับการกลับไปดูการทวงคืนใน Taken กับฉากคลาสิคที่พูดถึงไปในตอนแรกอย่างไงอย่างงั้น หากแต่ในหนัง A Walk Among The Tombstone นั้น คนดูอย่างเราๆ คงผูกพันและเอาใจช่วยป๋า เลียม ให้ลากโจรมาตบกบาล น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ถึงการหวนคืนยุทธการทวงคืนของ เลียม นีสัน ครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้คนดูอินได้เท่ากับผลงานก่อนๆ แต่ทุกคำพูดคำจาที่ออกมาจากปากของชายอันตรายคนนี้ ก็ตอบสนองแฟนๆ ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่หากจะเสาะหาความมันส์สุดขั้ว หรือปมสืบสวนชวนกดดันแล้วล่ะก็ ดูเหมือนว่าการโทรไปทวงคืนครั้งนี้ เราคงได้ยินเพียงเสียงตอบกลับมาว่า “หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้” เท่านั้นเอง…

เรื่องนี้ให้ 7/10 ครับ

โดย Lecter

Tombstone-1

————————————–